Saturday, 6 June 2026
ดาต้าเซ็ต

‘ดาต้าเซ็ต’ ส่องความเห็นโซเชียล ปม 'แจกเงินหมื่น' พบชาวเน็ตเสียงแตก มีทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน

(5 ต.ค.67) ภายหลังโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งปรับเปลี่ยนรูปแบบมาจาก 'ดิจิทัล วอลเล็ต' ได้ก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงในสังคมออนไลน์ มีทั้งฝ่ายที่มองว่าเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิต ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไม่ยั่งยืนพร้อมทั้งกังวลถึงผลกระทบระยะยาว โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างมากของผู้คนที่มีต่อนโยบายนี้

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Listening) ในช่วงวันที่ 25 กันยายน - 1 ตุลาคม 2567 ถึงประเด็นเกี่ยวกับ “โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการ” พบว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างคึกคักในโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งการวิจารณ์ตัวนโยบาย และการแบ่งปันไอเดียการใช้เงินที่ได้รับว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายกับอะไรบ้าง? สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างของประชาชนที่มีต่อมาตรการนี้

ส่องไอเดียโซเชียลใช้ 'เงินหมื่น' ไปกับอะไร ?
จากข้อมูลที่รวบรวมได้ในโซเชียลมีเดีย พบว่าประชาชนส่วนใหญ่วางแผนจะนำเงินไปใช้จ่ายค่อนข้างหลากหลาย โดยส่วนใหญ่จะนำเงินไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมากที่สุด รองลงมาคือนำเงินที่ได้รับไปชำระหนี้ การต่อยอดลงทุนโดยเฉพาะการซื้ออุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม และอื่น ๆ โดยสามารถแบ่งสัดส่วนการใช้จ่ายได้ดังนี้: 

1. สินค้าอุปโภคบริโภค: 47.8%
- อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในครัวเรือน ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุง
- สินค้าเพื่อการเกษตร (ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การเกษตร พันธุ์พืช สัตว์เลี้ยง)
- เครื่องใช้ไฟฟ้า/อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- เสื้อผ้า/เครื่องแต่งกาย

2. ชำระหนี้สิน: 17.4%
- ใช้หนี้ จ่ายหนี้ ชำระหนี้ต่าง ๆ
3. ลงทุน: 9.6%
-   ซื้อทอง เก็บเงิน ลงทุนในอุปกรณ์ทำมาหากิน ซื้อสลากออมสิน
4. เงินสำหรับการรักษาและซ่อมบำรุง: 8.7%
-  ค่ารักษาพยาบาล ยา อุปกรณ์การแพทย์ ทำฟัน
-  วัสดุซ่อมแซมบ้าน
5. อื่น ๆ: 16.5%
-  ชำระค่าสาธารณูปโภค
-  ทำบุญ/บริจาค
-  ใช้จ่ายเพื่อการศึกษา

ชาวโซเชียลคิดเห็นอย่างไร ? กับนโยบายแจกเงินหมื่น

ความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายนี้มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังและข้อกังวลที่มีต่อผลกระทบในระยะยาว โดยสามารถแบ่งความคิดเห็นออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย: 51.8%
• กังวลเรื่องภาระหนี้สาธารณะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลัง เนื่องจากเป็นการใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดผลิตภาพในระยะยาว อาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและภาระทางการคลังแก่คนรุ่นต่อไป
• มองว่าการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้คนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงได้รับเงิน ในขณะที่คนที่เดือดร้อนไม่ได้รับ สะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมและความล้มเหลวในการบริหารจัดการข้อมูล
• เห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน และอาจสร้างวัฒนธรรมการพึ่งพารัฐบาลมากเกินไป ทำให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการพัฒนาตนเองและพึ่งพาตนเอง
• วิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายเงินอย่างไม่เหมาะสมของผู้ได้รับ เช่น เล่นการพนัน ซื้อของฟุ่มเฟือย
• ต้องการให้นำงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือการลงทุนระยะยาวแทน เนื่องจากมองว่ามีความยั่งยืนต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า

กลุ่มที่เห็นด้วยกับนโยบาย: 33.2%
• มองว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ เพราะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อยและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้
• เห็นว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้าท้องถิ่นได้รับประโยชน์ 
• เชื่อว่าเป็นการคืนภาษีให้ประชาชน และรัฐบาลมีความตั้งใจดีในการช่วยเหลือประชาชน แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของประชาชน
• มองว่าการให้เป็นเงินสดดีกว่า เพราะประชาชนสามารถนำไปใช้ได้ตามความจำเป็น ให้อิสระในการบริหารจัดการเงินตามสถานการณ์ของแต่ละครอบครัว
• สนับสนุนให้มีนโยบายแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน เพราะเห็นว่าเป็นวิธีที่ตรงจุดและเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

กลุ่มที่เป็นกลาง: 15.0%
• เข้าใจความจำเป็นในการช่วยเหลือผู้เดือดร้อน แต่เสนอให้มีการปรับปรุงระบบการคัดกรองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ที่ต้องการจริง ๆ และลดความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรทรัพยากร
• มองว่าควรมีการติดตามและประเมินผลนโยบายอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยพิจารณาทั้งผลกระทบระยะสั้นและระยะยาวต่อเศรษฐกิจและสังคม
• เสนอให้มีมาตรการควบคุมการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนโยบาย เช่น การกำหนดประเภทสินค้าและบริการที่สามารถใช้จ่ายได้ หรือการให้เป็นเครดิตสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นเท่านั้น
• แนะนำให้พิจารณาทางเลือกอื่น ๆ ในการช่วยเหลือประชาชน เช่น การสร้างงาน หรือการพัฒนาทักษะ ซึ่งอาจเป็นวิธีที่ยั่งยืนกว่าในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
• เห็นว่าควรมีการสื่อสารและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและครอบครัว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความคิดเห็นต่อนโยบายนี้จะแตกต่างกัน แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากที่รอคอยและหวังจะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ และประชาชนยังให้ความสนใจเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินนโยบาย การเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินนโยบายอย่างชัดเจน และการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนานโยบายให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง และส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

“ดาต้าเซ็ต” ดันเรียนรู้ จับมือ ม.กรุงเทพ เปิดหลักสูตรนานาชาติ ผลักดัน Media Intelligence สู่ห้องเรียน เชื่อมธุรกิจและการศึกษา พร้อมแชร์เทคโนโลยี เตรียมพร้อมนักศึกษา ด้วยโอกาสจริง

ดาต้าเซ็ต จับมือ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลักสูตรนานาชาติ 

ผลักดัน Media Intelligence และ Social Listening จากโลกธุรกิจสู่ห้องเรียน

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ผู้นำด้าน Media Intelligence และ Social Listening และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลักสูตรนานาชาติ (Bangkok University International) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ณ ห้อง Auditorium ชั้น 5 อาคาร C6 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ความร่วมมือครั้งนี้มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2569 โดยมุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้าน Media Intelligence จากภาคธุรกิจเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนโดยตรง นักศึกษาและคณาจารย์ของ BUI จะได้เข้าถึงแพลตฟอร์ม dxt:360 Analytics (Social Listening Tool) และการบรรยายเวิร์กช็อปโดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติด้าน Global Brand และอินไซต์เชิงธุรกิจการตลาด

การลงนามในครั้งนี้มีผู้แทนจากดาต้าเซ็ต ได้แก่ นายโรเบิร์ต เคบัส (Robert Kabus) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ยุทธศาสตร์ และ นายศรุต อุดมการ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ ส่วนฝั่ง BU International มีผู้แทนคือ ผศ.ดร.ดวงธิดา นันทาภิรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีสายนานาชาติ และรักษาการคณบดีหลักสูตรนานาชาติ และ ดร.ปาณิสรา คงถาวร รองคณบดีหลักสูตรนานาชาติ

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นเป็นการต่อยอดจากการที่ บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายให้กับนักศึกษาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เนื้อหาบรรยายครอบคลุมภาพรวมอุตสาหกรรม Media Intelligence การจัดวาง Insight ด้วย SMART Model และการสาธิต Social Listening Tool จากข้อมูลจริง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักศึกษาตลอดเซสชัน

นายโรเบิร์ต เคบัส ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ยุทธศาสตร์ ดาต้าเซ็ต กล่าวว่า "ในยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนหลายอย่าง สิ่งที่แบรนด์และองค์กรยังต้องการมากที่สุด คือ ความสามารถในการรับฟัง ทั้งรับฟังตลาดและรับฟังกลุ่มเป้าหมายแบบเรียลไทม์ และนั่นคือสิ่งที่ดาต้าเซ็ตทำ เป็นเหตุผลที่ Media Intelligence และ Social Listening จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นตัวช่วยที่ทำให้การตัดสินใจขององค์กรดีขึ้นและมั่นใจขึ้น กลุ่มคนที่จะอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ในอีก 5 ปีข้างหน้าก็กำลังนั่งเรียนอยู่วันนี้ พวกเขาควรมีโอกาสได้สัมผัสเครื่องมือที่ธุรกิจจริง ใช้จริง จึงเกิดความร่วมมือนี้ขึ้น" 

ด้านผศ.ดร.ดวงธิดา นันทาภิรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีสายนานาชาติ และรักษาการคณบดีหลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวในโอกาสเดียวกันว่า "มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลักสูตรนานาชาติ มุ่งมั่นพัฒนาบัณฑิตที่มีความแข็งแกร่งทางวิชาการ มีมุมมองระดับสากล และพร้อมรับมือกับโลกการทำงานจริง ความร่วมมือกับดาต้าเซ็ตสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับอนาคต ผ่านแนวปฏิบัติจริงของอุตสาหกรรมและ Insights ในสาขาที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว" 

ทั้งสองสถาบันเปิดกว้างสำหรับการขยายความร่วมมือในรูปแบบอื่น ๆ ในอนาคต โดยมองว่าการลงนามในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และมุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมร่วมกันในระยะยาว

เกี่ยวกับดาต้าเซ็ต

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Social Listening บริการด้าน Media Monitoring บริการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ และเป็นผู้ดำเนินธุรกิจสำนักข่าวอินโฟเควสท์ 

บริการต่าง ๆ ของดาต้าเซ็ต ได้แก่ dxt:360, dxt:solutions และ NCX ช่วยให้แบรนด์สามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลจากสื่อแบบ 360 องศา ทั้งโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ และสื่อกระแสหลัก นอกจากนี้ ดาต้าเซ็ตยังมีบริการข่าวสารออนไลน์เรียลไทม์ บริการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dataxet.co 

เกี่ยวกับ BU International

หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มุ่งเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาด้วยหลักสูตรที่ทันสมัย เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมชั้นนำทั้งในประเทศและระดับสากล 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด

Website: www.dataxet.co

Email: [email protected]

Facebook: Dataxet Thailand


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top