Friday, 5 June 2026
ทักษิณชินวัตร

'อ.ไชยันต์' ยกธรรมะ!! นิยามความเมตตา สรุปใช้ไม่ได้กับ 'ทักษิณ' ชี้!! เมตตาเท่าเทียมกัน แต่ไม่ใช่ปฏิบัติต่อทุกคนเหมือนกัน

(12 พ.ค. 68)  ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ความเมตตา กับคุณทักษิณ” โดยระบุว่า …

ช่วงนี้ มีคนมากกว่าหนึ่งคนออกมาขอให้สังคมมีความเมตตาต่อคุณทักษิณ ผมเลยไปหาความรู้เกี่ยวกับความเมตตา เพราะก่อนจะเมตตา น่าจะต้องมีปัญญากำกับ เลยได้ความมาดังนี้ครับ “เมตตาเท่าเทียมกัน แต่ไม่ใช่ปฏิบัติต่อทุกคนเหมือนกัน”

“ท่านเคยเปรียบเทียบเหมือนคนเลี้ยงม้า ท่านไปสอนคนเลี้ยงม้า บอกม้าบางตัวนิสัยมันดี ว่าง่ายสอนง่าย เขาก็ให้มันกินอาหารพอดีๆ พามันออกกำลังกาย พามันฝึก บางตัวมันดื้อเขาก็ทรมานมันต่างๆ นานาเพื่อปราบพยศมัน บางตัวสอนไม่ได้ฝึกไม่ได้ พระพุทธเจ้าถามว่า ถ้าเจอม้าเกเรฝึกไม่ได้จะทำอย่างไร เขาบอกเขาก็ฆ่าทิ้ง

พระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าท่านก็ทำแบบเดียวกัน ตัวไหนดีท่านก็อบรมอย่างเรียบร้อย ไม่ดุเดือดอะไร พวกที่หยาบหน่อยก็สั่งสอนแบบดุเดือดหน่อย พวกสั่งสอนไม่ได้ท่านฆ่าทิ้ง ฆ่าทิ้งคือไม่สอน

ถ้าจิตใจเรากระด้างจนครูบาอาจารย์ไม่สอน รู้เลยเราเป็นม้าระดับถูกฆ่าทิ้ง ฉะนั้นถ้าครูบาอาจารย์ยังดุด่าว่ากล่าวอยู่ แสดงว่ายังเป็นม้าชนิดฝึกได้อยู่

ความเมตตา ไม่ใช่ว่าเมตตาแล้วปฏิบัติต่อทุกคนเหมือนกัน อย่าเข้าใจผิดว่าถ้ามีความเมตตาแล้ว เราปฏิบัติกับคนดีคนชั่วเสมอกัน คนหยาบคนละเอียดเสมอกันอะไรอย่างนี้ ไม่ใช่ๆ

ถึงเราเมตตาเท่าเทียมกันกับคนทุกคน แต่การปฏิบัติ ปฏิบัติให้สมควรแก่คนๆ นั้นที่เขาจะได้ประโยชน์สูงสุด เราอยู่ในบริษัท ลูกน้องเราเยอะ เราเมตตาทุกคน เรารู้ว่าแต่ละคนมีความทุกข์ทั้งนั้น เราเมตตาทุกคน คนไหนมีฝีมือนิสัยดีก็โปรโมต ให้เขาเติบโตไป ให้โอกาสเขาทำงาน

คนซึ่งแย่ลงมาคุณสมบัติบกพร่องตรงนั้นตรงนี้ ก็สั่งสอน สั่งสอนแล้ว ให้โอกาสปรับตัว ให้โอกาสทำงาน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ให้ออก ให้ออกก็คือเหมือนเราฆ่าทิ้ง ถามว่าฆ่าทิ้งด้วยความโหดร้ายทารุณไหม ไม่ใช่ เมตตามาก่อนแล้ว สุดท้ายก็ลงที่อุเบกขา

สัตว์โลกแต่ละตัวๆ มันมีอัธยาศัยใจคอแตกต่างกัน บางตัวยังหยาบเกินไป ก็ต้องปฏิบัติกับเขาอย่างหนึ่ง

นอกจากนี้ ศ.ดร.ไชยันต์ ได้เขียนในคอมเมนต์ถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยว่า 

ท่านได้รับความเมตตา อภัยลดโทษเหลือจำคุก 1 ปีมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้น เชื่อว่าคนไทยเราก็เตรียมใจให้อภัยและมีเมตตาให้ท่าน หากท่านสำนึกน้อมรับการจำคุก ที่จริงคนระดับท่านถูกจำคุกจริงๆ ไม่ต้องถึงปี ดีไม่ดี คนไทยขี้สงสารใจอ่อน ท่านจะออกมาใส่กำไลอีเอ็มกลับไปอยู่บ้านเลี้ยงหลาน ก็คงไม่มีใครว่า รังแต่จะมีความเมตตาเห็นใจท่าน แต่ท่านไม่เข้าใจความเมตตาของคนไทยที่พร้อมจะให้ท่าน ท่านกลับคิดถึงแต่ตัวท่านเอง และยังมีทิฐิอยู่มาก

นายกฯ รับเสียดาย ‘ทักษิณ’ พลาดพบ ‘ทรัมป์’ ที่กาตาร์ ยันพ่อป่วยจริง-เตรียมไปศาลตามนัด 13 มิ.ย. นี้

(13 พ.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลไม่อนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปกาตาร์ ทำให้พลาดโอกาสพบ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจช่วยเปิดทางเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ ได้ โดยย้ำว่าทักษิณป่วยจริง มีประวัติการรักษามายาวนาน และจะขึ้นศาลตามนัดในวันที่ 13 มิ.ย.นี้

นายกฯ ยืนยันว่าแพทยสภายังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่านายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ และไม่เคยมีใครระบุชัดว่าเป็น 'การป่วยทิพย์' พร้อมระบุว่าตนเองไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้โดยตรง เพราะเหตุเกิดก่อนดำรงตำแหน่ง แต่ยอมรับว่ารู้สึกว่ากระทบมาตลอดตั้งแต่มีคำพิพากษาคดีของบิดา

สำหรับประเด็นการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ นายกฯ เปิดเผยว่าได้ส่งรายงานไปยัง สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR)  แล้ว และรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อหารืออย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าการที่จีนหรือชาติอื่นคืบหน้ากว่าไทยไม่ได้หมายถึงว่าไทยล่าช้า เพราะมีการพูดคุยกันในหลายระดับแล้ว

ส่วนกรณีข่าวสหรัฐฯ ระงับวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยจากกรณีอุยกูร์ นายกฯ ระบุว่ายังไม่แน่ใจว่ามีการปลดล็อกหรือไม่ ต้องตรวจสอบอีกครั้ง แต่ย้ำว่าตนไม่เคยถูกแบนวีซ่า และเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาในการเจรจาระหว่างประเทศในอนาคต

‘ชินวัตร–ฮุน’ ละครระหว่าง!! สองตระกูลอำนาจ เดินเรื่องตามกลยุทธ์ที่วางมาแล้ว ใช้ชีวิตปชช.กว่า 100 ล้านคน ในสองประเทศเป็นตัวประกัน ในสงครามผลประโยชน์

(6 ก.ค. 68) ในขณะที่ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังปะทุด้วยไฟความขัดแย้ง และเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศสั่นคลอน ท่ามกลางสงครามข่าวสาร สงครามพลังงาน และเกมการเมืองระดับภูมิภาค กลับมีคำถามใหญ่ที่น่ากังวลยิ่งกว่ากระสุนปืนและขีปนาวุธ

ทำไม "ทักษิณ ชินวัตร" จึงเงียบ?
และทำไม "ฮุน เซน" จึงตื่นตัวผิดปกติ?

คำตอบอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากมองในมุม “คนคุมเกม” ที่ไม่จำเป็นต้องออกหน้า ทักษิณในเวลานี้ไม่ใช่แค่นักการเมืองผู้ลี้ภัยกลับบ้าน แต่คือ นักยุทธศาสตร์เบื้องหลัง ที่กำลังกำกับบทละครระหว่างสองตระกูลอำนาจ: ชินวัตร–ฮุน ซึ่งเป็น “กลุ่มผลประโยชน์ร่วม” ที่ผูกโยงด้วยเงินตรา เครือข่ายทุนสีเทา และพันธมิตรธุรกิจ–การเมืองข้ามชาติ

การที่ฮุนเซนออกโรงเดินสาย ทั้งการท้าทายไทยเรื่องแรงงานเขมร บอยคอตพลังงาน และแบนสินค้าไทย เป็นมากกว่าแค่การแสดงจุดยืนทางการเมือง หากคือ “กลยุทธ์ที่วางมาแล้ว” โดยมีทักษิณช่วยประคองเกมรุกของเขมรไม่ให้สะดุด

แม้บอกว่าแบนพลังงานจากไทย แต่ก็สามารถอาศัยคอนเนกชันของทักษิณในการนำพลังงานผ่านเวียดนามเข้าสู่เขมรได้อย่างราบรื่น
แม้บอกว่าแบนสินค้าไทย แต่สินค้าไทยก็ทะลักเข้าผ่านช่องทางลาวและเวียดนามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และเมื่อราคาน้ำมันในเขมรถูกกว่าไทย มันก็สะท้อนภาพว่า “การโจมตีเชิงสื่อ” นั้นมีการวางแผนระดับสูง

แต่สิ่งที่ทั้งทักษิณและฮุนเซนลืมไปคือ “ราคาของความยืดเยื้อ” ไม่ได้จ่ายด้วยเงินหรือกลยุทธ์ แต่มันคือ ชีวิตประชาชนกว่า 100 ล้านคน ในสองประเทศที่กำลังถูกใช้เป็นตัวประกันในสงครามผลประโยชน์

ขณะที่ทักษิณมุ่งรักษาอำนาจและประโยชน์ของตระกูล
และฮุนเซนมุ่งรักษาระบอบการสืบทอดอำนาจ

ประชาชนไทยและกัมพูชากลับต้องจมอยู่กับความยากจน วิกฤตหนี้สิน และการไร้อนาคต
นี่คือสัญญาณอันตรายที่อาจทำให้เกมที่ “ดูเหมือนคุมได้” กลายเป็นระเบิดเวลาที่ไม่มีใครหยุดได้อีกต่อไป

ฝั่งไทย: ทักษิณกำลังสูญเสียความชอบธรรม จากการบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว พันธมิตรกลุ่มทุนเริ่มขาดทุนหนัก เช่น คิงเพาเวอร์ ที่ได้รับผลกระทบจากการไหลออกของแหล่งทุนสีเทาและการกวาดล้างจากสหรัฐฯ

ฝั่งเขมร: ตระกูลฮุนกำลังถูกบีบจากทั้งศัตรูภายใน (เช่น เตีย บัญ – เตีย เสฮา) และศัตรูเก่า (สม รังสี) ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการลากฮุนเซนขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ

ในภาพรวมแล้ว เกมที่ทักษิณพยายามจะเล่นให้ได้ชัยชนะสองประเทศ กลับกำลังย้อนกลับมาทำลายศูนย์กลางอำนาจของเขาเอง

คำถามใหญ่: จะยื้อได้นานแค่ไหน??

เมื่อหัวใจของอำนาจคือ “เงิน” และเงินกำลังถูกตัดขาด
เมื่อเสาหลักของอำนาจคือ “ภาพลักษณ์” แต่ภาพลักษณ์กลับกลายเป็น ผู้สนับสนุนอาชญากรรมข้ามชาติ
และเมื่อศัตรูไม่ใช่แค่ฝ่ายค้าน แต่คือ กองทัพ–ประชาชน–องค์กรโลก

คำถามสำคัญคือ
> ทักษิณจะยังสามารถเป็นผู้กำกับละครอำนาจได้อีกนานแค่ไหน??
หรือจะกลายเป็นนักแสดงที่ต้องหนีออกจากเวที...ก่อนม่านจะปิดฉากไปพร้อมกับสองตระกูล?? ...

‘สมเกียรติ อ่อนวิมล’ เชื่อ ‘ทักษิณ’ ดิ้นตอบ ‘อ.วีระ’ ได้ แต่คนถามต่างหากที่จอดไม่ยอมแจวต่อให้คนสิ้นสงสัย

(22 ก.ค. 68) บนโซเชียลฯ แชร์ไฮไลต์รายการโลกยามเช้า ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 96.5 คลื่นความคิด ดำเนินรายการโดย นายสมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนอาวุโส และอดีตสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา แสดงความเห็นถึงกรณีที่นายวีระ ธีระภัทร ถามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บนเวทีปลดล็อกอนาคตประเทศไทยสู้วิกฤตโลก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 68 ในประเด็นการกลับประเทศไทย มีดีลลับอะไรหรือไม่ ซึ่งคำถามดังกล่าวทำให้นายทักษิณ มีท่าทีอึดอัดที่จะตอบคำถาม หลายคนใช้คำว่า “ถูกต้อนจนไปไม่เป็น”

โดยนายสมเกียรติ ได้แสดงความเห็นว่า จากคำถามที่คุณวีระถามไปนั้น เชื่อว่าคุณทักษิณไปเป็นและไปต่อได้ แจวต่อไม่ยอมจอดแน่นอน เนื่องจากคุณวีระ ถามนำไปแล้ว แต่ไม่ยอมถามตามให้สิ้นกระบวนความ

พร้อมอธิบาย เพิ่มเติมว่า ความผิดของคุณทักษิณนั้นทุกคนล้วนทราบดีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องรอการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญและศาลอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่ในแง่การให้สัมภาษณ์ของคุณทักษิณนั้น ไม่ว่าจะถามอย่างไรก็จะมีทางออกและสามารถตอบต่อไปได้ แต่การชะงักต่อคำถามในบางครั้งนั้น เป็นเพราะตัวคุณทักษิณเองนั้นเป็นคนที่มีลวดลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับมาดูในเวลาที่คุณวีระสัมภาษณ์อีกครั้ง อาจกล่าวได้ว่าคุณวีระต่างหากที่ไปไม่เป็น ด้วยการออกตัวไว้ก่อนว่า “ขอถามตรง ๆ ว่ามีดีลลับหรือไม่มี? ว่าอย่างไรก็อย่างนั้น จะไม่ถามต่อ” เมื่อเป็นเช่นนี้ เท่ากับคุณวีระจอดแล้วไม่แจวต่อ เพราะถามนำไปแล้วแต่ไม่ถามต่อให้สิ้นสงสัย เมื่อคุณทักษิณตอบว่า “ไม่มีดีลลับ” แล้วหยุดชั่วครู่ก่อนจะบอกว่า “ทางการเมือง” นั่นหมายความว่า มีดีลอย่างอื่นใช่หรือไม่ 

“หากเป็นคนที่เป็นนักสัมภาษณ์ที่ดุดันต้องเค้นความจริงออกให้ได้เช่นอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทองหรือคุณสุทธิชัย หยุ่น การยิงคำถามก็จะเป็นสไตล์เค้นหาให้ได้ความจริงจากปากผู้ถูกสัมภาษณ์ แต่ผมกับคุณวีระจะมีส่วนคล้ายกันในด้านอารมณ์และสไตล์การถาม หากรุกถามจนผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นั่งคุยกับเราทำท่าจะไปไม่ไหว ทางคุณวีระหรือผมจะคล้ายกันในแง่ที่ว่า เราจะหยุดและไปถามต่อ แต่สำหรับผมจะถามให้พอดี ๆ โดยให้ผู้ฟังจับทางได้ว่า ผู้ที่กำลังให้สัมภาษณ์เรานั้นเขาหลบความจริงหรือเขากำลังจะโกหกมากขึ้น ผมก็จะหยุดถาม”

ทักษิณ ขอบคุณในพระมหากรุณาธิคุณ รับโทษจำคุก 1 ปี พร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง

วันที่ 9 กันยายน 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพ

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานอภัยลดโทษจำคุกแก่ผมคงเหลือเวลา 1 ปี นับเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ต่อทั้งตัวผม และครอบครัว 

ผมขอน้อมรับและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษาในวันนี้

ตลอดระยะเวลาของการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2544 - 2549 ผมพยายามผลักดันทุกนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทย ให้พรรคการเมืองแข่งขันกันด้วยนโยบาย สร้างประชาธิปไตยที่กินได้จากผลงานของรัฐบาลที่ทำได้จริง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุดในฐานะนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชน 

แม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549 แต่วันนี้ผมขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ ทั้งการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และความขัดแย้งใดๆ อันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับตัวผม 

ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา ขอบคุณนักการเมือง สมาชิกพรรคเพื่อไทย และเพื่อนมิตรทั้งหลายที่เคียงข้างกัน ทั้งในยามสุขและยามยาก ผมตัดสินใจเลือกทางเดินนี้ เพื่อส่งกำลังใจให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า ทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยอุดมการณ์และจิตวิญญาณที่เรามีร่วมกันมา จนกว่าจะถึงวันที่เราได้เดินร่วมทางกันอีกครั้ง 

จากวันนี้แม้ผมจะไร้อิสรภาพ แต่ยังมีเสรีภาพทางความคิดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ผมจะรักษาความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อใช้เวลาในชีวิตที่เหลืออยู่ รับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ แผ่นดินไทย และประชาชนคนไทย ไม่ว่าจะในสถานะใดนับจากนี้ 
ขอบคุณครับ

คืนที่ 10 ในเรือนจำ ‘ทักษิณ’ ป่วย!! ราชทัณฑ์พาตัว ตรวจสุขภาพ ก่อนถูกส่งกลับ ‘เรือนจำคลองเปรม’ ตามขั้นตอนปกติ

(21 ก.ย. 68) ความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก นายทักษิณ 1 ปี ล่าสุด มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่นายทักษิณ ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจํากลางคลองเปรมเป็นคืนที่ 10 เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวนายทักษิณ ไปตรวจสุขภาพร่างกายที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังจากมีอาการอ่อนเพลียรวมถึงมีอาการปวดตามร่างกาย เนื่องจาก นายทักษิณ มีโรคประจำตัวเพื่อเป็นการตรวจเช็คอาการตามโรค

ทั้งนี้ภายหลังนายทักษิณได้เข้ารับการตรวจเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวกลับเข้ามายังเรือนจำกลางคลองเปรมทันทีโดยไม่ได้นอนพักที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งทุกอย่างเป็นการดำเนินการเหมือนผู้ต้องขังคนอื่นๆตามปกติเมื่อมีอาการเจ็บป่วย

‘ลีน่าจัง’ ประกาศเป็นปาร์ตี้ลิสต์แทน ‘เฉลิม อยู่บำรุง’ ลั่น!! เลือกตั้งครั้งหน้า ‘เพื่อไทย’ พรรคเดียวแลนด์สไลด์

นางลีนา จังจรรจา นักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดัง ร่วมกิจกรรมให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2568 โดยมวลชนคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศรวมตัวส่งเสียงให้กำลังใจ เปิดเพลงเก่าที่นายทักษิณเคยขับร้อง และร่วมรับประทานอาหารพร้อมกัน ทั้งต้มยำไก่น้ำใส แกงส้มชะอมกุ้ง หนูนาย่าง และบวชเผือกมัน 

นอกจากนี้ ‘ลีนาจัง’ นำยำวุ้นเส้นและยำมาม่า 40 ชุดมามอบให้พี่น้องคนเสื้อแดง พร้อมยกย่องผลงานของนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย ระบุว่า กฎหมายเกี่ยวกับ LGBTQ ถูกผลักดันขึ้นในช่วงที่พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล แตกต่างจากสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่ง พร้อมทำนายผลเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ได้ 280 ที่นั่ง และประกาศว่าจะขึ้นเป็นปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 10 แทนนายเฉลิม อยู่บำรุง

คกก.พักโทษ 'ทักษิณ' !! ลงมติพักโทษอดีตนายกฯ ไม่ต้องติดกำไลอีเอ็ม เตรียมปล่อยตัว 11 พ.ค. เข้าสู่คุมประพฤติ 4 เดือน

29 เมษายน 2569 คณะกรรมการพักการลงโทษ ระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน ได้จัดการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมราชทัณฑ์ โดย พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์, กรมคุมประพฤติ, กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อพิจารณาคุณสมบัติผู้ต้องขังเด็ดขาดจากทั่วประเทศที่ผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษ

โดยเฉพาะกรณีการพักโทษของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดตามคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และอดีตนายกฯ ทักษิณเข้าเกณฑ์การพักโทษ เพราะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และรับโทษจนถึงเกณฑ์ที่กำหนด

ซึ่งที่ผ่านมา อดีตนายกฯทักษิณ ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบมาแล้ว 2 คณะ คือ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำ และคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จึงเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย ที่เป็นการพิจารณาให้ความเห็นชอบของคณะกรรมการพักการลงโทษ ระดับกระทรวงยุติธรรม 

ทั้งนี้ ภายหลังคณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม ใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า 3 ชั่วโมง มีรายงานข่าวจากที่ประชุม ระบุว่า ที่ประชุมมีมติพักการลงโทษ อดีตนายกฯ ทักษิณ โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขในการติดกำไลอีเอ็ม (EM) เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ต้องขังสูงวัย ที่อายุเกิน 70 ปีขึ้นไป เพราะอดีตนายกทักษิณอายุ 76 ปีแล้ว และมีโรคประจำตัว

โดย นายทักษิณ จะได้รับปล่อยตัวพักโทษวันที่ 11 พ.ค.นี้ ซึ่งทักษิณจะเข้าสู่การคุมประพฤติอีก 4 เดือน

ที่มา : https://www.nationtv.tv/news/politics/378976743


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top