อดีตคณบดีนิติฯ จุฬาฯ หนุนเพิกถอนปริญญาบัณฑิตหากพบทุจริตสอบนิติฯ มั่นใจคณะดำเนินการรอบคอบ ตรงไปตรงมาเพื่อรักษาศักดิ์ศรีสถาบัน
(24 เม.ย. 68) จากกรณีที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินคดีจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำข้อสอบของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกไปให้บุคคลอื่นทำก่อน แล้วส่งต่อให้กับอดีตนายตำรวจระดับสูงเพื่อคัดลอกข้อสอบ : ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2566 และได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของหลักสูตรอย่างมาก
กระทั่งคณะนิติศาสตร์ต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไม่ใช่ศิษย์เก่าและไม่ใช่บุคลากรของมหาวิทยาลัย แต่สามารถเข้าถึงข้อสอบได้จากการอาศัยโอกาสเข้ามาติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของหลักสูตร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในประเด็นนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อถึงเวลาที่ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานปรากฏอย่างแน่ชัด หากพบว่ามีบัณฑิตคนใดได้รับปริญญาจากการกระทำอันเป็นการทุจริต การเพิกถอนปริญญาควรเป็นผลที่ตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของวุฒิการศึกษา และยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่ยอมให้มีการใช้เส้นสายหรือกลวิธีที่ไม่ชอบธรรมในการเข้าสู่ระบบการศึกษา
ศาสตราจารย์ธงทองยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมั่นใจว่าคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา รอบคอบ และอยู่ภายใต้กรอบของความยุติธรรม เพื่อพิทักษ์หลักนิติธรรมและจริยธรรมทางวิชาการ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาด้านกฎหมายในสังคมไทย
ทั้งนี้ ศ.ธงทอง ยังได้ฝากกำลังใจมายังคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และชาวจุฬาฯ ทุกคน ให้ยืนหยัดรักษาความน่าเชื่อถือของหลักสูตรและสถาบันต่อไป พร้อมทั้งย้ำว่า ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและความถูกต้องจะเป็นพลังสำคัญในการฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้















เบื้องหลังการปฏิบัติการ เริ่มจาก ผบ.ตร. สั่งให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนครบาล ร่วมกับ บช.ปส. ทำการสแกนพื้นที่ท่องเที่ยวในเมืองกรุง หลังพบโพสต์เตือนภัยในคอมมูนิตี้ “ThailandTourism” บน Reddit มีนักท่องเที่ยวต่างชาติร้องเรียนว่ากลุ่มชายผิวสีในย่านนานา–อโศก ขายยาเสพติด หลอกลวง และล้วงกระเป๋า ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างหนัก
พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า ขบวนการนี้เป็นเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ ใช้ยุทธวิธีต่อต้านการจับกุมขั้นสูง แต่ตำรวจไทยใช้การอำพรางแนบเนียนจนสามารถปิดเกมได้สำเร็จ พร้อมเร่งขยายผลถึงต้นทางนำเข้า และผู้ร่วมขบวนการในประเทศอื่น


บรรยากาศอบอวลด้วยพลังแห่งการมีส่วนร่วม ทั้งเจ้าหน้าที่ ครู และนักเรียน ต่างแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน “สวมหมวกก่อนขับ ปลอดภัยทุกเส้นทาง” ตอกย้ำวิสัยทัศน์กรมการขนส่งทางบก “องค์กรแห่งนวัตกรรม ดูแลการขนส่งทางถนนให้มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อชีวิตคนไทยทุกคน”
