Thursday, 4 June 2026
นับคะแนนใหม่

‘ทนายบอน’ ไขข้อข้องใจ ทำไม กกต. ไม่ให้นับคะแนนใหม่ทุกครั้ง ชี้ ต้องมี ‘ใบทักท้วง’ เป็นหลักฐาน ถ้าไม่ค้านหน้าหน่วยตอนนับ ถือว่ายอมรับกติกา

นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือ ทนายบอน ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ว่าด้วย [การนับคะแนนใหม่]

ตามปกติการนับคะแนนเลือกตั้ง ต้องกระทำโดยเปิดเผย ต่อหน้าประชาชน สื่อมวลชน

พรรคการเมืองและผู้สมัครมีสิทธิส่งผู้สังเกตการณ์ของตนเองไปประจำหน่วยเลือกตั้งได้ และโดยปกติพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร ต้องอบรมผู้สังเกตการณ์ของตนเอง ว่านับคะแนนแบบไหนผิดกฎหมาย หากพบความผิดปกติต้องทักท้วงอย่างไร

นอกจากนั้นยังมีหัวคะแนนธรรรมชาติ ที่ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่ตนรักคอยสังเกตอยู่ แถมทุกวันนี้ทุกคนมีมือถือพร้อมถ่ายคลิป ลงสื่อโซเชี่ยลตลอดเวลา

ในการนับคะแนน การเปิดบัตรเลือกตั้ง การขานคะแนน การเขียนคะแนนลงกระดาน ทำทีละคะแนน อย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น ทุกคะแนนที่ไม่ถูกต้องจึงจะต้องถูกทักท้วงทันที ... ถ้าไม่มีคนทักท้วงเลยต้องถือว่าคะแนนนั้นถูกต้อง สมบูรณ์

เมื่อมีการทักท้วง “กปน” กรรมการประจำหน่วย จะเป็นผู้วินิจฉัย ท่ามกลางประชาชนทุกคน ส่วนใหญ่จบที่ขั้นตอนนี้

ถ้า กปน. วินิจฉัยแล้วผู้ทักท้วงไม่เห็นด้วย มีสิทธิ “เขียนข้อทักท้วง” ตามแบบฟอร์ม กกต. ได้
หรือกรณีอื่นๆ ที่ผิดปกติ ประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์ก็สามารถเขียนข้อทักท้วงได้

ประเด็น คือ “ข้อทักท้วงในแบบฟอร์ม” นี่แหละที่เป็นกุญแจ เปิดประตูสู่การ “นับคะแนนใหม่” ตามที่กฎหมายกำหนด

เพราะถือว่า ทุกคะแนนทักท้วงได้ และต้องทักท้วงทันที หากไม่มีการทักท้วงไว้ตามแบบฟอร์มย่อมหมายความว่า “ทุกคะแนน” ที่นับต่อหน้าประชาชน นั้น ไม่มีปัญหา

‘ช่อ’ ปลุกม็อบกดดัน กกต.นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ลั่นทางเดียวที่จะสู้กับระบบเฮงซวยได้คือ อย่ายอม! ขู่อาจจะไม่ใช่แค่น้ำผึ้งหยดเดียว แต่เป็นน้ำมันที่ไฟถูกจุดแล้ว

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2569 ช่อ-พรรณิการ์ วานิช โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X ชื่อบัญชี @Pannika_FWP ระบุว่า " .... ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า กกต.จะไม่ยอมนับใหม่เลยสักเขต เตะถ่วงให้มวลชนอ่อนแรง เรื่องเงียบไปเอง ทางเดียวที่เราจะสู้กับระบบเฮงซวยนี้ได้คือ อย่ายอม! ประชาชนอย่ายอม สื่อมวลชนอย่ายอม พรรคประชาชนอย่ายอม

'อ.อุ๋ย' ชี้ การระดมมวลชนกดดันนับคะแนนใหม่สะท้อนไม่ยอมรับกติกาในสนามที่ตนเองเต็มใจลง ยกตัวอย่างข้อพิพาทโกงเลือกตั้ง 'จอร์จ บุช' กับ 'อัล กอร์' ต้องจบลงที่ศาลไม่ใช่ท้องถนน

นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรือ อาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและนักวิเคราะห์การเมือง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า “แพ้–ชนะไม่สำคัญเท่ากติกา: ถ้าเชื่อประชาธิปไตย ต้องจบที่กฎหมาย ไม่ใช่พวกมากลากไป”

การตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องผิด หากแต่สิ่งที่สังคมประชาธิปไตยต้องให้ความสำคัญมากกว่าคือ วิธีการใช้สิทธิในการตรวจสอบ เพราะวิธีการนั้นสะท้อนโดยตรงว่าเราเคารพกติกา เคารพหลักนิติรัฐนิติธรรม และยอมรับระบอบประชาธิปไตยจริงหรือไม่ หากผู้สนับสนุนพรรคประชาชนเห็นว่าการนับคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กฎหมายไทยได้วางช่องทางไว้ชัดเจน มิต้องให้มวลชนต้องออกมากดดันแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 หมวด 7 มาตรา 140 บัญญัติให้ ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ หากเห็นว่าการเลือกตั้งหรือการนับคะแนนมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม และให้อำนาจ กกต. ดำเนินการไต่สวน ตรวจสอบ รวมถึงสั่งนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในกรณีที่พบการกระทำอันมีผลต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ หากคู่กรณีไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของ กกต. และมองว่า กกต. ทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง ก็ยังสามารถใช้สิทธิทางศาล โดยร้องต่อ ปปช. หรือนำเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชชอบ หรือตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นกลไกตามหลักนิติรัฐ ไม่ใช่ใช้การตัดสินด้วยอารมณ์หรือแรงกดดันจากมวลชน

การระดมมวลชนเพื่อกดดันกระบวนการนับคะแนน แม้อาจอ้างความชอบธรรมทางการเมือง แต่ในเชิงหลักการแล้วกลับสะท้อนการไม่ยอมรับกติกาในสนามที่ตนเองเต็มใจลงแข่ง และเป็นการบ่อนทำลายความศรัทธาต่อระบบกฎหมาย ซึ่งเป็นรากฐานของประชาธิปไตย ที่พรรคประชาชนพยายามอ้างเป็นหลักการของพรรคมาโดยตลอด 

ยกตัวอย่างตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นต้นแบบของการปกครองประชาธิปไตยที่เห็นชัดคือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ปี 2000 ระหว่าง จอร์จ ดับเบิลยู บุช และ อัล กอร์ แม้จะมีข้อกล่าวหาเรื่องการโกงเลือกตั้ง แต่ข้อพิพาททั้งหมดต้องจบลงในศาล ไม่ใช่บนท้องถนน เพราะสังคมประชาธิปไตยยอมรับร่วมกันว่า กระบวนการยุติธรรมคือคำตอบสุดท้าย 

และในปี 2004 ก็เกิดข้อครหาในการโกงการเลือกตั้งอีก แต่คราวนี้ คู่ท้าชิงของ จอร์จ ดับเบิลยู บุช คือ จอห์น เคอรี่ แสดงสปิริตโดยการประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ โดยไม่ต้องส่งเรื่องถึงศาล โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้า แม้สมาชิกพรรคบางส่วนจะขอให้เขาสู้ต่อก็ตาม  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top