Saturday, 24 October 2026
นิคมอุตสาหกรรม

WHA Group เปิดเกมลงทุน!! ต้อนรับคณะท่านฮว้า เชื่อมการค้าไทย-เวียดนาม โครงการนิคมอัจฉริยะกำลังมา เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

WHA Group ต้อนรับคณะผู้แทนระดับสูงจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เปิดเวที “Gateway to Thanh Hoa Forum” เชื่อมนักลงทุนไทยสู่โอกาสการลงทุนในเวียดนาม

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) นำโดย นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับคณะผู้แทน ระดับสูงและผู้ประกอบการภาคเอกชน จากจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) ประเทศเวียดนาม นำโดย นายใหม่ ซวน เลียม (Mr. Mai Xuân Liêm) รองประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดทัญฮว้า ณ อาคาร WHA Tower พร้อมจัดสัมมนา "Gateway to Thanh Hoa Forum" เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและนำเสนอโอกาสการลงทุนของจังหวัดทัญฮว้าแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนไทย โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายฝั่ม เหวียต หุ่ง (H.E. Mr. Pham Viet Hung) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทยเข้าร่วมงาน

ในโอกาสเดียวกัน คณะผู้แทนจังหวัดทัญฮว้าได้เยี่ยมชม WHA Mega Logistics Center และนิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 1 (WHA ESIE 1) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการโลจิสติกส์และรูปแบบการพัฒนา Smart Eco Industrial Estate ของ WHA Group

WHA Group เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของจังหวัดทัญฮว้าและได้ลงทุนพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 ซึ่งมีพื้นที่พัฒนาในเฟสแรก 178 เฮกตาร์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างและคาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการในไตรมาส 4 ปี 2569 โดยโครงการได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับลูกค้ารายแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ WHA Group ยังได้รับใบรับรองการลงทุน (IRC) สำหรับโครงการ WHA Smart Technology Industrial Zone 2 (เฟสแรก 175 เฮกตาร์) ซึ่งได้รับเกียรติให้มีการส่งมอบเอกสารต่อหน้านายกรัฐมนตรีของประเทศไทยและเวียดนามในงาน Vietnam-Thailand Business Forum เมื่อปี 2568 อีกทั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ ได้รับ IRC สำหรับโครงการ WHA Vietnam Innovation Park เพื่อพัฒนาโรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปแบบไฮบริด มูลค่าการลงทุนกว่า 11.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

WHA Group มุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคโดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ สาธารณูปโภค พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทยและเวียดนาม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

“อมตะ” บุกเวียดนาม!! ผนึกเทคโนโลยีจีนขยายธุรกิจ ปักหมุดฮาลอง-ฟู้เถาะพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ชูศูนย์กลางอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ผลักดันเศรษฐกิจยั่งยืนภูมิภาค

อมตะ ผนึกนักลงทุนไฮเทคบุกเวียดนาม ปักหมุด ‘ฮาลอง-ฟู้เถาะ’
ผุดสมาร์ทซิตี้รับคลื่นย้ายฐานผลิต

กลุ่มอมตะ ตอกย้ำความเป็นผู้นำการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุก นำคณะผู้บริหารระดับสูงและกลุ่มนักลงทุนชั้นนำด้านเทคโนโลยีขั้นสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ พร้อมเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐและผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการลงทุน การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart City) และโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต มุ่งสนับสนุนการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนคุณภาพสูง เสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าได้นำคณะนักลงทุนชั้นนำด้านเทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศจีนเข้าพบผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานภาครัฐเวียดนาม เพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกลุ่มอมตะกับภาครัฐและท้องถิ่นของเวียดนาม พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงจากจีนได้เข้ามาศึกษาศักยภาพและสำรวจพื้นที่ลงทุนในโครงการของอมตะ ซึ่งจะช่วยต่อยอดการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม (Industrial Ecosystem) และโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมมูลค่าสูงในอนาคต

“เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการสร้างพื้นที่อุตสาหกรรม แต่เป็นการสร้างสรรค์ระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ ทั้งเมืองอัจฉริยะ เทคโนโลยีสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เพื่อผลักดันเวียดนามให้ก้าวเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาคอย่างแท้จริง” นายวิกรม กล่าว

โดยภารกิจครั้งนี้ คณะผู้บริหารอมตะได้เข้าพบหารือกับ นายกวาน มั่ญ เกื่อง กรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และเลขาธิการพรรคประจำจังหวัด รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของ จังหวัดกว๋างนิญ โดยอมตะได้แสดงถึงความพร้อมในการผลักดันโครงการ อมตะ ซิตี้ ฮาลอง ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมรองรับการลงทุนมูลค่าสูง ทั้งนี้ นายวิกรมระบุว่า จังหวัดกว๋างนิญมีความโดดเด่นอย่างยิ่งทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์ และนโยบายสนับสนุนการลงทุน ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติรายใหม่เข้าสู่พื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้เข้าพบผู้บริหารระดับสูงแห่ง นครโฮจิมินห์ โดยได้รับเกียรติจาก นางอุรวดี ศรีภิรมย์ยา เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม พร้อมด้วยผู้แทนภาคธุรกิจไทยเข้าร่วมคณะ เพื่อหารือแนวทางการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุน ภายใต้โอกาสมหามงคลครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม โดยทางโฮจิมินห์ได้แสดงความพร้อมเต็มที่ในการสนับสนุนการลงทุนของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พลังงานสีเขียว การค้า และบริการดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังได้เข้าพบผู้บริหาร จังหวัดฟู้เถาะ ซึ่งอมตะได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนา "Future City" หรือเมืองแห่งอนาคต ผ่านโมเดลการพัฒนาแบบบูรณาการที่ผสานเมืองอัจฉริยะ นิคมอุตสาหกรรม และศูนย์บริการสมัยใหม่เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยนายวิกรมกล่าวเสริมว่า จังหวัดฟู้เถาะมีศักยภาพที่โดดเด่นทั้งด้านพื้นที่ แรงงานคุณภาพ และทำเลยุทธศาสตร์ พร้อมเสนอให้ทางจังหวัดร่วมสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบไฟฟ้า น้ำ โทรคมนาคม และเครือข่ายดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเม็ดเงินลงทุนที่จะหลั่งไหลเข้ามาในอนาคต

สำหรับการเดินทางเยือนเวียดนามในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของอมตะในการขยายการลงทุนในเวียดนาม พร้อมวางรากฐานสำคัญสู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงและเมืองอัจฉริยะรุ่นใหม่ในพื้นที่ศักยภาพ โดยกลุ่มอมตะเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญยิ่งในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่น พร้อมทั้งตอกย้ำบทบาทอันของกลุ่มอมตะในการเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างไทย จีน และเวียดนาม ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระดับภูมิภาค

'วราวุธ' ย้ำน้ำท่วมนิคมฯ ยังไม่กระทบสายการผลิต!! น้ำท่วมในนิคมส่วนกลางยังไม่ถึงโรงงาน เน้นเร่งสูบน้ำออกเป็นหัวใจหลัก คำนึงผลกระทบต่อน้ำท่วมรอบนิคม พร้อมเปิดสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

“วราวุธ” เผย น้ำท่วม ไม่กระทบสายการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม บอก น้ำส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ได้เข้าภายในโรงงาน ชี้ หัวใจสำคัญคือเร่งสูบน้ำออก

วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงผลกระทบเหตุการณ์น้ำท่วมในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อสายการผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคหรือไม่ ว่า วันนี้ต้องบอกว่าสถานการณ์ในทุกนิคมอุตสาหกรรม น้ำส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางยังไม่ได้เข้าภายในโรงงาน แต่อาจจะมีเข้าบ้างเล็กน้อย แต่ไม่กระทบกับสายการผลิต

สาเหตุที่เกิดน้ำท่วมในครั้งนี้ต่างจากครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมา อย่างในปี 54 น้ำเหนือลงมา ทำให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมทำคันดินกั้นล้อมเอาไว้ แต่รอบนี้น้ำไม่ได้มาจากข้างนอก แต่เกิดจากฝนตก ฉะนั้นศักยภาพในการสูบน้ำและการระบายออกแต่ละนิคมอุตสาหกรรมคือหัวใจที่สำคัญ และต้องดูอีกว่าเมื่อสูบแล้วออกไปยังคลองที่ไหน จะทำให้ประชาชนที่อยู่รอบนิคมอุตสาหกรรมมีระดับน้ำที่ท่วมสูงขึ้นหรือไม่ จึงอยากให้ทางนิคมอุตสาหกรรมคำนึงเรื่องนี้ด้วย ซึ่งหากประชาชนได้รับความเดือดร้อน นิคมอุตสาหกรรมก็จะต้องออกไปช่วยเยียวยาและประสานงานกับกรุงเทพมหานคร ว่าคลองที่สูบออกไปสามารถส่งออกไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาได้สะดวกหรือไม่ ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม หากประชาชนที่อยู่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมได้รับความเดือดร้อน สามารถโทรศัพท์มาแจ้งได้ที่หมายเลข 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเร่งดำเนินการแก้ไขให้ทันที

‘วราวุธ’ สั่งตรวจปมน้ำเสียโรงงานปราจีนบุรี!! ผลตรวจไม่พบรั่วไหล–สารเคมีเข้มข้น ผลวิเคราะห์น้ำเป็นปกติไม่ปนเปื้อน ยืนยันคุณภาพน้ำผิวดินอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน กำชับโรงงานปลอดภัยต่อชุมชน

“วราวุธ“ เผย สอจ.ปราจีน รายงานผล เคลียร์ชัด ปมน้ำเสีย รง. สยบข่าวลือโซเชียล ยืนยัน ผลตรวจน้ำผิวดินได้มาตรฐานปกติ

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลระบุจะมีน้ำที่มีสารปนเปื้อนจากท้ายนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ลงสู่ทุ่งรวงทองหนองแขนนาง ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี ว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) พร้อมด้วยนายก อบต.นนทรี ปลัดอำเภอกบินทร์บุรี และผู้ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่าบ่อบำบัดน้ำเสียรวมของโรงงานบริเวณดังกล่าว ไม่พบการรั่วไหลน้ำเสียออกนอกบริเวณโรงงาน พร้อมได้ตรวจสอบน้ำที่อยู่นอกบริเวณโรงงานพบว่ามีสีใสปกติ

ต่อมาสอจ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่ร่วมกับรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี อบต.วังดาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เกี่ยวข้อง ณ บริเวณประตูระบายน้ำเพชรเอิม ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบว่าน้ำมีลักษณะใส ไม่พบลักษณะผิดปกติตามที่ปรากฏในกระแสข่าวบนสื่อโซเชียลแต่อย่างใด อีกทั้งการนิคมฯ บ่อทอง 33 ยังได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพตัวอย่างน้ำบริเวณดังกล่าว ผลการตรวจพบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ในเกณฑ์ปกติของน้ำตามธรรมชาติ มีปริมาณแร่ธาตุและสารละลายปะปนอยู่น้อย ไม่พบการปนเปื้อนของน้ำเค็มหรือสารเคมีเข้มข้น น้ำมีความขุ่นสูงจากตะกอนดินหรือสารแขวนลอยตามธรรมชาติ และยังมีปริมาณออกซิเจนเพียงพอที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ จึงสรุปได้ว่าผลการตรวจคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน ทั้งนี้ สอจ.ปราจีนบุรี ได้กำชับให้โรงงานบำบัดน้ำเสียรวมในพื้นที่ดังกล่าวประกอบกิจการด้วยความระมัดระวังและจะกำกับดูแลตรวจสอบการประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งจะดำเนินการลงพื้นที่เพื่อชี้แจงประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top