Friday, 5 June 2026
ซินหัว

จีนลุยปราบ deepfake หลังพบ AI แอบอ้างคนดังไลฟ์ขายของระบาดแพลตฟอร์มรับมือยาก–ผู้บริโภคเสี่ยงถูกหลอก ปฏิบัติการลบคลิปกว่า 8,700 รายการ จัดการบัญชีปลอมคนดังกว่า 11,000 บัญชี

ปักกิ่ง, 15 พ.ย. (ซินหัว) -- สำนักบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีนรายงานความพยายามปราบปรามการใช้ดีปเฟก (deepfake) ที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแอบอ้างเป็นบุคคลสาธารณะในการไลฟ์สตรีมมิงหรือไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

เมื่อไม่นานนี้ ทางการจีนได้จัดการกับบัญชีผู้ใช้งานทางออนไลน์จำนวนมากอย่างเข้มงวด เนื่องจากบัญชีผู้ใช้งานเหล่านี้ใช้ปัญญาประดิษฐ์มาแอบอ้างเป็นคนดังเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านการไลฟ์สตรีมมิงและคลิปวิดีโอสั้น ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต

ขณะเดียวกันสำนักบริหารฯ กระตุ้นเตือนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ดำเนินการกวาดล้างพฤติกรรมความผิดเหล่านี้ โดยปัจจุบันมีการลบเนื้อหาที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดมากกว่า 8,700 รายการ และจัดการกับบัญชีผู้ใช้งานที่แอบอ้างเป็นผู้อื่นอีกมากกว่า 11,000 บัญชี

ความพยายามปราบปรามมีขึ้นหลังจากเกิดกรณีตัวอย่างอันเป็นที่สนใจของคนหมู่มากหลายกรณี เช่น กรณีของนักแสดงสาว "เวินเจิงหรง" ที่พบการใช้ดีปเฟกพลังปัญญาประดิษฐ์มาแอบอ้างเป็นเธอเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าในการไลฟ์สตรีมมิงต่างๆ หลายครั้ง ซึ่งเวินเคยเข้าไปโต้แย้งผ่านช่องสนทนาในการไลฟ์สตรีมมิงแต่สุดท้ายกลับถูกบล็อก

กรณีของเวินตอกย้ำปัญหาความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีนหลังจากผู้คนเข้าถึงเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ ได้มากขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าใจคดฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากการแอบอ้างภาพลักษณ์ของบุคคลสาธารณะมาจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพต่ำหรือสินค้าปลอม

กรณีตัวอย่างอื่นๆ เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์มาแอบอ้างเป็น "หลี่จื่อเหมิง" พิธีกรรายการโทรทัศน์ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าน้ำมันปลาทะเลลึกที่แท้จริงกลับเป็นลูกอมธรรมดา หรือการแอบอ้างเป็น "เฉวียนหงฉาน" และ "ซุนอิ่งซา" นักกีฬาแชมป์โอลิมปิกชื่อดัง เพื่อจำหน่ายไข่อีกด้วย

หลิวหงชุน รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอวิ๋นหนาน กล่าวว่าพฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายแพ่งและละเมิดสิทธิของบุคคลสาธารณะ รวมถึงละเมิดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคด้วย

แม้จีนดำเนินมาตรการติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์เมื่อวันที่ 1 ก.ย. แต่ยังคงเผชิญปัญหาความท้าทายอยู่ดี โดยผู้ฝ่าฝืนมักซ่อนลายน้ำไว้ในมุมอับของวิดีโอหรือใช้วิธีการทางเทคนิคลบป้ายกำกับ หรือแยกเนื้อหาที่สร้างขึ้นมาเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยและกระจายผ่านหลายบัญชีผู้ใช้งานจนตรวจจับยาก

นอกจากนั้นแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ประสบปัญหาการกลั่นกรองเนื้อหา โดยโต่วอิน (Douyin) หรือติ๊กต็อก (TikTok) ฉบับจีน ได้ลบวิดีโอที่แอบอ้างเป็นเวินเจิงหรงกว่า 10,000 คลิป และลงโทษบัญชีผู้ใช้งาน 37 บัญชี ซึ่งหลี่เลี่ยง รองประธานโต่วอิน ยอมรับว่าการระบุเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจจับการละเมิดยังคงเป็นความท้าทายทางเทคนิคในวงกว้าง

สำหรับเหยื่อที่ถูกแอบอ้าง การรวบรวมหลักฐานและพิสูจน์ว่าเนื้อหานั้นสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์มีความซับซ้อนทางเทคนิคและใช้เวลานาน โดยกลุ่มสื่อมวลชนรายงานว่าทีมงานของเวินเจิงหรงเคยรายงานบัญชีผู้ใช้งานที่แอบอ้างเป็นเวินถึง 50 บัญชีภายในวันเดียว แต่กลับพบว่าบางบัญชีผู้ใช้งานปรากฏขึ้นมาในรูปแบบใหม่อย่างรวดเร็ว

คณะผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายและคนวงในอุตสาหกรรมมองว่าการแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้แนวทางหลายแง่มุม ได้แก่ บทลงโทษที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เทคโนโลยีตรวจจับที่เก่งขึ้น และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักบริหารฯ จะยังคงดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มงวด กระตุ้นเตือนแพลตฟอร์มต่างๆ แสดงความรับผิดชอบ รวมถึงกำจัดและเปิดโปงบัญชีผู้ใช้งานเพื่อการตลาดที่เป็นอันตราย เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมโลกออนไลน์ที่ดี

กัมพูชา ไฟเขียวทดลอง ‘ฟรีวีซ่า’ อนุญาตพลเมืองจีนพำนักในประเทศ 14 วัน เริ่มกลางปีหน้า 15 มิ.ย.-15 ต.ค. 2026 หวังดึงนักท่องเที่ยว - นักธุรกิจ - นักลงทุนจากจีน

นักธุรกิจจีนเฮ กัมพูชาไฟเขียวทดลองฟรีวีซ่าแก่พลเมืองจีน อนุญาตพำนักในประเทศ 14 วัน เริ่มกลางปี 2026

(4 ธ.ค. 68) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า จดหมายทางการที่ลงนามโดยฮิง โถรักสี เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกัมพูชา ฉบับวันอังคาร (2 ธ.ค.) ระบุว่ากัมพูชาจะทดลองนโยบายยกเว้นวีซ่าแก่พลเมืองจีนระหว่างวันที่ 15 มิ.ย.-15 ต.ค. 2026 หลังจากรัฐบาลเห็นชอบในหลักการทดลองยกเว้นวีซ่าแก่พลเมืองจีนที่เดินทางมาจากจีนและอนุญาตให้พำนักอยู่ในกัมพูชา 14 วัน

รายงานระบุว่านักเดินทางจากจีนสามารถเดินทางเยือนกัมพูชาแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งในช่วงทดลองนโยบายดังกล่าว ซึ่งมีระยะเวลา 4 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าหรือชำระค่าธรรมเนียมใดๆ เพียงแค่กรอกแบบฟอร์มแจ้งการเดินทางถึงฉบับอิเล็กทรอนิกส์ (E-arrival card)
.
นอกจากนั้นกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชายังจะเจรจากับรัฐบาลจีน เพื่อลดทอนและเพิ่มความคล่องตัวของกระบวนการยื่นขอวีซ่าของนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่ต้องการเดินทางเยือนจีน เพื่อบรรลุการดำเนินนโยบายยกเว้นวีซ่าซึ่งกันและกันตามหลักการต่างตอบแทนในอนาคต

ธอร์น ซีนาน ประธานสมาคมการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิกประจำกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวในวันพุธ (3 ธ.ค.) ว่าการทดลองนโยบายนี้ถือเป็นข่าวดีที่รอมานานและจะสร้างผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจ เนื่องจากจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และนักลงทุนจากจีนเข้าสู่กัมพูชามากขึ้น

อนึ่ง จีนเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของกัมพูชา รองจากไทยและเวียดนาม โดยกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชาระบุว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเยือนกัมพูชาในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 ราว 1 ล้านคน

ปลดล็อก Level 3!! จีนสร้างจุดเปลี่ยนเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ อนุญาตรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติบนถนนครั้งแรก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คน พร้อมช่วยลดอุบัติเหตุจากมนุษย์

จีนอนุมัติยานยนต์ไฟฟ้าขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 วิ่งบนถนนสาธารณะเป็นครั้งแรก

(16 ธ.ค. 68) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนรายงานการอนุมัติให้ยานยนต์ไฟฟ้าซีดานที่มีสมรรถนะการขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 จำนวน 2 รุ่น พัฒนาโดยค่ายรถยนต์ชั้นนำของจีน สามารถวิ่งสัญจรบนถนนสาธารณะเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติของจีน

สองรุ่นที่ได้รับอนุมัติ

ยานยนต์ทั้งสองรุ่นที่ได้รับอนุมัติประกอบด้วย รุ่นแรกพัฒนาโดย ฉางอัน ออโตโมบิล (Changan Automobile) และรุ่นที่สองโดย อาร์กฟอกซ์ (Arcfox) ซึ่งเป็นแบรนด์ภายใต้บีเอไอซี มอเตอร์ (BAIC Motor)

รายงานระบุว่า ยานยนต์ของฉางอันสามารถขับขี่อัตโนมัติในเลนเดียวด้วยความเร็วสูงถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงการจราจรแออัดบนทางหลวงและทางด่วนในเขตเมืองบางช่วงของเทศบาลนครฉงชิ่ง

ส่วนยานยนต์ของอาร์กฟอกซ์มีสมรรถนะที่สูงกว่า โดยสามารถขับขี่อัตโนมัติด้วยความเร็วสูงถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนทางหลวงและทางด่วนในเขตเมืองบางช่วงของกรุงปักกิ่ง

ระดับ 3: การขับขี่อัตโนมัติแบบมีเงื่อนไข

ระบบขับขี่อัตโนมัติแบ่งออกเป็น 6 ระดับ (ระดับ 0-5) โดยระดับที่สูงขึ้นหมายถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและชาญฉลาดมากขึ้น 

ระดับ 3 หรือที่เรียกว่า "การขับขี่อัตโนมัติแบบมีเงื่อนไข" (Conditional Automation) อนุญาตให้ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติได้ในสภาวะที่กำหนด แต่ยังคงต้องมีมนุษย์นั่งอยู่ในตำแหน่งขับและพร้อมเข้าควบคุมการขับขี่ทันทีหากจำเป็น นี่คือความแตกต่างสำคัญจากระดับ 4 และ 5 ที่ยานยนต์สามารถขับขี่ได้โดยไม่ต้องมีการควบคุมจากมนุษย์

นโยบายส่งเสริมของจีน

จีนได้ส่งเสริมการปรับใช้เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จีนได้เผยแพร่แผนงานที่กำหนดการอนุมัติการผลิตยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 แบบมีเงื่อนไข แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะ

ความสำคัญต่ออุตสาหกรรม

การอนุมัติให้ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 วิ่งบนถนนสาธารณะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจีนในการแข่งขันด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะระดับโลก โดยเฉพาะการแข่งขันกับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีคล้ายคลึงกัน

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย และระบบความปลอดภัยของจีนในการรองรับยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติในระดับที่สูงขึ้น

การพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ยังมีศักยภาพในการลดอุบัติเหตุจากความผิดพลาดของมนุษย์ ลดการจราจรติดขัด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของจีน

การอนุมัติครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นความก้าวหน้าทางเทคนิค แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของการเดินทางที่อาจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนในจีนและทั่วโลกในอนาคตอันใกล้

สามชาติอาเซียนรวม 'ไทย' ขึ้นแท่นเที่ยว 'เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์' มากสุด

เซี่ยงไฮ้, (ซินหัว) -- สามประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย กลายเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเยือน "สวนสนุกเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์" ในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีนมากที่สุดในปี 2025 ซึ่งถือเป็นอานิสงส์เชิงบวกจากการดำเนินนโยบายฟรีวีซ่าของจีน

เมื่อวันอังคาร (20 ม.ค.) แอนดรูว์ โบลสไตน์ ประธานและผู้จัดการทั่วไปของเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์ รีสอร์ต ให้สัมภาษณ์ว่านอกจากนักท่องเที่ยวชาวอาเซียนแล้ว นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขนาดใหญ่ของสวนสนุกเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ในปีที่ผ่านมาอีกด้วย

ข้อมูลสถิติระบุว่าสวนสนุกเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ซึ่งเปิดทำการมานานกว่า 9 ปี ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 100 ล้านคนแล้ว เมื่อนับถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2025 ด้านโบลสไตน์เสริมว่าปริมาณนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเยือนสวนสนุกฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2025

จีนเผยผลผลิต 'ทองคำ' เพิ่มขึ้น ความต้องการลงทุนพุ่งสูงในปี 2025

ปักกิ่ง, 5 ก.พ. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) สมาคมทองคำแห่งประเทศจีนเผยว่าการผลิตทองคำของจีนในปี 2025 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 1.09 เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ 381.339 ตัน และผลผลิตจากวัตถุดิบนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.81 คิดเป็น 170.681 ตัน ขณะที่การบริโภคโดยรวมลดลง ท่ามกลางแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการซื้อเครื่องประดับไปสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนมากขึ้น

การบริโภคทองคำในปี 2025 มีจำนวนรวม 950.096 ตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.57 เนื่องจากความต้องการเครื่องประดับลดลงอย่างมาก ขณะที่การซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ปริมาณทองคำเพื่อการลงทุนรายปีแซงหน้าการบริโภคเครื่องประดับในจีน

เทคโนโลยี AI จากจีนหนุนเด็กไทย 'เรียนภาษาจีน' เชิงรุก ยกระดับครบสี่ทักษะ

(ซินหัว) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 - โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มี "ศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีน" อยู่ภายในอาคารเรียนสีแดงประดับลวดลายมังกรโดดเด่น โดย ดร. รุ่งสุรีย์ สิงหราช ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ กล่าวว่าศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีนแห่งนี้มีครูชาวไทย 7 คน และชาวจีน 1 คน ซึ่งเผชิญความท้าทายจากการดูแลการเรียนการสอนภาษาจีนให้นักเรียนหลายพันคน ทำให้มีการบูรณาการระบบการเรียนการสอนอัจฉริยะพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากไอฟลายเทก (iFLYTEK) ของจีนในปี 2025 เข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน

ดร. รุ่งสุรีย์ กล่าวว่าระบบการเรียนการสอนอัจฉริยะนี้ทำให้นักเรียนเข้าถึงภาษาจีนแท้ได้อย่างสะดวก ทำให้ครูมี "ร่างอวตาร" ช่วยงานสอน และทำให้เด็กแต่ละคนมีครูชาวต่างชาติเป็นของตนเอง ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การสอนออกเสียงและการสอนรายบุคคลเพราะมีครูตัวจริงอยู่จำกัด พร้อมยกระดับทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนำสู่การคว้ารางวัลจากการแข่งขันภาษาจีนหลายรายการ ขณะแบบฝึกหัดการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (HSK) ของระบบนี้ช่วยให้นักเรียนเตรียมตัวสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ปรากฏชัดเจนในคณะครูผู้สอน เช่น อารีรักษ์ เพ็ชรสหาย หรือเฉินลี่เจีย ครูชาวไทยที่เคยต้องใช้เวลาเตรียมการสอนหนึ่งคาบนานถึง 3 ชั่วโมง สามารถวางแผนการสอนพร้อมข้อมูลมากมายเสร็จสิ้นภายในเวลาราว 1 ชั่วโมง หรือช่วยติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนแต่ละคนจนทำให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันนักเรียนได้ฝึกหัดการออกเสียง คัดตัวอักษรจีน และบทสนทนาผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้การเรียนการสอนมีชีวิตชีวาและนักเรียนมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน

แอปพลิเคชันการเรียนรู้พลังปัญญาประดิษฐ์บนโทรศัพท์มือถือได้แปรเปลี่ยนการเรียนรู้ภาษาจีนจากเชิงรับเป็นเชิงรุก โดยดรัญพร แอ่นฟารี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่าว่าใช้แอปพลิเคชันนี้ฝึกฝนออกเสียงภาษาจีนเกือบทุกวันเพราะช่วยแก้ไขการออกเสียงที่ผิดพลาดได้ทันที ทำให้กล้าพูดภาษาจีนมากขึ้น 

ด้านธีรวัต ศรีนาราง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กล่าวว่าเมื่อก่อนการจำคำศัพท์ต้องใช้วิธีคัดซ้ำๆ แต่ก็มักจำไม่ค่อยได้ ทว่าบทเรียนที่คล้ายเกมตะลุยด่านของแอปพลิเคชันนี้ช่วยให้จำคำศัพท์ได้แบบไม่รู้ตัวและเลิกเรียนก็ยังทบทวนบทเรียนต่อได้

กนกพรรณ อาชนะชัย ที่ร่ำเรียนภาษาจีนมานานถึง 10 ปี ใช้แอปพลิเคชันพลังปัญญาประดิษฐ์นี้เป็นตัวช่วยเตรียมสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ระดับ 3 เพื่อทำตามความฝันไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่จีนในอนาคต โดยเธอมักฝึกทำข้อสอบจำลองเป็นประจำเพื่อเพิ่มคะแนน ด้านนภัสสรณ์ ทวีเพชรรัตน์ นักเรียนอีกคนหนึ่ง กล่าวว่าเพื่อนคู่สนทนาพลังปัญญาประดิษฐ์ของแอปพลิเคชันนี้ช่วยคลายความกังวลพูดผิดในการพูดคุย ทำให้สามารถฝึกฝนได้อย่างมั่นใจทุกที่ทุกเวลาและการเรียนภาษาจีนกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมากกว่าเดิม

ศาลฮ่องกงตัดสินจำคุก 'จิมมี ไหล่' 20 ปี คดีความมั่นคงแห่งชาติ

ฮ่องกง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- ช่วงเช้าวันจันทร์ (9 ก.พ.) ศาลสูงแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน ตัดสินจำคุกจิมมี ไหล่ หรือหลีจื้ออิง ซึ่งเป็นผู้ปลุกปั่นเหตุจลาจลต่อต้านจีนในฮ่องกง เป็นเวลา 20 ปี
.
เมื่อเดือนธันวาคม ศาลสูงฮ่องกงตัดสินว่าไหล่มีความผิดฐานสมคบคิดกับกองกำลังภายนอกสองข้อหา และสมคบคิดเผยแพร่เอกสารปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหนึ่งข้อหา โดยกระบวนการไต่สวนเพื่อขอลดหย่อนโทษแก่ไหล่มีขึ้นเมื่อวันที่ 12 ม.ค. และสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 13 ม.ค.

ผู้ต้องสงสัยจากแหล่งฉ้อโกงโทรคมนาคมใน 'เมียนมา' ถูกส่งกลับจีนทั้งหมดแล้ว

ปักกิ่ง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (9 ก.พ.) กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนรายงานว่ามีการส่งตัวผู้ต้องสงสัยจากแหล่งซ่องสุมการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมขนาดใหญ่ในเมืองเมียวดีของเมียนมากลับสู่จีนทั้งหมดแล้ว รวมถึงการทำลายสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดังกล่าวมากกว่า 630 หลัง ซึ่งหมายความว่าปฏิบัติการกวาดล้างร่วมกันในพื้นที่ดังกล่าวระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีน เมียนมา และไทยได้บรรลุผลลัพธ์ตามระยะเวลาที่กำหนด

รายงานระบุว่าจีน เมียนมา และไทยได้จัดตั้งกลไกการประสานงานระดับกระทรวงเมื่อต้นปี 2025 เพื่อร่วมกันปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและทางออนไลน์ ซึ่งนำสู่การปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันหลายรอบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยตั้งแต่เริ่มต้นปี 2026 มีการส่งตัวผู้ต้องสงสัยกลับประเทศร่วมกัน 10 ครั้ง เพื่อส่งตัวผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมกลับสู่จีนมากกว่า 1,500 ราย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top