Thursday, 22 October 2026
ท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวอิสราเอลแห่บินภูเก็ต!! นทท.อิสราเอลโต52%ปี69 ยอดเดินทางทะลุ1,200%เทียบโควิด มีสายการบินตรง2สายจากอิสราเอล บินสม่ำเสมอเกือบทุกสัปดาห์

แห่บินภูเก็ต นทท.อิสราเอล ก.ค.69 พุ่ง 52% สูงทะยาน 1,200% บวกทะลุ!

ยุคก่อนโควิด เป็นกลุ่มนทท.ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นมาก เป็นตลาดนทท.ที่น่าจับตามอง เพราะโตสูงสุดกว่านทท.จากประเทศอื่นๆ ปัจจุบัน มีสายการบินของอิสราเอล ที่บินตรงมายังเกาะภูเก็ต 2 สายการบิน คือ แอลอัล อิสราเอลแอร์ไลน์ (El Al Israel Airlines) ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติ และสายการบินหลักของประเทศอิสราเอล และ อาร์เคีย อิสราเอล แอร์ไลน์ส (Arkia Israeli Airlines) เป็นสายการบินพาณิชย์ ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศอิสราเอล บินตรงมายังภูเก็ต ในทุกๆ ประมาณ 4 วัน/สัปดาห์

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1410954267822078&id=100067225537993&rdid=mHlHf75fQP9vdty5#

แกร็บ ยกระดับสนามบิน!! ขยายจุดรับผู้โดยสาร 12 เลน เปิดฟีเจอร์ PIN จับคิวเร็วขึ้น เพิ่มบริการ Airport Pickup รอบรับไฮซีซัน ตั้งเป้ารองรับผู้โดยสาร 67.7 ล้านคน

แกร็บ ยกเครื่องจุดให้บริการผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ
ขยายพื้นที่ 12 เลน - ผุด 2 ฟีเจอร์ใหม่ เตรียมรับไฮซีซัน

แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับบริการเรียกรถที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งยอดใช้บริการเรียกรถในสนามบินจะเติบโตขึ้นราว 35-40%[1] เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ลุยปรับพื้นที่ ขยายจุดรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 12 เลน พร้อมเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ ระบบ “PIN” ที่ช่วยจัดคิวและจับคู่ผู้ใช้บริการกับคนขับรถที่พร้อมให้บริการ และ “Airport Pickup” บริการจองรถรับที่สนามบินล่วงหน้าที่มีระบบติดตามสถานะเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวให้สะดวก รวดเร็ว และราบรื่นยิ่งขึ้น

นางสาวอริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้าง GDP ให้กับประเทศ โดยสนามบินถือเป็นด่านหน้าที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกๆ วัน ทั้งนี้ ท่าอากาศยานไทย (หรือ AOT) คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมากถึง 67.7 ล้านคน[2] ทำให้การเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะพื้นที่สนามบินกลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของประเทศ”

“เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว แกร็บในฐานะแพลตฟอร์มผู้ให้บริการเรียกรถอย่างเป็นทางการของ AOT จึงได้ขยายพื้นที่จุดรับผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (บริเวณชั้น 1 ประตู 4) เพิ่มขึ้นเป็น 12 เลน พร้อมพัฒนาฟีเจอร์ใหม่อย่างระบบ ‘PIN’ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ ให้รวดเร็วและสะดวกสบายกว่าเดิม โดยหลังจากที่ได้ทดลองเปิดให้บริการเป็นระยะเวลา 1 เดือน พบว่า ช่วยให้ผู้โดยสารลดเวลาในการรอรถได้ถึง 40%[3] ทั้งยังได้รับคะแนนความพึงพอใจระดับ 5 ดาวจากผู้ใช้บริการมากถึง 98%[4]”

ระบบ PIN จัดคิว จับคู่รถ ไม่ต้องรอนาน
-แกร็บพัฒนาระบบ “PIN” ขึ้นมาเพื่อช่วยจัดคิวและจับคู่ผู้ใช้บริการกับคนขับที่พร้อมให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยและความแออัดในบริเวณจุดรับ
-ใช้งานง่ายในไม่กี่ขั้นตอน เพียงเลือกจุดรับ “Grab Pick-up Point” เมื่อเรียกรถที่สนามบิน หลังจากได้รับการยืนยันแล้ว ระบบจะยังไม่ระบุรถ หรือคนขับทันที แต่จะแจ้งรหัส PIN 4 หลัก และระบุจุดที่ผู้โดยสารต้องรอขึ้นรถ เมื่อถึงจุดดังกล่าว สามารถแจ้งรหัส PIN ให้กับคนขับที่จอดรออยู่ (มาก่อนได้ไปก่อน) เพื่อยืนยันการเดินทางก่อนขึ้นรถได้ทันที
-สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการให้บริการจากทีมเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่การให้คำแนะนำในการจอง การจัดคิว และการอำนวยความสะดวกในการขึ้นรถ
-สามารถเรียกรถผ่านระบบ PIN ได้ที่จุดรับผู้โดยสารแกร็บ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 4 สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณช่อง A, B, C และ D

Airport Pickup จองรถรอรับล่วงหน้า การันตีเวลา หมดกังวลหากไฟลต์ดีเลย์
-แกร็บเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ Airport Pickup สำหรับนักท่องเที่ยว หรือผู้ใช้บริการที่ลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิในช่วงไตรมาสสุดท้าย หลังเปิดให้บริการแล้วใน 3 สนามบิน คือ ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย โดยผู้ใช้บริการสามารถจองรถล่วงหน้า โดยระบุหมายเลขเที่ยวบินที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ และเลือกเวลาที่ต้องการให้คนขับมารับได้ (ตามเวลาที่ระบบแนะนำ หรือกำหนดเวลาเอง) เพื่อตอบโจทย์เรื่องการวางแผนเดินทางหลังลงเครื่อง

-จุดเด่นของฟีเจอร์ Airport Pickup คือความสามารถในการติดตามสถานะเที่ยวบินได้แบบเรียลไทม์และปรับเวลานัดรับให้สอดคล้องกับเวลาเที่ยวบินจริงหากเกิดความล่าช้า พร้อมการันตีการรับตรงเวลา โดยคนขับจะรอที่จุดขึ้นรถได้นานสูงสุด 15 นาที และผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกการจองได้ล่วงหน้า 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานัดหมาย

-ผู้ใช้บริการ Airport Pickup สามารถขึ้นรถได้ที่จุดรับผู้โดยสารแกร็บ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 4 สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณช่อง E โดยรองรับบริการเรียกรถ 3 ประเภท ได้แก่ GrabCar, JustGrab และ GrabTaxi

เที่ยวบินเข้าไทยโต!! ไตรมาส 4 ปี 2569 เติบโต 5.8% แต่ช้ากว่าหลายจุดหมาย ตลาดจีน-ยุโรปเพิ่มมากสุด รอดูผลกระทบต้นทุนน้ำมัน

ไตรมาสสุดท้ายปี 2569 เที่ยวบินเข้าไทยโต 5.8% (YoY) แต่ยังช้ากว่าหลายจุดหมายปลายทาง

[[ ไตรมาส 4 ปี 2569 แผนการบินระหว่างประเทศทั่วโลกยังมีทิศทางขยายตัว ]]
โดยจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เที่ยวบินระหว่างประเทศขาเข้าไทยเติบโต 5.8% สะท้อนว่าอุปสงค์การเดินทางมายังไทยยังมีแรงส่งต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี อัตราการขยายตัวของไทยยังต่ำกว่าหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาค อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย และจีน ซึ่งมีเที่ยวบินขาเข้าเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าไทย สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนการแข่งขันในการดึงดูดนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น

[[ จำนวนเที่ยวบินมาไทยจากตลาดต้นทางที่เพิ่มไม่เท่ากัน ]]
อาจมีผลต่อการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวให้แตกต่างกันในแต่ละตลาด เมื่อพิจารณาตามตลาดต้นทาง เที่ยวบินจากจีน มาเลเซีย และยุโรปมายังไทยยังขยายตัว โดยเฉพาะเที่ยวบินจากยุโรปและจีนที่เพิ่มขึ้น 28.6% และ 21.6% ตามลำดับ ซึ่งน่าจะช่วยสนับสนุนการเดินทางเข้าไทยในช่วงปลายปี อย่างไรก็ดี เที่ยวบินจากตลาดหลักบางประเทศยังมีทิศทางอ่อนแอ โดยเที่ยวบินจากอินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ลดลง 4.6%, 22.5% และ 20.5% ตามลำดับ จึงอาจกดดันการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดดังกล่าว และทำให้การขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในภาพรวมยังไม่ทั่วถึง

นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเที่ยวบินระหว่างประเทศเข้าสู่เมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทยยังมีความแตกต่างกันโดยเที่ยวบินส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต สะท้อนว่าประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอาจยังกระจายไปยังแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน

[[ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้แนวโน้มเที่ยวบินเข้าไทยในช่วงปลายปี 2569 ยังเป็นบวก ]]

แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ และต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจทำให้สายการบินชะลอการเพิ่มเที่ยวบินหรือปรับลดเส้นทางบินบางส่วน ขณะเดียวกัน การที่จุดหมายปลายทางคู่แข่งมีเที่ยวบินขยายตัวเร็วกว่าไทย อาจส่งผลต่อการจัดสรรเที่ยวบินของสายการบิน และเพิ่มแรงกดดันต่อความสามารถในการรักษาส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวของไทยในระยะข้างหน้า

'วีรันดา' ลุยตลาดไฮซีซัน!! ดันยอดจองพัทยา-กรุงเทพฯ พุ่งกว่า 30% อานิสงส์งานใหญ่ระดับโลกหนุนตลาดนักท่องเที่ยว เป้ารายได้ปี 69 เติบโตแข็งแกร่งกว่าเดิม บล.กสิกรไทยชี้ RevPAR โต 19%

‘VRANDA’ รับอานิสงส์อีเวนต์ใหญ่ปลายปี 69
ดันยอดจองห้องพักโรงแรม ‘พัทยา-กรุงเทพฯ’ Q4 พุ่ง
เดินหน้าลุยตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลรับไฮซีซัน หนุนรายได้ทั้งปีแข็งแกร่ง

‘บมจ.วีรันดา รีสอร์ท’ หรือ VRANDA ฉายภาพแนวโน้มยอดจองห้องพักไตรมาส 4/2569 ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ‘พัทยา-กรุงเทพฯ’ พุ่งแรงเกิน 30% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับอานิสงส์อีเวนต์ใหญ่ระดับโลก พร้อมเดินหน้าลุยตลาด MICE และกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ดันรายได้ทั้งปีเติบโตแข็งแกร่ง ด้านนักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ให้ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 6.00 บาท คาดรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ทั้งปีโตแรง 19%

นายภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้นำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดจองห้องพักของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือวีรันดาฯ ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตดี โดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่พัทยา ที่ได้รับปัจจัยบวกจากเทศกาลพลุนานาชาติ Pattaya International Fireworks Festival ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายนนี้ และการจัดมหกรรมดนตรีระดับโลกอย่าง Tomorrowland Thailand และ Wonderfruit ในระหว่างวันที่ 3–13 ธันวาคม 2569 ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้าสู่พื้นที่เป็นจำนวนมาก ขณะที่โรงแรมในกรุงเทพฯ ได้รับอานิสงส์จากการเป็นโฮสต์จัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (World Bank Group - IMF Annual Meetings) ในเดือนตุลาคม 2569 ส่งผลให้ความต้องการห้องพักในพื้นที่กรุงเทพฯ คึกคักเป็นพิเศษ ตลอดจนส่งผลให้ยอดจองห้องพักล่วงหน้า (Advanced Booking) ของทั้ง 2 โลเคชัน ปรับตัวสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมากกว่า 30%

จากปัจจัยบวกดังกล่าวช่วงไฮซีซันในรอบนี้ วีรันดา รีสอร์ทฯ จึงมุ่งเน้นขยายตลาดกลุ่มประชุม สัมมนา และจัดแสดงสินค้า (MICE) ควบคู่กับการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีกำลังซื้อสูง โดยจากสถิติช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ พบว่ากลุ่ม Long-haul มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาระดับราคาห้องพัก (Room Rate) และสร้างรายได้ที่มั่นคง

“บริษัทฯ มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2569 เนื่องจากจะได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ยังขยายตัวอย่างหนาแน่น ผสานกับอานิสงส์จากงานมหกรรมและอีเวนต์ระดับโลกอย่างการประชุม World Bank–IMF, เทศกาล Tomorrowland Thailand และ Wonderfruit ตลอดจนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐผ่านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในช่วง 4 เดือนสุดท้าย เช่น โครงการ “บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป” ที่มอบส่วนลด 500 บาท สำหรับบัตรโดยสารเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในภาพรวมให้คึกคักยิ่งขึ้น” นายภวัฒก์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KSEC ประเมินว่า รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่เปิดให้บริการ (RevPAR) ทั้งปี 2569 ของ VRANDA จะเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 19% YoY พร้อมคาดการณ์อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) เฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 70% (ปรับเพิ่มขึ้นจาก 62% ในปีก่อนหน้า) ทาง KSEC จึงได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น VRANDA ขึ้นเป็น 6.00 บาท จากเดิม 5.88 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 25 ก.ย. 2569) เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026-2028 ที่มีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top