Thursday, 4 June 2026
ซีเกมส์

‘ดาว TikTok เขมร’ ด่า ‘คนไทย’ ปมดรามาซีเกมส์ สุดท้ายทัวร์ลงหนัก จนต้องตั้งไพรเวตหนี

จากกรณีความขัดแย้งระหว่างชาวไทย และชาวกัมพูชา เริ่มจากประเด็นดรามา ‘มวยไทย’ กับ ‘กุนขแมร์’ ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2023 ที่ประเทศกัมพูชา จนทำให้มีการตอบโต้กันในโลกออนไลน์อย่างเผ็ดร้อนของสองชาติ

โดยมีดาว TikTok ชาวเขมรเจ้าของบัญชี kissman5t6 ที่ออกมาด่ากราดคนไทย ทั้งเรื่องประเด็นไม่ส่งแข่ง ‘กุนขแมร์’ รวมทั้งเรื่องค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดซีเกมส์ ที่มีการขายให้ไทย แพงกว่าชาติอื่น ๆ และยังระบุว่า หากไทยไม่ต้องการแข่งขันก็ไม่ต้องมาร่วม จนโดนทัวร์ลงอย่างหนัก

‘กสทช.’ ยืนยันไม่ซื้อลิขสิทธิ์ ‘ซีเกมส์ 2023’ ไม่ผิด เล็งแก้กฎ ‘มัสต์แฮฟ’ หลังเป็นมีปัญหาตามมาเพียบ

ความคืบหน้าเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคมนี้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กำลังเตรียมเจรจากับเจ้าภาพกัมพูชา ให้ลดค่าลิขสิขสิทธิ์ที่ตั้งไว้สูงถึง 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27.6 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เรียกร้องให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทบทวนยกเลิกกฎ "มัสต์แฮฟ" (Must Have) 

เพราะเห็นว่าเป็นต้นตอปัญหาในการดึงภาคเอกชนร่วมลงทุนในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬา 7 รายการที่คนไทยต้องดูฟรี ประกอบด้วย ซีเกมส์, อาเซียนพาราเกมส์, เอเชียนเกมส์, เอเชียนพาราเกมส์, โอลิมปิกเกมส์, พาราลิมปิกเกมส์ และฟุตบอลโลกนั้น

ล่าสุด นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า กรณีของการพิจารณาประเด็นปัญญาของกฎ "มัสต์แฮฟ" ที่ขัดแย้งกับธุรกิจกีฬาโลกนั้น บอร์ด กสทช. มีความเห็นให้ตั้งคณะทำงาน 1 ชุด โดยมี น.ส.มณีรัตน์ กำจรกิจการ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. เป็นประธานเพื่อศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ซึ่งคณะกรรมการชุดใหญ่รอฟังข้อสรุปก่อนจะพิจารณาตัดสินใจต่อไป

ด้าน น.ส.มณีรัตน์ กำจรกิจการ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องที่ กกท. ระบุว่า กสทช. บีบบังคับให้ กกท. ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชานั้น น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกัน เพราะก่อนหน้านี้ กสทช. เชิญ กกท. และคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ มาหารือและชี้แจงทำความเข้าใจกฎ ‘มัสต์แฮฟ’ และ ‘มัสต์ แครี่’ 

ซึ่งทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่า สำหรับการบังคับใช้ของกฎ ‘มัสต์ แฮฟ’ และ ‘มัสต์ แครี่’ จะเริ่มต้นก็ต่อเมื่อ ลิขสิทธิ์ถูกซื้อมาดำเนินการในประเทศไทย แต่ตราบใดที่ไม่มีการซื้อเข้ามา กฎดังกล่าวก็ไม่ได้บังคับใช้ หรือสรุปง่ายๆ ว่า ถ้าประเทศไทยไม่ซื้อถือว่า ไม่ได้มีความผิดอะไร แต่ถ้าซื้อมาแล้ว ต้องถ่ายทอดสดให้คนไทยได้รับชมตามช่องทางต่าง ๆ ที่ระบุไว้แบบไม่เสียเงินค่ารับชม อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าทาง กกท. จะดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของ กกท. ซึ่งแจ้งไว้คร่าว ๆ ว่า กำลังหางบประมาณ และจะขอจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

‘TRUE’ จัดเต็มด้าน ‘เครือข่ายสื่อสาร’ หนุนทัพนักกีฬาไทย ชุดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ยามไกลบ้าน

(11 เม.ย.66) เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย นายขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริหารและกลุ่มทรู โดย นางณัฏฐา พสุพัฒน์ หัวหน้าสายงานโมบายล์โพสต์เพย์ ผนึกคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย โดย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการและคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย โดย ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานแถลงข่าวประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านอาหารและการสื่อสารแก่ทัพนักกีฬาและทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคม 2566 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 3- 9 มิถุนายน 2566 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยกลุ่มทรู จะมอบซิมโรมมิ่งจากทรูมูฟ เอช ให้โทรออก รับสาย ส่งข้อความ และใช้ดาต้าโรมมิ่งไม่อั้น ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ ทรู 5G ที่ดีที่สุดและครอบคลุมที่สุด แก่นักกีฬา โค้ช เจ้าหน้าที่ เพื่อเติมเต็มแรงใจ เชื่อมโยงทุกความรู้สึกกับครอบครัวที่ประเทศไทยได้ตลอดเวลา

ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มทรูยังมอบสิทธิพิเศษจาก ทรู เฮลท์ ให้ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ได้ตรงจากกัมพูชา ผ่านแอปพลิเคชัน MORDEE (หมอดี) ซึ่งมีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 คน ครอบคลุมกว่า 20 สาขาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เสมือนมีหมอประจำบ้านสำหรับกองทัพนักกีฬาไทย โค้ช เจ้าหน้าที่ ใช้บริการฟรีตลอดการแข่งขัน เสริมความแข็งแกร่งเต็มที่ พร้อมคว้าชัยชนะกลับมาให้คนในชาติได้ภาคภูมิใจในที่สุด


ที่มา : https://www.matichon.co.th/sport-slide/news_3920918

‘เขมร’ หนุน ‘เวียดนาม’ ผลักไทยตกรอบ อดชิงหมากรุก หลังเหงียนทำฟาวล์ แต่กรรมการเขมรบอกให้เล่นต่อไป

(30 เม.ย.66) นักกีฬาหมากรุกชายไทย อดเข้าชิง หลังเเพ้เวียดนามเกมสุดท้ายของรอบเเบ่งกลุ่มเเบบพบกันหมด เเม้คู่เเข่งจะทำฟาวล์ควรถูกปรับเเพ้ เเต่กรรมการของกัมพูชาบอกไม่เห็น 

การเเข่งขันหมากรุกเขมร ประเภทชาย เกม 5 นาที ก่อนหน้านี้ ‘ทัพฟ้า คำหน่อแก้ว’ มีดรามาเกมที่เจอกับ ‘ซอก ลิมเฮง’ มือ 1 เขมรที่ไม่ยอมเดินต่อเพราะโวยว่าไทยฟาวล์ จนสุดท้ายเสมอกันไป 

การเเข่งขันนี้ เเบ่งเป็น 2 สาย A กับ B เอาเเชมป์ของเเต่ละกลุ่มเข้าไปชิงชนะเลิศ ซึ่งไทยเอาชนะได้ทั้ง ฟิลิปปินส์ และลาว ต้องมาตัดสินนัดสุดท้าย เจอเวียดนามที่ชนะมาเช่นกัน เกมเเรกไทยเราเเพ้ เกมที่ 2 สูสีมาก เเต่เวียดนามทำฟาวล์ นั่นคือ ทำหมากล้มเเถมครบ 3 ครั้ง ซึ่งตามกฏจะต้องถูกปรับเเพ้ เเต่กรรมการฝ่ายจัดที่ยืนล้อมรอบโต๊ะกลับบอกไม่มีอะไรเกิดขึ้น และให้เล่นต่อไป สุดท้ายเสมอกันไป เเละเป็นเวียดนามที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ 

สรุปเหรียญซีเกมส์ 2023

สรุปเหรียญซีเกมส์ 2023 ประเทศไทยได้กี่เหรียญแล้ว มาดูกัน!!

ข้อมูล ณ วันที่ 10 พ.ค. 2566 เวลา 18.00 น.

12 ธันวาคม พ.ศ. 2502 ‘กีฬาแหลมทอง’ ครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ก่อนพัฒนามาเป็น ‘ซีเกมส์’ ในปัจจุบัน

สืบเนื่องจากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2501 องค์กรการกีฬาของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ได้ร่วมประชุมก่อตั้งองค์กรการกีฬาในระดับภูมิภาค เพื่อจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อสนับสนุนความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

องค์กรดังกล่าวใช้ชื่อว่า สหพันธ์กีฬาแหลมทอง (SEAP Games Federation) มีประเทศสมาชิกประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ร่วมกันจัดการแข่งขัน กีฬาแหลมทอง หรือ SEAP Games (Southeast Asian Peninsular Games) กำหนดทุกๆ 2 ปี

การแข่งขันครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12-17 ธันวาคม 2502 เรียกว่า มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมอยู่ 5 ประเทศ ได้แก่ พม่า, ลาว, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไทย (สิงคโปร์มาเข้าร่วมภายหลัง ส่วนกัมพูชาไม่ได้ร่วมแข่งขัน)

กีฬาแหลมทองครั้งแรกมีการแข่งขันทั้งหมด 12 ประเภท คือ กรีฑา, แบดมินตัน, บาสเก็ตบอล, มวย, จักรยาน, ฟุตบอล, เทนนิส, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, ปิงปอง, วอลเลย์บอล และยกน้ำหนัก ประเทศที่ได้เหรียญรางวัลมากที่สุดคือ ประเทศไทย รองลงมาคือ เมียนมาร์ และ มาเลเซีย

ต่อมา ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอีกครั้งในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ซึ่งจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 9 – 16 ธันวาคม 2510 ครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเข้าร่วมในการแข่งขันด้วย โดยวันที่ 16 ธันวาคม 2510 ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค

การแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 2518 ซึ่งเป็นครั้งที่ 8 จัดที่ประเทศไทย ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ซีเกมส์ หรือ SEA Games (South-East Asian Games) ในปี 2520 และมีประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้นคือ อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และบรูไน รวมทั้งติมอร์-เลสเต ในเวลาต่อมา

กัมพูชาส่งนักกีฬาซีเกมส์แค่ 57 คน จากเดิมแจ้งไว้ 1,500 คน ไทยยืนยันไม่ห้ามเขมรเข้าร่วม เพราะขัดกฎโอลิมปิก

(5 ส.ค. 68) ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกนักกีฬาไทยเปิดเผยข้อมูลล่าสุดจากชาติอาเซียนสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพปลายปี 2568 โดยพบว่า กัมพูชา ซึ่งเคยแจ้งไว้ว่าจะส่งนักกีฬากว่า 1,500 คน กลับเหลือเพียง 57 คนเท่านั้น สร้างความประหลาดใจและข้อสงสัยต่อท่าทีและความพร้อมของฝ่ายกัมพูชา

ขณะที่ชาติอื่นต่างยืนยันตัวเลขนักกีฬาแล้ว เช่น ไทยส่ง 2,134 คน, สิงคโปร์ 1,973 คน, มาเลเซีย 1,824 คน และเวียดนาม 863 คน ส่วนอินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, บรูไน และติมอร์ เลสเต ขอขยายเวลาส่งรายชื่อออกไปถึงวันที่ 1 กันยายนนี้

ทั้งนี้ มีข่าวลือว่าไทยอาจพิจารณา “บอยคอต” กัมพูชา แต่คณะกรรมการโอลิมปิกไทยยืนยันว่าไม่มีอำนาจห้ามชาติใดเข้าร่วม เพราะจะขัดกับกฎบัตรโอลิมปิกที่เน้นเสรีภาพและความเสมอภาคในวงการกีฬา

ด้านกัมพูชายืนยันยังคงเข้าร่วมการแข่งขันแน่นอน พร้อมขอให้แยกการเมืองออกจากกีฬา และย้ำว่าความร่วมมือด้านกีฬาระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ควรถูกกระทบจากประเด็นอื่นใดทั้งสิ้น 

‘ไทย’ เตรียมลดนักกีฬาซีเกมส์ของ ‘กัมพูชา’ เหลือไม่เกิน 200 คน เพื่อความปลอดภัย และบรรยากาศงาน

(22 ส.ค. 68) จากสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมา โดยไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคมนี้ 

ล่าสุด นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ซีอีโอสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ เปิดเผยว่า ได้ขอให้กัมพูชาลดจำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วมลงเหลือไม่เกิน 200 คน จากเดิมที่ส่งรายชื่อมากว่า 600 คน พร้อมเจ้าหน้าที่อีกกว่า 100 คน โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา และบรรยากาศของงาน จึงจำเป็นต้องควบคุมจำนวนผู้เข้าร่วมเพื่อให้สามารถดูแลได้ทั่วถึง 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่ากัมพูชาเคยส่งเอนทรีฟอร์มบายนัมเบอร์มาถึง 1,515 คน แต่ภายหลังมีข่าวว่าจะลดเหลือเพียง 57 คน ท่ามกลางสถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดน ซึ่งต่อมา นายวัธ จำเริญ เลขาธิการโอลิมปิกกัมพูชา ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยกำหนดการส่งรายชื่อนักกีฬาฉบับสมบูรณ์ (เอนทรีฟอร์มบายเนม) จะปิดรับในวันที่ 15 กันยายนนี้

‘ไผ่ ลิกค์’ ชี้!! เอกลักษณ์ของชาติไทย อย่าให้กัมพูชาบิดเบือน ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33

(24 ส.ค. 68) นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ในฐานะนายกสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอใช้คำว่า “Muay (มวย)” แทนที่จะใช้ “Muaythai (มวยไทย)” ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปลายปีนี้นั้น ตนขอเรียกร้องไปยังผู้จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ให้ยืนยันใช้ชื่อ “มวยไทย” ในการแข่งขัน ตามที่เคยใช้ในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 27–31 ในปี 2013 - 2022 ก็ใช้คำว่า Muaythai มาตลอด แต่เมื่อปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ครั้งที่ 32 ยังกล้าเปลี่ยนชื่อการแข่งขันกีฬามวย เป็น “กุน ขแมร์” ได้ โดยอ้างว่าเป็นกีฬาที่เป็นต้นแบบของมวยไทย

นายไผ่ กล่าวต่อว่า ครั้งที่แล้วเราถูกเขมรย่ำยีเอาไปแล้ว เปลี่ยนชื่อเป็น กุน ขแมร์ บิดเบือนเอาศิลปะการต่อสู้ไทยไปอ้างเป็นของตัวเอง มวยไทย คือ อัตลักษณ์ของชาติไทย และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ยังให้การรับรองกีฬาในชื่อว่า “Muaythai” รวมถึงองค์กรรับผิดชอบอย่าง สหพันธ์มวยไทยนานาชาติ หรือ IFMA อย่างถูกต้องด้วย

“เราไม่จำเป็นต้องเกรงใจเขมร เพราะมวยไทย คือ ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นอัตลักษณ์ของชาติไทย และยังเป็นหนึ่งในโครงการ Soft Power ที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดัน เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่ระดับนานาชาติ เราควรยืนหยัดในเอกลักษณ์ของชาติ ไม่ให้ใครมาบิดเบือนหรือช่วงชิงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยได้อีกต่อไป” นายไผ่ กล่าว

ซีเกมส์ไทย 2025!! สู่!! มาตรฐานโอลิมปิก ท่ามกลาง!! ความขัดแย้งชายแดน เดิมพันใหญ่ของกีฬาอาเซียน กีฬา ความปลอดภัย บทบาททางการทูต ในห้วงเวลาที่ความตึงเครียดยังไม่จางหาย

(19 ต.ค. 68) ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ ซีเกมส์ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 ครอบคลุม ‘กรุงเทพฯ–ชลบุรี–สงขลา’ ภายใต้แนวคิด “ซีเกมส์มาตรฐานใหม่” ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ใช้โครงสร้างการแข่งขันตามกติกาใหม่ของ สหพันธ์กีฬาซีเกมส์ (SEAGF) ที่เน้นการยกระดับให้เทียบเท่ากับเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก

ยกระดับเทียบโอลิมปิก: 50 กีฬา 574 อีเวนต์
นับจากปี 2025 เป็นต้นไป SEAGF บังคับใช้โครงสร้างใหม่ โดยทุกชาติเจ้าภาพต้องจัดการแข่งขันอย่างน้อย 36 ชนิดกีฬา โดยกรีฑาและกีฬาทางน้ำเป็นข้อบังคับ พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วน “กีฬาโอลิมปิก–เอเชียนเกมส์” เพื่อจำกัดการแทรก “กีฬาท้องถิ่นเพื่อโกยเหรียญ” แบบที่เคยเป็นข้อถกเถียงในอดีต
สำหรับปีนี้ ไทยยืนยันจัดการแข่งขันรวม 50 ชนิดกีฬา 574 อีเวนต์ แบ่งเป็น 278 ประเภทชาย, 241 ประเภทหญิง และ 55 ประเภทผสม/โอเพ่น สะท้อนความพยายามปรับโครงสร้างการแข่งขันให้แฟร์ โปร่งใส และเป็นสากลมากขึ้น

พิธีเปิด–ปิด ‘ย้าย’ สู่ราชมังฯ สอดรับมาตรการความมั่นคง
แม้แผนเดิมจะกระจายพิธีเปิด–ปิดในหลายเมือง แต่ล่าสุด คณะกรรมการจัดงานฯ ประกาศย้ายทั้งสองพิธีมายัง ราชมังคลากีฬาสถาน อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อความสะดวกในการควบคุมฝูงชน ดูแลแขกเหรื่อระดับผู้นำ และรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
ขณะที่การแข่งขันจะกระจายตามศูนย์กีฬาใน กรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา ซึ่งอยู่ในระยะควบคุมของเจ้าหน้าที่ และพร้อมรองรับผู้ชมจากทั่วภูมิภาค
.
5 ไฮไลต์ที่ต้องจับตาในซีเกมส์ไทย
1. ศึกเหรียญดุเดือดขึ้น – เมื่อช่องว่างในการเลือกกีฬาท้องถิ่นลดลง การแข่งขันในชนิดกีฬาหลักอย่าง กรีฑา ว่ายน้ำ จักรยาน จะตัดสินชัยชนะในตารางเหรียญมากขึ้น เวียดนามและอินโดนีเซียจึงถูกมองว่าเป็นผู้ท้าชิงสำคัญ แม้ไทยจะได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพ
2. ดาวดังถอนตัว—สมดุลเปลี่ยน – ซูเปอร์สตาร์ยิมนาสติกอย่าง คาร์ลอส ยูโล จากฟิลิปปินส์ ยืนยันไม่เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ ส่งผลต่อจำนวนเหรียญของฟิลิปปินส์ในชนิดกีฬาดังกล่าว และอาจโยกคะแนนไปสู่ไทยหรือเวียดนามมากขึ้น
3. MMA มาแรงแบบเดโม – Mixed Martial Arts (MMA) ถูกบรรจุเป็นกีฬาสาธิต (Demo Sport) โดยไม่นับรวมเหรียญ แต่ได้รับความสนใจสูงจากผู้ชม โดยเฉพาะในอาเซียนที่มีฐานแฟนกีฬาต่อสู้จำนวนมาก อาจปูทางสู่การบรรจุในอนาคต
4. มาตรฐานเข้มทั้งสนามและกติกา – เว็บไซต์ซีเกมส์ไทยเริ่มทยอยปล่อยตารางแข่งขันและสถานที่จัดอย่างเป็นทางการ ขณะที่ “แฮนด์บุ๊กเทคนิค” รายชนิดกีฬาระบุโควตา–กติกาไว้อย่างชัดเจน เพื่อลดความคลุมเครือในการแข่งขัน
5. ซีเกมส์เชื่อมสู่เวทีโลก – การใช้โครงสร้างการแข่งขันที่ใกล้เคียงโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์มากขึ้น สร้างโอกาสให้ชาติอาเซียนเตรียมความพร้อมเข้าสู่เวทีระดับนานาชาติได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

เงาทางการเมือง: ไทย–กัมพูชา ตัวแปรสำคัญนอกสนาม
ท่ามกลางความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาที่ปะทุขึ้นตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม มีรายงานเหตุปะทะและเหตุระเบิดตามแนวชายแดน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก แม้จะมีความพยายามเจรจาหยุดยิงผ่านกรอบ ASEAN Summit ปลายเดือนตุลาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่สถานการณ์ยังคงจับตา
การย้ายพิธีเปิด–ปิดสู่พื้นที่ควบคุมอย่างราชมังคลาฯ และการคัดเลือกสนามที่ปลอดภัย จึงเป็นการสะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงในเชิงความมั่นคง โดยหากข้อตกลงหยุดยิงประสบความสำเร็จ อาจช่วยลดแรงกดดันและฟื้นโฟกัสกลับสู่ “กีฬา” ได้มากขึ้น

โอกาสของไทยในสนามเหรียญ–และสนามภาพลักษณ์
ซีเกมส์ 2025 ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะใช้เวทีนี้ยืนยันความพร้อมทั้งในมิติ กีฬา ความปลอดภัย และบทบาททางการทูต โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ความตึงเครียดระดับภูมิภาคยังไม่จางหาย
นอกเหนือจากความหวังบนตารางเหรียญ การเป็นเจ้าภาพที่มีมาตรฐานและความโปร่งใส จะส่งสัญญาณถึงบทบาทนำของไทยในอาเซียนในยุคที่กีฬาและการเมืองไม่สามารถแยกขาดจากกันได้อีกต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top