Friday, 5 June 2026
ตราด

ตราด-หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เอาจริงเรื่องชายแดน

(1 ต.ค. 68) รับตําแหน่งใหม่ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด จัดพิธี รับ - ส่ง หน้าที่ผู้การท่านใหม่ โดยมี น.อ.ภริศวร์ วงษ์ศรีเพ็ญ ผบ.ฉก.นย.ตราด (ท่านเก่า) ส่งมอบหน้าที่ให้กับ น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.ฉก.นย.ตราด (ท่านใหม่) 

น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.ฉก.นย.ตราด (ท่านใหม่) ได้พูดคุยกับกำลังพลที่เข้าร่วมพิธีและสื่อมวลชน ขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ได้แต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ในพื้นที่จังหวัดตราด ผมรู้จักพิ้นที่และสถานการณ์เป็นอย่างดีตลอดจนปีที่ผ่านมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองยุทธการ ได้รับทราบการปฏิบัติงานของกำลังพลอย่างเสมอ และขอชื่นชมในความเสียสละของทุกท่านในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ปีนี้เราจะปฏิบัติงานกันอย่างสนุกมากยิ่งขึ้นเพราะมีอะไรหลายๆอย่างที่รอเราอยู่ โดยเฉพาะปัญหาชายแดน เราจะค่อยแก้ไขตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสูง เพื่อประเทศชาติของเรา เราจะให้ความสำคัญสถานการณ์ชายแดนในการรักษาอธิปไตยของประเทศ ในสโลแกนที่ว่า ปัญหาเก่าต้องแก้ไข ปัญหาใหม่จะต้องไม่มีต่อไป

‘กองทัพเรือ’ ย้ายนายทหารเอี่ยวทุจริตน้ำมัน ออกนอกพื้นที่ จ.ตราด ยันสอบเข้ม!! ไม่ละเว้นแม้ระดับสูง

(3 ต.ค. 68) กองทัพเรือมีคำสั่งโยกย้ายนายทหารที่ถูกกล่าวหาพัวพันการลักลอบนำน้ำมันออกจากหน่วยและการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างในจังหวัดตราด หลังคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยข้อมูลว่ามีการเบิกน้ำมันครั้งละ 1,000 ลิตร เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง และย้ำว่าจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิดไม่ว่าระดับใดก็ตาม

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า ประเด็นการใช้พลทหารไปทำงานนอกภารกิจนั้นได้มีการตรวจสอบและลงโทษทางวินัยผู้เกี่ยวข้องแล้ว ส่วนกรณีการลักลอบนำน้ำมันและการแสวงหาประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้าง ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมสั่งย้ายผู้ถูกกล่าวหาออกจากพื้นที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส หากพบว่ามีความผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ด้านนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี และนายศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.ทหาร ระบุว่าขณะนี้มีข้อสงสัยถึง 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การส่งพลทหารไปทำงานให้เอกชน การเบิกน้ำมันผิดปกติครั้งละ 1,000 ลิตร และการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเข้าข่ายใช้ใบเสร็จเท็จ โดยยืนยันว่าต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกียรติภูมิของกองทัพและผลประโยชน์ของชาติ

หลักฐานจากหนังสือพิมพ์เก่าฝรั่งเศสยืนยัน ‘เกาะกูด’ เป็นของไทย ตามสนธิสัญญา 1907

(3 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ปราชญ์ สามสี โพสต์ถึงเรื่องราวการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสิทธิของสยามเหนือเกาะกูด ทำให้เราได้พบเอกสารร่วมสมัยที่มีคุณค่ามาก ทั้งจากหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสในยุคอาณานิคมและเอกสารสนธิสัญญาทางการ ซึ่งต่างก็ยืนยันในสาระเดียวกัน

เอกสารแรกที่ได้ถ่ายไว้คือ หน้าหนังสือพิมพ์ Le Petit Journal Militaire, Maritime, Colonial ซึ่งตีพิมพ์ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เน้นรายงานด้านทหาร–เรือ–อาณานิคม และมักจะติดตามความเคลื่อนไหวของฝรั่งเศสในอินโดจีน เนื้อหาที่เราพบอยู่ในหัวข้อ Le Nouveau Traité Franco-Siamois พร้อมแผนที่ที่ทำเครื่องหมายเส้นเขตแดนใหม่ แผนที่ดังกล่าวระบุชัดเจนถึงพื้นที่ที่ฝรั่งเศสได้ไปจากอนุสัญญา 1904 และพื้นที่ที่คืนให้สยามตาม พิธีสารวันที่ 29 มิถุนายน 1904 ในบรรดาพื้นที่เหล่านี้ มีการขีดเส้นล้อมหมู่เกาะในอ่าวไทยใต้ แหลมลิง (Cap Lemling) ซึ่งรวมถึง เกาะกูดและเกาะช้าง ที่ถูกยืนยันว่าเป็นของสยาม

เอกสารชิ้นถัดมาที่ได้ถ่ายคือ ตัวบทสนธิสัญญาฝรั่งเศส–สยาม 23 มีนาคม 1907 หรือ Texte du Traité Franco-Siamois du 23 mars 1907 ซึ่งลงพิมพ์ในแถลงการณ์ทางการทูต มาตรา 2 ของสนธิสัญญาฉบับนี้ระบุข้อความสำคัญที่สุดว่า ฝรั่งเศสยอมคืนด่านซ้ายและตราดแก่สยาม “รวมถึงเกาะทั้งปวงที่อยู่ใต้แหลมลิง จนถึงและรวมทั้งเกาะกูด (Koh-Kut)” ข้อความนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เอ่ยชื่อเกาะกูดโดยตรง และเป็นการรับรองสิทธิของสยามในระดับระหว่างประเทศ

เมื่อนำเอกสารทั้งสองชุดมาเทียบกัน—ทั้ง หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสในยุคนั้น ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ และ สนธิสัญญาทางการปี 1907—เราจะเห็นภาพต่อเนื่องที่สอดคล้องกันว่า…ตั้งแต่ปี 1904 ในพิธีสาร 29 มิถุนายน เกาะกูดอยู่ในเขตที่คืนให้สยาม

และในปี 1907 สิทธิของสยามเหนือเกาะกูดได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนอีกครั้งในตัวบทสนธิสัญญา

ดังนั้น การค้นพบและถ่ายเอกสารเหล่านี้จึงเป็นเหมือนการนำหลักฐานร่วมสมัยจาก “ปากคำของฝรั่งเศสเอง” มายืนยันว่าประเทศไทยได้รับเกาะกูดมาตั้งแต่ปี 1904 ไม่ใช่เรื่องที่อ้างฝ่ายเดียว หากแต่เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกบันทึกลงในสื่อและกฎหมายระหว่างประเทศของฝรั่งเศสอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

ปล. ขอบคุณการเก็บข้อมูลของคุณไกรฤกษ์นานาในหนังสือสยามในโลกสากล ที่ช่วยทำให้การค้นหาเป็นไปได้ง่ายขึ้น

ผบ.ทรภ. 1 ตรวจเยี่ยมกำลังพลปฎิบัติงานในพื้นที่ชายแดน จว.จันทบุรี และจว.ตราด

พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนทางทะเลจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ประกอบด้วย ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 หมู่เรือลาดตระเวนชายเเดน ส่วนที่ 1 (มชด./1) และศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะช้าง (ศรภ.ทร. เกาะช้าง)

เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญและรับทราบสถานการณ์ชายแดน รวมทั้งปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้องการปฏิบัติงานในพื้นที่ 

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำสิ่งสำคัญให้หน่วยงานและกำลังพลทุกนายมีความพร้อมตลอดเวลา สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้ทันทีเมื่อสั่ง และจะต้องประสบความสำเร็จ

รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย สร้างภาพพจน์ที่ดีและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องประชาชน 

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ชายแดน จว.จันทบุรี และจว.ตราด

เมื่อวันที่ (9 ต.ค. 68) พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนทางทะเลจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ประกอบด้วย ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 หมู่เรือลาดตระเวนชายเเดน ส่วนที่ 1 (มชด./1) และศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะช้าง (ศรภ.ทร. เกาะช้าง)

เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญและรับทราบสถานการณ์ชายแดน รวมทั้งปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้องการปฏิบัติงานในพื้นที่ 

ทั้งนี้ได้เน้นย้ำสิ่งสำคัญให้หน่วยงานและกำลังพลทุกนายมีความพร้อมตลอดเวลา สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้ทันทีเมื่อสั่ง และจะต้องประสบความสำเร็จ

รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย สร้างภาพพจน์ที่ดีและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องประชาชน

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top