Friday, 5 June 2026
นาโต

‘ตุรกี’ ไฟเขียว!! เปิดทางให้ ‘สวีเดน’ ร่วมเป็นสมาชิกใหม่นาโต พร้อมเร่งหารือกรณี ‘ยูเครน’ ขอร่วมพันธมิตรท่ามกลางภาวะสงคราม

(11 ก.ค. 66) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายเรเจพ เทยิพ แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกียินยอมที่จะส่งเรื่องการขอเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ของสวีเดนเข้าสู่รัฐสภาตุรกีให้เร็วที่สุด ถือเป็นการสิ้นสุดประเด็นขัดแย้งที่สร้างความตึงเครียดให้กับนาโตนานหลายเดือน ขณะที่การสู้รบในประเทศยูเครนยังคงดำเนินต่อไป

ทั้งประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ได้ยื่นขอเข้าเป็นสมาชิกนาโตเมื่อปีที่แล้ว เพื่อตอบสนองต่อการที่รัสเซียนำกำลังทหารเข้ารุกรานยูเครนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว แม้ฟินแลนด์ได้รับการอนุมัติให้เข้าเป็นสมาชิกของนาโตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ทั้งประเทศตุรกีและฮังการียังคงขัดขวางการขอเข้าเป็นสมาชิกนาโตของสวีเดน ซึ่งทางสวีเดนเองก็กำลังเดินหน้าเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตในการประชุมผู้นำชาติสมาชิกที่จัดขึ้นที่กรุงวิลนีอุส เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 กรกฎาคม

นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโตกล่าวในการแถลงข่าวว่า “ผมมีความยินดีที่จะประกาศว่า ประธานาธิบดีแอร์โดอานได้เห็นพ้องที่จะยื่นพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิกของสวีเดนไปยังสมัชชาแห่งชาติให้เร็วที่สุด และทำงานกับสมัชชาแห่งชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อรับรองการให้สัตยาบัน”

ประธานาธิบดีแอร์โดอานของตุรกีและนายอุล์ฟ คริสเตอซ็อน นายกรัฐมนตรีสวีเดนมีการหารือกันนานหลายชั่วโมงก่อนหน้าการประชุมผู้นำนาโตเพื่อหวังที่จะฝ่าทางตันในประเด็นดังกล่าวระหว่างทั้งสองชาติ หลังก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีแอร์โดอานของตุรกีกล่าวหาว่าสวีเดนไม่ได้พยายามมากพอที่จะจัดการกับสมาชิกพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) ที่ตุรกี สหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐฯ จัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย

นายกรัฐมนตรีคริสเตอซ็อนของสวีเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “นี่คือวันที่ดีสำหรับสวีเดน” แถลงการณ์ร่วมที่ออกโดยทั้งสวีเดนและตุรกีระบุว่า สวีเดนได้เน้นย้ำว่าจะไม่สนับสนุนกลุ่มชาวเคิร์ดและจะสนับสนุนความพยายามในการเข้าเป็นสมาชิกอียูของตุรกี ขณะที่แอร์โดอานกล่าวว่า “อียูควรที่จะเปิดทางให้กับการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกอียูของตุรกี ก่อนที่รัฐสภาตุรกีจะอนุมัติการขอเข้าเป็นสมาชิกนาโตของสวีเดน”

ก่อนหน้านี้ เสนาธิการของนายวิกเตอร์ ออร์บัน นายกรัฐมนตรีฮังการีได้กล่าวเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าจะไม่ขัดขวางการให้สัตยาบันขอเข้าเป็นสมาชิกนาโตของสวีเดนอีกต่อไป ทำให้การยินยอมของตุรกีจะเป็นการกำจัดอุปสรรคสุดท้ายในการเข้าร่วมนาโตของสวีเดน

นอกจากประเด็นเรื่องสวีเดนแล้ว บรรดาผู้นำของชาติสมาชิกนาโตเตรียมที่จะมีการหารือกันในการประชุมผู้นำที่กรุงวิลนีอุส เพื่อหวังที่จะก้าวข้ามความแบ่งแยกในเรื่องการที่ประเทศยูเครนขอเข้าเป็นสมาชิกของนาโตเช่นกัน โดยในการประชุมดังกล่าวจะมีการพูดคุยกันถึงผลสะท้อนของการที่รัสเซียส่งกองทัพเข้ารุกรานยูเครน โดยบรรดาผู้นำชาติสมาชิกเตรียมที่จะอนุมัติแผนครอบคลุมที่ระบุว่า ชาติสมาชิกนาโตจะตอบสนองต่อการโจมตีของรัสเซียอย่างไร ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นาโตมีการร่างแผนในลักษณะดังกล่าวขึ้นมานับตั้งแต่ช่วงสิ้นสุดสงครามเย็น

ถึงแม้ว่าสมาชิกนาโตหลายคนเห็นพ้องกันว่า ยูเครนจะยังไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกของนาโตได้ ขณะที่ยังมีสงครามกับรัสเซีย แต่พวกเขายังคงเสียงแตกว่ายูเครนจะสามารถเข้าเป็นสมาชิกนาโตได้เร็วที่สุด เมื่อใดหลังสิ้นสุดสงครามและภายใต้เงื่อนไขใด ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย ได้กดดันให้นาโตกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของยูเครนในแถลงการณ์ของที่ประชุม เพื่อที่ยูเครนจะสามารถเข้าเป็นสมาชิกนาโตได้หลังสิ้นสุดสงครามกับรัสเซีย

บรรดานักการทูตระบุว่า การยืนยันว่ายูเครนมีตำแหน่งอันชอบธรรมในนาโต และจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกทันทีเมื่อเงื่อนไขต่าง ๆ เอื้อต่อการเข้าเป็นสมาชิก จะเป็นหนึ่งในข้อความที่จะมีการพูดคุยกันสำหรับแถลงการณ์ของที่ประชุม นอกจากนั้นแล้ว การเจรจาต่าง ๆ จะให้ความสำคัญไปที่เงื่อนไขการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของยูเครน และจะติดตามขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าวอย่างไร

รัสเซียเผยได้อาวุธนาโตถล่มเคียฟ หลังอดีตทหารยูเครนแปรพักตร์มอบให้

(4 ก.ค. 68) ทหารรัสเซียเปิดเผยว่า กลุ่มทหารยูเครนที่ผ่านการฝึกจากประเทศสมาชิกนาโต และได้แปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายรัสเซีย ได้นำอาวุธจากนาโตที่ยึดมาได้ส่งมอบให้กองกำลังรัสเซียใช้ต่อสู้ในสมรภูมิ

โดยอาวุธที่ส่งมอบให้หน่วยอาสาสมัคร 'Martyn Pushkar' ได้แก่ ปืนไรเฟิล M4 และ UAR-15 ปืนกล FN MAG เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. พร้อมกระสุน โดยใช้ในการสู้รบในพื้นที่หมู่บ้านโคมาร์ แคว้นโดเนตสค์ ประเทศยูเครน ซึ่งเป็นแนวหน้าในการยึดคืนดินแดน

อดีตทหารยูเครนในหน่วยมาร์ติน ปุชการ์ (Martyn Pushkar) ระบุว่า อาวุธนาโตเหล่านี้มีความคุ้นเคยเพราะเคยฝึกในโปแลนด์ จึงใช้งานได้ดีกว่าปืน AK ของรัสเซีย แม้ปืนรัสเซียจะทนทานกว่า แต่อาวุธนาโตสะดวกต่อการใช้งานตามประสบการณ์ฝึก

ทั้งนี้ Martyn Pushkar เป็นกลุ่มอาสาสมัครที่ตั้งขึ้นโดยอดีตทหารยูเครนจากแคว้นซาโปริชเชีย ซึ่งแปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายรัสเซีย โดยกลุ่มนี้จะร่วมต่อสู้กับกองทัพรัสเซีย และได้อ้างว่าต้องการปลดปล่อยดินแดนจากรัฐบาลยูเครน พร้อมช่วยรัสเซียยึดพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศกลับคืนมา

‘รัสเซีย’ ย้ำตกเป็นเป้ากลางสมรภูมิไซเบอร์ แฉ!! ‘สหรัฐ–นาโต–บริษัทยักษ์’ แท็กทีมโจมตีผ่านยูเครน

(12 ส.ค. 68) รัสเซียตกเป็นเป้าหลักของปฏิบัติการไซเบอร์ที่ประสานกันระหว่างหน่วยข่าวกรองสหรัฐและนาโต บริษัทเทคโนโลยีตะวันตก และกลุ่มแฮ็กเกอร์ในยูเครน โดยนาโตได้พัฒนาหน่วยสงครามไซเบอร์ของยูเครนตั้งแต่ทศวรรษ 2010 ผ่านโครงการ “NATO Trust Fund Ukraine” ที่มีชาติสมาชิกหลายประเทศร่วมสนับสนุน ขณะที่หลังปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียเริ่มต้น บริษัทเทคยักษ์อย่าง Google, Microsoft, Apple, Facebook และ Amazon ถูกกล่าวหาว่าให้โครงสร้างพื้นฐานเพื่อเจาะระบบ เผยแพร่มัลแวร์ และหลบเลี่ยงการบล็อกเว็บไซต์ในรัสเซีย

แกนกลางของปฏิบัติการนี้คือ “IT Army of Ukraine” ซึ่งรวมกลุ่มแฮ็กเกอร์ราว 130 กลุ่ม มีสมาชิก 1-4 แสนคน ทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองและกองทัพยูเครน รวมถึงพันธมิตรต่างชาติ ใช้แพลตฟอร์มและเซิร์ฟเวอร์ในเอสโตเนีย เยอรมนี และสหรัฐฯ ในการโจมตีแบบ DDoS และแฮ็กเป้าหมายสำคัญ รัสเซียยังอ้างว่ามีความร่วมมือกับหน่วยไซเบอร์ 8200 ของอิสราเอลและบริษัทเอกชนด้านความปลอดภัยไซเบอร์

รายงานระบุว่า ก่อนเกิดความขัดแย้งเพียงไม่กี่เดือน สหรัฐอเมริกาได้ส่งทีม US Cyber Command เข้าประจำในยูเครนเพื่อเตรียมโจมตีเครือข่ายรัสเซีย และหลังปี 2022 มีเจ้าหน้าที่หมุนเวียนปฏิบัติการร่วมกับศูนย์ไซเบอร์นาโตและหน่วยยูเครน โดยยอมรับว่ามีการปฏิบัติการไซเบอร์เชิงรุกต่อรัสเซีย เป้าหมายครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม พลังงาน การเงิน และสื่อ รวมถึงบริษัทใหญ่ของรัสเซียอย่าง Gazprom, Lukoil และ Sberbank

โฆษกรัสเซียกล่าวว่าสหรัฐและพันธมิตรใช้ยูเครนเป็นฐานเปิด “สมรภูมิไซเบอร์” เพื่อทำลายระบบภายในของรัสเซีย โดยย้ำว่าปฏิบัติการเหล่านี้เป็น “การก่อการร้ายทางเทคโนโลยี” และดำเนินต่อเนื่องมานานก่อนเกิดสงคราม พร้อมชี้ว่าการอ้างว่าเป็นเพียง “การป้องกันทางไซเบอร์” แท้จริงคือการปกปิดแผนโจมตีเชิงรุกอย่างเป็นระบบ

‘ปูติน’ ส่งสัญญาณ ‘รัสเซีย’ ยอมอ่อนข้อ เปิดทาง ‘สหรัฐ-ยุโรป’ คุ้มครองความมั่นคง ‘ยูเครน’

(18 ส.ค. 68) รัสเซียส่งสัญญาณยอมรับข้อตกลงด้านความมั่นคงใหม่ หลังสตีฟ วิทคอฟ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ตอบตกลงต่อข้อเสนอของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้สหรัฐฯ และชาติยุโรปสามารถมอบหลักประกันความมั่นคงแบบ “คล้ายมาตรา 5 ของนาโต้” (Article 5) แก่ยูเครนได้ ถือเป็นครั้งแรกที่รัสเซียยอมรับแนวทางลักษณะนี้ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “เกมเชนจ์” ในการเจรจาสันติภาพ

มาตรา 5 ของนาโต้กำหนดว่า การโจมตีชาติสมาชิกหนึ่งประเทศ ถือเป็นการโจมตีต่อทุกประเทศสมาชิก แม้ข้อตกลงใหม่นี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะถูกนำไปใช้จริงอย่างไร แต่หากเดินหน้าได้ก็อาจกลายเป็นทางออกที่เลี่ยงการขัดแย้งเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกนาโต้ของยูเครน ซึ่งรัสเซียคัดค้านมาโดยตลอด

นอกจากนี้ รัสเซียยังแสดงท่าทีว่าจะออกกฎหมายรับรองว่า จะไม่ละเมิดอธิปไตยของประเทศยุโรปอื่น ๆ อีก ขณะที่อุร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน (Ursula Gertrud von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ต่างกล่าวตอบรับสัญญาณบวกนี้ แต่ก็ย้ำว่ายังต้องการรายละเอียดที่ชัดเจน โดยเซเลนสกีระบุว่ายูเครนจำเป็นต้องมีหลักประกันที่ปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่ในเอกสาร

ด้านมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ว่า การคว่ำบาตรเพิ่มเติมไม่ใช่ทางออก และการเจรจาคือกุญแจสำคัญในการไปสู่สันติภาพ พร้อมยอมรับว่ายูเครนอาจต้อง “ยอมรับบางอย่าง” เพื่อแลกกับการได้รับหลักประกันความมั่นคงที่ยั่งยืน ขณะที่ทรัมป์เองก็โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ย้ำจุดยืนว่า ยูเครนต้องไม่เข้าเป็นสมาชิกนาโต้

ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนและยุโรปมีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือรายละเอียดข้อตกลงสันติภาพเพิ่มเติม โดยเซเลนสกีทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของยูเครนคือสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่การสูญเสียดินแดนแบบในอดีต และเชื่อว่าความร่วมมือกับสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรปจะบีบให้รัสเซียต้องยุติสงครามลงในที่สุด

ฝรั่งเศสเตรียมส่งทหาร 2,000 นายเข้ายูเครน หน่วยรบ French Foreign Legion พร้อมเคลื่อนพล รัสเซียจวก ‘มาครง’ อยากจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ ชี้เป็นสัญญาณยกระดับสงคราม นาโต VS รัสเซีย

(29 ต.ค. 68) หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย (SVR) เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสกำลังเตรียมส่งกำลังทหารราว 2,000 นาย เข้าประจำการใน “ยูเครนตอนกลาง” โดยกำลังหลักจะมาจากหน่วยรบพิเศษ French Foreign Legion ที่ปัจจุบันประจำอยู่ในชายแดนโปแลนด์ และอยู่ระหว่างการฝึกเข้มพร้อมรับอาวุธและยุทธภัณฑ์เต็มรูปแบบ ก่อนย้ายไปยูเครนในเร็ว ๆ นี้

รายงานของ SVR ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวมาจากประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งถูกมองว่าต้องการสร้างภาพลักษณ์ “ผู้นำทางทหาร” หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศ โดยฝรั่งเศสยังได้เร่งขยายจำนวนเตียงในโรงพยาบาลหลายร้อยเตียงเพื่อรองรับผู้บาดเจ็บจากภารกิจดังกล่าว 

ขณะที่ ดมีตรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลิน ออกมาแสดงความกังวลต่อรายงานนี้ โดยระบุว่า “เป็นเรื่องที่น่าตกใจ” พร้อมเตือนว่าการเคลื่อนไหวของฝรั่งเศสอาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้งในยุโรปอย่างร้ายแรง ทั้งยังกล่าวว่า ประเทศในสหภาพยุโรปส่วนใหญ่กำลัง “ไหลตามแนวคิดทหารนิยม” ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเสถียรภาพในอนาคตของยุโรปเอง

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า หากฝรั่งเศสส่งทหารเข้าสู่พื้นที่สู้รบจริง จะถือเป็น “ก้าวย่างที่อันตราย” เพราะจะทำให้ชาติตะวันตกเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในสงครามยูเครน–รัสเซีย ซึ่งดำเนินมานานกว่า 3 ปี และอาจเป็นชนวนให้เกิดการเผชิญหน้าทางทหารระหว่าง “นาโต” กับ “รัสเซีย” อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ

ซัดคำพูด “โจมตีก่อน” ไร้ความรับผิดชอบ สะท้อนท่าทีพร้อมยกระดับความตึงเครียด หยันภาพลักษณ์ “พันธมิตรเชิงป้องกัน” พังทลาย เตือนคิดให้ดีก่อนเล่นกับไฟสงคราม

(2 ธ.ค. 68) มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกหญิงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ออกแถลงการณ์ตอบโต้คำให้สัมภาษณ์ของพลเรือเอกจูเซ็ปเป คาโว ดรากอเน (Giuseppe Cavo Dragone) ประธานคณะเสนาธิการทหารนาโต ที่พูดถึงความเป็นไปได้ในการใช้ “การโจมตีล่วงหน้า” ต่อรัสเซีย หากมองว่ารัสเซียมีพฤติกรรมคุกคามพันธมิตรนาโต โดยคำพูดนี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่ออังกฤษ Financial Times

มาเรีย ซาคาโรวา ระบุว่า คำพูดดังกล่าวเป็น “ความเคลื่อนไหวที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างยิ่ง” และสะท้อนถึงความพร้อมของนาโตที่จะเดินหน้าสร้างความตึงเครียดต่อไป พร้อมมองว่าเป็นความพยายามจงใจบ่อนเซาะความพยายามหาทางออกวิกฤตยูเครนด้วยแนวทางสันติ

ซาคาโรวายังชี้ว่า ถ้อยแถลงเชิง “โจมตีก่อน” แบบนี้ ทำลายภาพลักษณ์ที่นาโตพยายามสร้างว่าเป็น “พันธมิตรเพื่อการป้องกันเท่านั้น” และเตือนว่าผู้ที่ออกมาพูดในลักษณะนี้ควรตระหนักถึงความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่จะตามมา ซึ่งอาจกระทบต่อประเทศสมาชิกของนาโตเองด้วย ไม่ใช่เพียงคู่ขัดแย้งฝั่งตรงข้ามเท่านั้น


ที่มา : Sputnik

เดนมาร์กไม่รอแล้ว!! เร่งเพิ่มกำลังทหารกรีนแลนด์ เน้นฝึกซ้อมร่วมกับนาโต รับแรงกดดันสหรัฐฯ เสริมทหารรับเกมมหาอำนาจ

(7 ม.ค. 69) เดนมาร์กประกาศแผนเสริมความแข็งแกร่งของการประจำการทางทหารในกรีนแลนด์ พร้อมเพิ่มการฝึกซ้อมภายใต้นาโต เพื่อรับมือสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก โดยทรอยล์ส ลุนด์ เปาล์เซน รัฐมนตรีกลาโหมเดนมาร์กยืนยันเมื่อวันที่ 7 มกราคม ว่า "เราจะเสริมการปรากฏตัวของกองกำลังทหารของเราในกรีนแลนด์ แต่เน้นย้ำมากขึ้นในการจัดการฝึกซ้อมและการเพิ่มการปรากฏตัวของนาโต"

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์กเปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาจะหารือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเดนมาร์กและสหรัฐฯ โดยมีลาร์ส ล็อกเก รัสมุสเซนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและเปาล์เซนเข้าร่วม

ขณะเดียวกัน ภาพโพสต์ในแพลตฟอร์ม X ของเคที มิลเลอร์ ภรรยาของรองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว แสดงแผนที่กรีนแลนด์ระบายสีเป็นธงชาติสหรัฐฯ พร้อมคำบรรยายว่า "SOON" ทำให้โคเปนเฮเกนเรียกร้องความเคารพบูรณภาพแห่งดินแดนและมองภาพดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเสนอให้กรีนแลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ โดยอ้างถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์และความมั่นคงของนาโตในภูมิภาคนี้ กรีนแลนด์ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคและยังคงสถานะเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเดนมาร์กอย่างเป็นทางการ

ที่มา : Sputnik

นาโตเริ่มวางแผนภารกิจ 'อาร์กติก เซนทรี' เฝ้าระวังความมั่นคง ท่ามกลางข้อพิพาทกรีนแลนด์

บรัสเซลส์, 4 ก.พ. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (3 ก.พ.) เจ้าหน้าที่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวของจีนว่าองค์การฯ ได้เริ่มวางแผนด้านการทหารสำหรับภารกิจที่ใช้ชื่อว่า "อาร์กติก เซนทรี" (Arctic Sentry) เพื่อเสริมสร้างการเฝ้าระวังความมั่นคง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ที่ยังคงอยู่ ทว่าไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ยังยืนยันเกี่ยวกับรายงานก่อนหน้านี้ที่อ้างอิงคำกล่าวของมาร์ติน โอ'ดอนเนลล์ โฆษกกองบัญชาการสูงสุดของกองกำลังพันธมิตรยุโรป สังกัดองค์การฯ ซึ่งระบุว่าการวางแผนสำหรับภารกิจอาร์กติก เซนทรีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยจะช่วยเสริมแกร่งสถานะขององค์การฯ ในภูมิภาคยุโรปตอนเหนือและอาร์กติก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top