Thursday, 4 June 2026
ช่วยเหลือประชาชน

ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากพายุ 'วิภา' 

ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ห่วงใยข้าราชการตำรวจที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1,339,000 บาท ตามนโยบาย"ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน"

คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,339,000 บาท เพื่อจัดซื้อสิ่งของ เครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับข้าราชการตำรวจรวมจำนวน 1,339 นาย ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ น่าน เชียงราย พะเยา และแพร่ ที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากพายุ 'วิภา' แม้ว่าครอบครัวตำรวจก็ประสบปัญหาอุทกภัยเช่นเดียวกัน 

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มอบหมายให้ คุณพจนารถ กรึงไกร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วย คุณละมัย กัลยา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย แพทย์หญิงทรงพร เสนากูล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ,พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย คุณมลธิชา ไชยบาล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา , พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย คุณศุภรัตน์ การะเกตุ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ นำคณะข้าราชการตำรวจ – แม่บ้านตำรวจ ร่วมดำเนินการบรรจุถุงยังชีพ และ ดำเนินการส่งมอบสิ่งของดังกล่าวให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวในสังกัด ทั้งสิ้น 1,339 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 2 - 8 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา  เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวมีขวัญกำลังใจมากขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป

ผบ.ตร.สั่งรับมือพายุ 'คาจิกิ' จัดกำลังพลดูแลช่วยเหลือประชาชน เตรียมที่พักพิง และป้องกันเหตุอาชญากรรมซ้ำเติม

(26 ส.ค.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุ 'คาจิกิ' ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ในช่วงวันที่ 25 - 27 สิงหาคม 2568 

ผบ.ตร.จึงสั่งการด่วนไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 – 9, ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง, ผู้บัญชาการสำนักงานงบประมาณและการเงิน, ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ, หัวหน้าส่วนอำนวยการและสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พุทธศักราช 2564 – 2570 ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และจัดระบบจราจรในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์และยานพาหนะ แก่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ 

ดังนั้น เพื่อให้การตรียมความพร้อม รวมถึงการประสานร่วมมือกับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการช่วยเหลือประชาชน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ผบ.ตร.จึงกำชับการปฏิบัติให้หน่วยเตรียมความพร้อมและตรวจสอบกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ (รถ/เรือ) อุปกรณ์อื่น ๆ ให้มีความพร้อม เพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ, จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติ ลงพื้นที่ในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย การจัดทำครัวสนาม รวมถึงการจัดที่พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ประสบภัย โดยแสดงสัญลักษณ์ตามทฤษฎีปรากฏกาย เพื่อให้ประชาชนรับทราบการทำงานของตำรวจ รวมทั้งเน้นย้ำการรักษาความสงบเรียบร้อย การตรวจตราป้องกันเหตุ และการช่วยเหลือประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดคดีที่เป็นการซ้ำเติมประชาชน รวมทั้งสำรวจความเสียหายของอาคารที่ทำการ อาคารบ้านพักและสิ่งปลูกสร้างอื่น รวมถึงทรัพย์สินของทางราชการ และจัดกำลังพลเข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย

หากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สารวันตำรวจ 2568 ผบ.ตร.ย้ำ ต้องมีสำนึกในหน้าที่ของตำรวจอยู่ทุกขณะ ทุกข์ร้อนประชาชนรอไม่ได้ต้องพร้อมช่วยเหลือ ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา

(16 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีสารถึงข้าราชการตำรวจกว่า 2 แสนนาย ทั่วประเทศ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ดังนี้

พี่น้องข้าราชการตำรวจทุกท่าน วันตำรวจได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง นับเป็นโอกาสอันดีที่ข้าราชการตำรวจทุกนาย จะได้มาทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง ในฐานะ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูงมาก หากจะมีใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด คน ๆ นั้นคือ “ตำรวจ” 

ทุกท่านย่อมตระหนักดีว่า การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรตินี้ แต่คือความมีสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจอยู่ทุกขณะ ในปีนี้ผมจึงขอให้ตำรวจทุกนายได้ร่วมกันทบทวนหน้าที่ของตัวเอง 2 ประการ

ประการที่หนึ่ง ความสำนึกในบทบาทหน้าที่ของตนเอง สำนึกในหน้าที่ของการเป็นตำรวจ ที่พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ตำรวจจึงต้องเข้าช่วยเหลือ แก้ปัญหา เพื่อคลายความทุกข์ร้อนของประชาชนเหล่านั้น

ประการที่สอง ผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือ สนับสนุน ดูแล ปกป้อง ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนอย่างเต็มกำลัง รวมถึงครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นด้วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หากพวกเขามีขวัญและกำลังใจที่ดีแล้ว ย่อมมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนอย่างครบถ้วน สมบูรณ์

หากพวกเราทุกคนตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน และสำนึกในความเป็น “ตำรวจ”แล้ว ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน ในฐานะ “ตำรวจ” จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับสังคมไทย และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป 

ในโอกาสนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพร ให้ข้าราชการตำรวจทุกท่าน และครอบครัว  มีความสุข  ความเจริญ มีความก้าวหน้า ในชีวิตราชการ มีพลานามัยที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยและภยันตรายทั้งปวง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ “ตำรวจ” ให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำชับตำรวจทุกหน่วย ดูแลช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วมในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมซ้ำเติม

(13 พ.ย. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์สุโขทัย กำแพงเพชร อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และอุบลราชธานี ซึ่งบางจังหวัดมีน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจากเหตุพนังกั้นน้ำเสียหาย ทำให้น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน บางจุดมีน้ำทะเลหนุน และฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้าง  

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับตำรวจทุกพื้นที่ ออกมาตรการดูแลช่วยเหลือ รักษาความปลอดภัย และอำนวยการจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยออกตรวจตราในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเพิ่มกำลังสายตรวจ, ปรับแผนการตรวจจัดกำลังให้เหมาะสมกับพื้นที่และห้วงเวลา โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข้อมูล และการปฏิบัติกับฝ่ายปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และอาสาสมัคร ออกตรวจตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงพิจารณาเปิดพื้นที่สถานีตำรวจ จุดตรวจ ตู้ยาม เป็นสถานที่พักพิงของผู้ประสบภัยชั่วคราว

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสภาพการจราจรในจุดวิกฤต และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอำนวยความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับกรณีที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อให้การสัญจรของประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และหมั่นตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน

พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด ตำรวจหน่วยต่างๆ ระดมกำลังออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งการช่วยเหลืออพยพและขนย้ายสิ่งของไปอยู่ที่ปลอดภัย การดูแลความปลอดภัย การอำนวยการจราจร และการช่วยฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ในทุกมิติ โดยเน้นการปรากฏกายชัดเจนเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือได้โดยสะดวก รวดเร็ว

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุ แจ้งเบาะแสอาชญากรรม ได้ทางสายด่วน 191 หรือ 1599 หรือช่องทางการสื่อสารกับสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ จากการแจ้งเตือนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับอุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top