Friday, 5 June 2026
ตำรวจ

อดีตคณบดีนิติฯ จุฬาฯ หนุนเพิกถอนปริญญาบัณฑิตหากพบทุจริตสอบนิติฯ มั่นใจคณะดำเนินการรอบคอบ ตรงไปตรงมาเพื่อรักษาศักดิ์ศรีสถาบัน

(24 เม.ย. 68) จากกรณีที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินคดีจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำข้อสอบของคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกไปให้บุคคลอื่นทำก่อน แล้วส่งต่อให้กับอดีตนายตำรวจระดับสูงเพื่อคัดลอกข้อสอบ : ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2566 และได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของหลักสูตรอย่างมาก 

กระทั่งคณะนิติศาสตร์ต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไม่ใช่ศิษย์เก่าและไม่ใช่บุคลากรของมหาวิทยาลัย แต่สามารถเข้าถึงข้อสอบได้จากการอาศัยโอกาสเข้ามาติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของหลักสูตร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในประเด็นนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อถึงเวลาที่ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานปรากฏอย่างแน่ชัด หากพบว่ามีบัณฑิตคนใดได้รับปริญญาจากการกระทำอันเป็นการทุจริต การเพิกถอนปริญญาควรเป็นผลที่ตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของวุฒิการศึกษา และยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่ยอมให้มีการใช้เส้นสายหรือกลวิธีที่ไม่ชอบธรรมในการเข้าสู่ระบบการศึกษา

ศาสตราจารย์ธงทองยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมั่นใจว่าคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา รอบคอบ และอยู่ภายใต้กรอบของความยุติธรรม เพื่อพิทักษ์หลักนิติธรรมและจริยธรรมทางวิชาการ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาด้านกฎหมายในสังคมไทย

ทั้งนี้ ศ.ธงทอง ยังได้ฝากกำลังใจมายังคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และชาวจุฬาฯ ทุกคน ให้ยืนหยัดรักษาความน่าเชื่อถือของหลักสูตรและสถาบันต่อไป พร้อมทั้งย้ำว่า ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและความถูกต้องจะเป็นพลังสำคัญในการฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้

เครื่องบินลำเลียง DHC6-400 ตกหน้ารีสอร์ทชะอำ เสียชีวิต 5 ราย เจ็บ 1 ราย เป็นเครื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(25 เม.ย. 2568) เวลาประมาณ 08.15 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเครื่องบินเล็กตกในทะเล บริเวณหน้ารีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ชะอำ จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ และทีมกู้ชีพได้รุดเข้าตรวจสอบทันที

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทีมกู้ภัยรายงานว่าพบผู้เสียชีวิต 5 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งได้นำส่งโรงพยาบาลหัวหินแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการกู้ร่างผู้เสียชีวิตและตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุ

สำหรับเครื่องบินที่ประสบเหตุดังกล่าว เป็นแบบ DHC6-400 Twin Otter ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเริ่มเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2563 โดยเป็นเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีที่สามารถใช้งานได้หลากหลายภารกิจ รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางอากาศ

ผบ.ตร. ลงพื้นที่หัวหิน แสดงความเคารพ 5 วีรบุรุษตำรวจ พร้อมยกย่องนักบินเสียสละบังคับเครื่องเลี่ยงชุมชนก่อนตกทะเล

(25 เม.ย. 2568) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเครื่องบินกองบินตำรวจตกในทะเล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะปฏิบัติภารกิจทดสอบการบิน โดยแสดงความเคารพร่างตำรวจ 5 นายที่เสียชีวิต พร้อมยกย่องความเสียสละของนักบินที่ควบคุมเครื่องหลบเลี่ยงเขตชุมชน ก่อนตกในทะเล ทั้งนี้มีตำรวจอีก 1 นายบาดเจ็บจากเหตุการณ์ อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหิน

ผบ.ตร.ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเก็บกู้เครื่องบินจากทะเลโดยไม่ให้กระทบพยานหลักฐาน พร้อมกำชับให้ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด จัดพิธีเคลื่อนย้ายร่างและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างสมเกียรติ และให้สวัสดิการแก่ครอบครัวอย่างเหมาะสม

จากนั้น ผบ.ตร.ได้เข้าเยี่ยม ร.ต.อ.จตุรงค์ วัฒนไพรสาณฑ์ นักบินที่รอดชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์ มีอาการกระดูกใบหน้าหักและเจาะปอดเพื่อระบายของเสีย โดยไม่พบภาวะกระทบกระเทือนทางสมอง เบื้องต้นได้ประสานโรงพยาบาลตำรวจเพื่อเตรียมความพร้อมหากต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาต่อ

ลำปาง-ตำรวจลำปางรวบแก๊งฉ้อโกงขายรถมือสอง – ขยายผลจับผู้ต้องหาคดียาบ้า 3.6 ล้านเม็ด

(28 เม.ย. 68) เวลา 13.00 น. ที่หน้าห้องปฏิบัติการสืบสวน สภ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง นำโดย พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.คมสันต์ บำรุงยศ ผกก.สภ.เมืองลำปาง, พ.ต.อ.ประสิทธิ์ หล้าสมศรี ผกก.สภ.แม่พริก และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงขายรถยนต์มือสอง และการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 3.6 ล้านเม็ด

คดีฉ้อโกงขายรถยนต์มือสอง
จากการสืบสวนของชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พบพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนในลักษณะแก๊งอั้งยี่ โดยมี น.ส.อิง และ น.ส.ออย (นามสมมุติ) เป็นผู้ร่วมขบวนการหลัก อ้างรับซื้อหรือรับจำนำรถในราคาถูก แล้วนำไปขายต่อโดยไม่คืนรถให้เจ้าของ แม้จะจ่ายเงินครบตามที่ตกลงแล้วก็ตาม

ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีรวม 19 คดี บางส่วนได้ส่งฟ้องศาลแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณา พร้อมกันนี้ได้ดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 5 คดี โดยหนึ่งในนั้นมีผู้เสียหายรายหนึ่งถูกหลอกให้โอนเงิน 299,999 บาท เพื่อซื้อรถยนต์ ก่อนถูกแย่งรถคืนไป ทั้งยังพบพฤติกรรมใช้คนกลางหารถเป้าหมาย และหลอกให้ถอนแจ้งความเพื่อล่อลวงซ้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหา "อั้งยี่" และ "ร่วมกันฉ้อโกง"

คดียาบ้า 3.6 ล้านเม็ด
ในอีกคดีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ สภ.แม่พริก และ กก.สส.ภ.จว.ลำปาง ร่วมกับตำรวจจังหวัดตาก ขยายผลจากการจับกุมยาเสพติดจำนวนกว่า 3.6 ล้านเม็ดเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้ที่จุดตรวจท่าเล่ ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา

ผู้ต้องหารายนี้ถูกออกหมายจับในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายและมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า และมีลักษณะขององค์กรอาชญากรรม โดยจากการติดตามเส้นทางรถยนต์ ISUZU D-MAX สีขาว ทะเบียน ยบ 1534 เชียงใหม่ ของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับได้และนำตัวส่งดำเนินคดีที่ สภ.แม่พริก

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากประชาสัมพันธ์ หากประชาชนคนใดตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพในคดีรถยนต์มือสองดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ สภ.เมืองลำปาง ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ตำรวจอำพรางเป็นช่างปูน! บุกจับแก๊งโคเคนนานา ผิวสีอมยา–กลืนหนีไม่รอด ยึดมือถือ 11 เครื่องโยงขบวนการข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งเปิดปฏิบัติการสุดระห่ำ “ทลายเงามืดนานา (Take Down Black-Shadow Nana)” ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ผนึกกำลัง ตำรวจนครบาล (บช.น.) และ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สนธิกำลังกว่า 40 นาย บุกย่านสุขุมวิท ซอย 11 ปิดล้อม “แก๊งชายผิวสี” ชาวไนจีเรีย ลอบขายยาเสพติดให้นักท่องเที่ยว

ปฏิบัติการครั้งนี้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำทีมคุมกำลังชุดสืบสวนแต่งอำพรางเป็น “ช่างปูน” ขึ้นรถสองแถวตีเนียนเข้าไปในพื้นที่ ก่อนเห็นกับตา—กลุ่มชายผิวสีคายของกลางจากปาก ส่งยาให้ลูกค้าชาวต่างชาติ จึงสั่งปฏิบัติการตะครุบตัวทันที!

โดยให้เสียงสัญญาณ “เอาเลย!” ดังขึ้น ชุดสืบสวนกว่า 20 นายกระโจนล้อมจับกลางฟุตบาทสุขุมวิท 11 ทำให้กลุ่มคนร้ายแตกกระเจิง บางรายพยายามกลืนยาโคเคนลงท้องหนีหลักฐาน แต่ไม่รอดถูกจับกุมรวบได้ทั้งแก๊ง 9 ราย เป็นชาวไนจีเรีย 8 คน และคนไทย 1 คน พร้อมของกลางโคเคน 2 ถุง น้ำหนักรวม 4 กรัม และมือถือ 11 เครื่อง พบข้อมูลซื้อขายยาเสพติดจำนวนมาก

เบื้องหลังการปฏิบัติการ เริ่มจาก ผบ.ตร. สั่งให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนครบาล ร่วมกับ บช.ปส. ทำการสแกนพื้นที่ท่องเที่ยวในเมืองกรุง หลังพบโพสต์เตือนภัยในคอมมูนิตี้ “ThailandTourism” บน Reddit มีนักท่องเที่ยวต่างชาติร้องเรียนว่ากลุ่มชายผิวสีในย่านนานา–อโศก ขายยาเสพติด หลอกลวง และล้วงกระเป๋า ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างหนัก

”รองจ๋อ“ เรียกทีมประชุมวางแผนก่อนแบ่งทีมงานหาข่าว จากการสืบสวนพบว่าแก๊งนี้ใช้วิธีลักลอบนำยาเข้าประเทศโดย “กลืนห่อโคเคนในท้อง” แล้วมาถ่ายออกภายหลังเพื่อจำหน่ายในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยใช้เทคนิคพันเทปดำซุกในปาก หากเจอตำรวจจะกลืนทันทีเพื่อทำลายหลักฐาน

พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า ขบวนการนี้เป็นเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ ใช้ยุทธวิธีต่อต้านการจับกุมขั้นสูง แต่ตำรวจไทยใช้การอำพรางแนบเนียนจนสามารถปิดเกมได้สำเร็จ พร้อมเร่งขยายผลถึงต้นทางนำเข้า และผู้ร่วมขบวนการในประเทศอื่น

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งลุยปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในทุกพื้นที่กรุงเทพฯ ย้ำคืนความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่มุ่ง “สร้างภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทยปลอดภัย ไร้ยาเสพติด
 

”ตำรวจ–ขนส่ง“ ผนึกกำลัง ปลุกพลังเยาวชน “นักเรียนรุ่นใหม่ ใส่หมวกกันน็อก” จุดไฟวินัยจราจร สร้างเมืองปลอดภัย ลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์!

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่วิทยาลัยการอาชีพนครนายก สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “นักเรียนรุ่นใหม่ ใส่หมวกกันน็อก” เพื่อปลูกฝังวินัยจราจร สร้างจิตสำนึกความปลอดภัย และขับเคลื่อนวัฒนธรรม “ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกทุกครั้ง” ในกลุ่มเยาวชน

โดยได้รับเกียรติจาก ตำรวจตรีอังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมพิธีเปิดพร้อมมอบหมวกกันน็อกให้แก่นักเรียนกว่า 100 คน ร่วมด้วย นางสาวเยาวมาศ เที่ยวทอง ขนส่งจังหวัดนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ–เอกชน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา

โดยพิธีมี นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิด พร้อมกล่าวเน้นย้ำให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของ “หมวกกันน็อกหนึ่งใบ เท่ากับหนึ่งชีวิต” และร่วมกันสร้างเมืองนครนายกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งความปลอดภัยทางถนน

ภายในงานยังมีการอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดย ร.ต.ต.โชติพัฒน์ โคตรศรีวงศ์ รอง สว.จราจร สภ.บ้านนา ถ่ายทอดเทคนิคการขับขี่ปลอดภัย และการป้องกันอุบัติเหตุแก่เยาวชนอย่างเข้มข้น

บรรยากาศอบอวลด้วยพลังแห่งการมีส่วนร่วม ทั้งเจ้าหน้าที่ ครู และนักเรียน ต่างแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน “สวมหมวกก่อนขับ ปลอดภัยทุกเส้นทาง” ตอกย้ำวิสัยทัศน์กรมการขนส่งทางบก “องค์กรแห่งนวัตกรรม ดูแลการขนส่งทางถนนให้มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อชีวิตคนไทยทุกคน”


จากลู่สู่เครื่องแบบ “ภูริพล บุญสอน” บรรจุข้าราชการตำรวจ ทำลายสถิติวิ่ง 100 ม. ต่ำกว่า 10 วิ สานภารกิจล่าเหรียญเวทีโลก แม่ปลื้มโพสต์ให้กำลังใจ

(17 ก.พ. 69) 'ภูริพล บุญสอน' นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ หลังสร้างชื่อเสียงโดดเด่นและทำลายสถิติวิ่ง 100 เมตรต่ำกว่า 10 วินาที ด้วยเวลา 09.94 วินาที เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 69

ล่าสุดในเฟซบุ๊กของ 'Supawadee Mukphon' คุณแม่ของ 'ภูริพล' ได้โพสต์ภาพและข้อความแสดงความยินดีพร้อมกำลังใจว่า "ยินดีกับตำรวจน้อยของแม่ ประสบความสำเร็จในทุกก้าวที่ลูกเดินนะหนูคือความภูมิใจของแม่ ชุดยังไม่พร้อม แต่กายใจพร้อมมาก"

'ภูริพล' มีผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง ทั้งในการแข่งขันระดับประเทศและระดับนานาชาติ นอกจากนี้ยังได้ลงแข่งขันในนามสโมสรตำรวจอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ 'ภูริพล' ได้รับการบรรจุที่หน่วยกองบัญชาการตำรวจนครบาลตามโครงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ เช่นเดียวกับ 'สระอรรถ ดาบบัง' ที่ได้รับการบรรจุในหน่วยกองบัญชาการศึกษา

การบรรจุนี้สะท้อนถึงความร่วมมือในการสนับสนุนนักกีฬาที่มีความสามารถของหน่วยงานรัฐ เพื่อส่งเสริมศักยภาพและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศในเวทีโลก

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10139922


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top