Friday, 5 June 2026
จิตอาสา

ลำปาง-ผนึกกำลังเครือข่าย พสบ. จิตอาสา 904 และ กฟผ. (EGAT) ส่งต่อความห่วงใย มอบถุงยังชีพและแพมเพิสถึงบ้านผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง อ.เถิน ลำปาง

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. เครือข่ายจิตอาสาจากหลายภาคส่วน นำโดย ผศ.ดร.ธนกร สิริสุคันธา ประธานหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการ ม.ราชภัฏลำปาง ในฐานะผู้แทนจาก หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ผู้บริหารระดับสูง กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 5 (พสบ.) พร้อมด้วย จิตอาสา 904 ร.อ.หญิง นันทา หอมแก่นจันทร์ และ จ.ส.อ.พลภัทร … ได้ลงพื้นที่บ้านห้วยเกี๋ยง หมู่ 9 ตำบลนาโป่ง อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เพื่อมอบถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับการสนับสนุนหลักจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง

การส่งมอบครั้งนี้เป็นการนำถุงยังชีพคุณภาพจาก กฟผ. ซึ่งประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง, น้ำมันพืช น้ำดื่ม นม ขนม และสิ่งของจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยคือแพมเพิส ไปมอบให้ถึงที่พักของผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในพื้นที่รวมจำนวน 4 ราย ได้แก่ นายสวัสดิ์ ชมภู, นางอาวร ปุ้มตะมะ, นายศรียน สุยะพรม และ นายศรีทวน พุทธิหนอย

การดำเนินการได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากผู้นำชุมชนในพื้นที่ อาทิ นางเรือน แก้ววงศ์เครือ กำนันตำบลนาโป่ง, นายประเสริฐ คำแก้ว ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาโป่ง, นายวรพงศ์ คำแก้ว สมาชิกสภา อบต.นาโป่ง, นางสาวอรอารีย์ คำแก้ว นักพัฒนาชุมชน อบต.นาโป่ง และ นางอินทิรา ปิมวงศ์ ประธาน อสม.ตำบลนาโป่ง ซึ่งได้ร่วมส่งมอบกำลังใจและความห่วงใยแก่พี่น้องประชาชนอย่างอบอุ่น

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ยังสะท้อนถึงความมีน้ำใจ ความสามัคคี และการแบ่งปันในชุมชน ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของการทำงานจิตอาสา การผนึกกำลังกันระหว่างภาคการศึกษา ภาคพลังงาน และเครือข่ายจิตอาสา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างรอยยิ้ม เติมพลังใจให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างยั่งยืน


 

“เปิ้ล นาคร” หลั่งน้ำตา อุทกภัยหาดใหญ่หนักสุดในรอบ 14 ปี เผย “เกินกำลังผมแล้ว!!” เสียงขอร้องให้ช่วยระงม แต่ไม่สามารถช่วยได้

(25 พ.ย. 68) เปิ้ล นาคร ศิลาชัย นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ที่ผันตัวเป็นจิตอาสา ขี่เจ็ตสกีลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างเกิดอุทกภัย ขณะที่น้ำท่วมสูงและกระแสน้ำแรง ทีมเจ็ตสกีของเขาเกิดขัดข้องกลางน้ำ จำต้องปีนขึ้นหลังคาบ้านเพื่อรอความช่วยเหลือ

ในคลิปเหตุการณ์ แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากและความไม่แน่นอนในการลงพื้นที่ของจิตอาสา เปิ้ลเผยว่า "เราไม่พอแล้ว เราไม่รู้จะช่วยใครก่อน… ทุกคนเดือดร้อนหมด" ท่ามกลางเสียงเรียกขอความช่วยเหลือของผู้ประสบภัยที่ดังก้องบริเวณนั้น

แม้ทีมกู้ภัยจะเข้าช่วยเหลือเปิ้ลและทีมได้อย่างปลอดภัย แต่นี่ชี้ให้เห็นว่าความสามารถของจิตอาสายังมีข้อจำกัด และความช่วยเหลือจากภาครัฐยังคงจำเป็นอย่างยิ่ง เปิ้ลย้ำว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นหนึ่งในความท้าทายที่หนักหนาสาหัสที่สุดในรอบ 14 ปีที่เขาลงพื้นที่

ภรรยาของเขา "จูน กษมา" เผยว่า ทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร ทำงานแข่งกับเวลา พร้อมส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยผ่านการจัดตั้งโรงครัวทำอาหารช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

ภาพน้ำตาของเปิ้ลจึงไม่ใช่เพียงความอ่อนแอ แต่คือเสียงแทนผู้ที่กำลังตกอยู่ในความลำบากและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เป็นข้อเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐว่าต้องเพิ่มกำลังสนับสนุนและจัดระบบช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้ซ้ำรอยในอนาคต

27 ธันวาคม ของทุกปี วันจิตอาสา วันแห่งผู้อุทิศตน ทำงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม หลังคลื่นสึนามิปี 2547 วันที่พิสูจน์ว่าไทยไม่เคยทิ้งกัน

(27 ธ.ค. 67) วันที่ 27 ธันวาคมของทุกปีถูกจดจำเป็น "วันจิตอาสา" ของไทย ซึ่งเริ่มต้นหลังเหตุการณ์คลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ทำลายฝั่งอันดามันและคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก

เช้าวันนั้นตามด้วยวันที่ 27 ธันวาคมเป็นต้นมา คนไทยทั่วประเทศลุกขึ้นมาช่วยเหลือโดยไม่รอคำสั่ง ตั้งแต่รถนำของบริจาคไปลงพื้นที่ นักศึกษาลาหยุดเพื่อเป็นอาสาสมัคร จนถึงทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยลงพื้นที่เพื่อช่วยฟื้นฟูสังคม

ในโพสต์สื่อหลายแห่งมีข้อความว่า "เราต่างลุกขึ้นมาช่วยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน" ซึ่งสะท้อนแก่นแท้ของจิตอาสา คือการใช้เวลาและแรงกายเพื่อช่วยสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน

วันจิตอาสาจึงถูกนิยามว่าเป็นวันของหัวใจที่รวมพลังคนธรรมดา แม้จะไม่ใช่วันหยุดราชการหรือวันสำคัญทางกฎหมาย แต่เป็นวันที่คนไทยเตือนใจถึงพลังของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

จากจิตอาสาในเหตุภัยพิบัติสู่การช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน เช่น สอนหนังสือ ดูแลผู้ป่วย ช่วยสัตว์จรจัด หรือใช้ทักษะเฉพาะทางเพื่อสังคม ทำให้วันนี้เป็นวันปลุกหัวใจอาสาที่สะท้อนถึงสปิริตของความเป็นไทยที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลือกันเสมอ

ที่มา : https://www.tnnthailand.com/social/99852/

27 มกราคมของทุกปี เป็น “วันสถาปนายุวกาชาดไทย” จุดเริ่มต้นของขบวนการเยาวชนจิตอาสา สร้างความเมตตาและความรับผิดชอบ สำคัญต่อสังคมในยุควิกฤต

(27 ม.ค. 69) ทุกวันที่ 27 มกราคมของทุกปี คือวันสถาปนายุวกาชาดไทย ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2465 ภายใต้สภากาชาดไทย เพื่อเป็นวันระลึกถึงการก่อตั้งขบวนการเยาวชนจิตอาสาที่มุ่งเน้นปลูกฝังจิตสาธารณะและความเมตตาต่อผู้อื่น

ช่วงเริ่มแรก ยุวกาชาดไทยมีชื่อว่า "กองอนุสภากาชาดสยาม" ซึ่งได้รับการก่อตั้งและพัฒนาโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ด้วยเจตนาเน้นสร้างเยาวชนให้มีความเมตตา วินัย และจิตอาสา พร้อมทักษะช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น

ยุวกาชาดไทยมุ่งเน้นสอนเยาวชนให้เรียนรู้การช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น ให้มีความเมตตา เสียสละ และรับผิดชอบต่อสังคม โดยสมาชิกยุวกาชาดมักเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 8-25 ปี ที่เข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานบำเพ็ญประโยชน์ สุขภาพ และฝึกทักษะชีวิต

วันนี้ไม่ใช่เพียงวันครบรอบ แต่เป็นวันย้ำเตือนถึงความสำคัญของการปลูกฝังมนุษยธรรมผ่านเยาวชน เพื่อเผชิญกับวิกฤตในยุคปัจจุบัน ทั้งภัยพิบัติและความเปราะบางทางสังคม ทำให้ยุวกาชาดยังคงเป็นทุนทางสังคมที่สำคัญ

"งานมนุษยธรรมเริ่มต้นได้จากการปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์" และจิตอาสายุวกาชาดยังคงสร้างพลเมืองที่รับผิดชอบต่อสังคมในทุกยุคสมัย

ที่มา : https://redcross.or.th/news/information/13009/?utm_source

https://om.moe.go.th/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1/

ม.ธนบุรี จัดจิตอาสา ร่วมกลุ่ม UNITE Thailand พัฒนานักศึกษา ผสานกิจกรรมจิตอาสาเข้าหลักสูตร ส่งเสริมความรับผิดชอบสู่ชุมชน มุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคมโดยรอ

ม.ธนบุรี ร่วมกับกลุ่ม UNITE Thailand นำกิจกรรม “จิตอาสา” ส่งเสริมเยาวชนไทยรับใช้สังคม

มหาวิทยาลัยธนบุรี ผนึกความร่วมมือกับกลุ่ม UNITE Thailand นำนักศึกษาร่วมงานจิตอาสา ภายใต้ปรัชญา University For All หรือมหาวิทยาลัยเพื่อปวงชน ที่จะให้บริการประชาชนและชุมชน ส่งเสริมการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พัฒนาทางด้านจิตใจสู่ความเป็นมนุษย์ ไม่เห็นแก่ตัว พร้อมนำความรู้ไปพัฒนาประเทศ ล่าสุดมีแนวคิดพัฒนาความร่วมมือทางด้านจิตอาสา เข้าสู่การดำเนินงานของทางกิจการนักศึกษา ควบคู่กับหลักสูตรการเรียนการสอน โดยที่ผ่านมาได้มีการนำนักศึกษาไปร่วมโครงการฯ กับกลุ่ม UNITE Thailand ที่ จ.กาญจนบุรี และที่โรงเรียนวัดไผ่เงินโชตนาราม เขตบางคอแหลม กทม. ในกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษและศิลปะ ภายใต้โครงการ เยาวชนคนกล้าฝัน

ดร.บัญชา เกิดมณี อธิการบดี มหาวิทยาลัยธนบุรี กล่าวว่า “การร่วมทำกิจกรรมจิตอาสากับกลุ่ม UNITE Thailand ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้นอกสถานที่ เป็นของจริงจากสังคมภายนอกที่เป็นรูปธรรม สร้างการจดจำที่ดีให้เกิดขึ้นตลอดชีวิต ซึ่งไม่สามารถศึกษาได้จากในห้องเรียน โดยในอนาคตทางมหาวิทยาลัยฯ มีโครงการจะพัฒนาความร่วมมือกับกลุ่ม UNITE Thailand ในเข้าสู่การดำเนินงานของทางกิจการนักศึกษา ควบคู่กับหลักสูตรการเรียนการสอน นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยฯ ยังได้มีการทำประโยชน์ให้สังคมอีกหลายอย่าง อาทิ การมอบที่ดิน 1 แปลง ในซอยเพชรเกษม 110 ให้กับทางสำนักงานอนามัย กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนโดยรอบที่เป็นกลุ่มรากหญ้าได้ใช้ประโยชน์ ในการสร้างสำนักงานอนามัยเพื่อใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาทิ เมื่อเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ ก็จะสามารถเป็นจุดคัดกรองก่อนส่งตัวผู้ป่วย สู่โรงพยาบาลภาครัฐที่มีขนาดใหญ่ต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์มาก คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในปี 2570 อีกสิ่งหนึ่งที่ได้ทำก็คือการไม่มีคอนวีเนียนสโตร์ หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ ของบริษัทฯ ภายนอก มาตั้งภายในมหาวิทยาลัย รวมทั้งศูนย์อาหารต่างๆ ทั้งนี้เพราะไม่ต้องการให้นักศึกษามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงต้องการใช้มี SMEs เกิดขึ้นในชุมชนโดยรอบ สามารถค้าขายและเลี้ยงตัวเองได้”

ด้าน น.ส.เมษาวดี สุขกรี อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล มหาวิทยาลัยธนบุรี ได้กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ได้เข้าร่วมงานกับกลุ่ม UNITE Thailand มานานกว่า 2 ปี ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้เรื่องการมีพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสให้กับตัวเอง ในการดึงทักษะการเป็นผู้นำ, การจัดการงานเฉพาะหน้า, ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ ได้ออกมาใช้ในพื้นที่จริง ทำให้รู้ถึงศักยภาพตัวเอง และสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ เนื่องจากจะมีแนวทางในการจัดกิจกรรมหรือนำเสนอ เกิดเป็นแบบแผนที่จะนำไปใช้ในโครงการอื่นๆ ได้ในอนาคต ปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยฯ มีนโยบายที่เกี่ยวข้องและเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชน คอยช่วยเหลือและสนับสนุนในด้านต่างๆ อาทิ โครงการหอยแมลงภู่ เข้าไปช่วยจัดทำแพ็คเกจ ยืดอายุผลิตภัณฑ์ให้อยู่ได้นานตลอดการขนส่ง เพื่อส่งเสริมต่อยอดสร้างรายได้ รวมถึงเข้าไปให้ความรู้เรื่องโซเชียลมีเดีย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้า”

มาที่ ดร.รัตนา แซ่เล้า ผู้ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ด้านการศึกษา ประจำปี 2549 และผู้ริเริ่มกลุ่ม UNITE Thailand กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยธนบุรีเป็นกำลังสำคัญของกลุ่ม UNITE Thailand ทางท่านผู้บริหาร ดร. บัญชา เกิดมณี อธิการบดี และ ดร. นภวรรณ แย้มชุติ รองอธิการบดี ให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อสังคม และสนับสนุนกิจกรรมของเราเป็นอย่างดีเรื่อยมา ส่วนคณาจารย์ และนักศึกษาก็เป็นแกนหลักในการลงพื้นมี เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ เข้ากับเยาวชนในพื้นที่ได้ดี สามารถในการเข้าถึงแต่ละชุมชนที่เราไปทำกิจกรรมด้วย ทางกลุ่ม UNITE Thailand รู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานกับทีมงานมหาวิทยาลัยธนบุรีที่มีคุณภาพ และมีน้ำใจ เสียสละเพื่อส่วนรวม”

GrabRanger ช่วยเหลือสังคม ฮีโร่จิตอาสา "GrabRanger" ส่งต่อพลังบวกบนถนน สมาชิกกว่า 1,300 คนทั่วกรุงเทพฯ ขยายเครือข่ายทั่วประเทศเร็วๆ นี้

เปิดใจ “GrabRanger” กลุ่มไรเดอร์จิตอาสา 

เจ้าของฉายา “ฮีโร่แห่งท้องถนน” กับภารกิจส่งต่อสิ่งดีๆ ในสังคม

เวลาบนท้องถนนทุกนาทีล้วนมีค่า โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ เพราะนั่นคือโอกาสทองในการสร้างรายได้ แต่มีไรเดอร์กลุ่มหนึ่งที่เลือก “เสียสละ” เวลาในการหารายได้เพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน โดยไม่เคยคาดหวังคำขอบคุณหรือค่าตอบแทนใดๆ พวกเขาเหล่านี้เรียกตัวเองว่า “GrabRanger” กลุ่มไรเดอร์จิตอาสา ที่จะคอยช่วยเหลือกันในคอมมูนิตี้คนขับ รวมถึงผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ที่พวกเขาพบเห็น แม้จะมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่  GrabRanger มีเหมือนกันคือ “จิตสาธารณะ” ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งช่วยเติมเต็มวันดีๆ ให้กับพวกเขาและส่งต่อพลังบวกให้เกิดขึ้นในสังคมในฐานะ “ฮีโร่แห่งท้องถนน”

จากวันที่ไม่มีใครหยุดช่วย…สู่คนที่ไม่เคยละเลยใคร

จุดเริ่มต้นกลุ่ม GrabRanger เริ่มจาก “ประสบการณ์ตรง” ของ เชิดชัย ภานุวงศ์ หรือ “พี่เชิด” ไรเดอร์วัย 58 ปี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง GrabRanger ที่เคยเผชิญปัญหาบนถนนเพียงลำพัง

“ตอนนั้นผมน้ำมันหมดกลางทาง ต้องเข็นรถบนถนนอยู่คนเดียวไกลมากๆ มีรถเป็นร้อยๆ คันที่ขับผ่านมาก็ขับผ่านไปเฉยๆ ไม่มีใครช่วยเลย มันรู้สึกท้อใจมาก แต่แล้วก็มีคนหนึ่งยอมจอดลงมาช่วยเข็นรถผมไปด้วยกันจนถึงปั๊มใกล้เคียง วินาทีนั้นผมรู้สึกตื้นตันมาก มันเปลี่ยนความรู้สึกผมไปเลยทำให้ผมตั้งใจว่า หากมีโอกาสจะไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญปัญหาแบบเดียวกันอีก ตั้งแต่นั้นมา วันไหนที่ผมเจอคนที่ลำบากบนท้องถนนแล้วผมพอจะช่วยได้ ผมจะช่วยทันทีโดยไม่ลังเล”

นับจากวันนั้น พี่เชิดเดินหน้าช่วยเหลือสังคมเป็นชีวิตจิตใจ โดยแบ่งเวลาจากการวิ่งงานมาเป็นไรเดอร์จิตอาสา จนได้เจอกับเพื่อนไรเดอร์ที่มีแนวคิดเดียวกันอีกหลายคน จากการช่วยเหลือกันแบบเล็กๆ ของไรเดอร์ไม่กี่คน ก็ค่อยๆ ขยายเป็นกลุ่มก้อนที่แข็งแรงขึ้น จนรวมตัวกันเป็นกลุ่ม GrabRanger ในปีที่ผ่านมา (2568)

วันนี้ GrabRanger ได้กลายเป็นเครือข่ายที่มีสมาชิกกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ไปจนถึงปริมณฑล โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการรับแจ้งเหตุและประสานงาน เพื่อให้ไรเดอร์ที่อยู่ใกล้ที่สุดเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นพื้นที่ในการแชร์และโพสต์คอนเทนต์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการส่งเสริมจิตอาสาและช่วยเหลือสังคมให้กับคนอื่นๆ

ผู้รับ (ความช่วยเหลือ) อุ่นใจ แต่ผู้ให้สุขใจยิ่งกว่า

สำหรับ GrabRanger “ความช่วยเหลือ” ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่กลุ่มไรเดอร์ด้วยกัน แต่ครอบคลุมไปถึงคนบนท้องถนนที่พวกเขาพบเจอและสามารถช่วยได้ เพราะเหตุฉุกเฉินสามารถเกิดได้กับทุกคน

อนุกูล คชฤทธิ์ หรือ “พี่สมดุ่ย” ไรเดอร์รุ่นใหม่ไฟแรงวัย 30 ปีที่เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีม GrabRanger เล่าถึงบทบาทในทีมว่า “ผมเป็นหนึ่งในทีมแอดมินที่ดูแลเรื่องประสานงาน ตั้งแต่รับแจ้งเหตุ และแจ้งไปยังคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง หลายครั้งก็ได้ลงพื้นที่ไปช่วยหน้างานด้วยตัวเอง เราช่วยทุกคนที่เจอ ไม่เฉพาะไรเดอร์ เหตุที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็จะมีทั้งน้ำมันหมด ยางรั่ว ยางแตก แบตรถหมด ไปจนถึงอุบัติเหตุเฉี่ยวชน เราก็ช่วยหมด”

“มีหลายเคสที่เราช่วยแก้ปัญหาให้แบบครบวงจร ครั้งนึงมีไรเดอร์โดนรถเฉี่ยวชนแล้วเขาอยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ จากทีแรกเราตั้งใจจะไปช่วยแค่จุดเกิดเหตุ แต่สุดท้ายก็พาเขาไปโรงพยาบาล รวมถึงอาสาช่วยไปลงบันทึกประจำวันให้ที่สถานีตำรวจ จากนั้นก็เอาเอกสารไปส่งให้โรงพยาบาลต่อให้เลยครับ คนที่บาดเจ็บจะได้ไม่ต้องกังวลหลายเรื่องพร้อมกัน บางเคสก็ช่วยแบ่งน้ำมันให้คนที่น้ำมันหมดกลางทาง หรือช่วยคนที่รถเสียตอนฝนตกกลางดึก บางคันก็ไปไหนไม่ได้ตากฝนอยู่กับลูกเล็กๆ เราก็ไปช่วยให้เขาได้กลับบ้านปลอดภัย”

“มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆ นะครับ แต่มันสำคัญมากสำหรับคนที่กำลังเจอปัญหาอยู่ตอนนั้น บ่อยครั้งผมก็รับรู้ว่าคนที่ได้รับความช่วยเหลือเขามีความสุขมากที่มีคนมาช่วย แต่พอกลับบ้านไปผมพบว่าใจผมมีความสุขมาก มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เกินความคาดหมาย นึกถึงทีไรก็รู้สึกดีกับตัวเอง” พี่สมดุ่ยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“พลังจิตอาสา” ส่งต่อได้ ไม่สิ้นสุด

สำหรับ พงษ์ศักดิ์ คันธโชติ หรือ “พี่ฮาท” ไรเดอร์วัย 51 ปี การช่วยเหลือผู้อื่นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเขาเคยทำกิจกรรมจิตอาสามาก่อนมากมายนับไม่ถ้วน “จริงๆ ผมทำจิตอาสามานานแล้วครับ เช่นเหตุการณ์ใหญ่ๆ อย่างตึกถล่มก็ได้เข้าไปช่วยเหลือคนหน้างาน ถึงจะต้องเสียเวลางานไปบ้าง แต่เราก็อยากช่วย เพราะผมอยากเห็นสังคมของเราน่าอยู่ขึ้นจากการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” พี่ฮาทกล่าว

เมื่อมาเข้าร่วม GrabRanger เขาเห็นโอกาสในการขยายพลังเล็กๆ นี้ให้กว้างขึ้น ผ่านการทำคอนเทนต์ในทีมเพื่อแชร์เรื่องราวของพวกเขาให้มีคนเห็นมากขึ้น เป็นการชักชวนคนที่มีจิตอาสาเหมือนกันมาเข้าร่วมทีม GrabRanger พร้อมทั้งเป็นตัวอย่างให้สังคมเห็นว่ายังมีกลุ่มคนอย่างพวกเขาที่พร้อมเคียงข้างและช่วยเหลือกันในทุกเส้นทาง

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในวันนั้น สู่ GrabRanger ในวันนี้ที่เติบโตเกินความคาดหมาย โดยพี่ฮาทกล่าวอย่างภูมิใจว่า “GrabRanger มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มีมากกว่า 1,300 คนแล้ว กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ กว่า 50 เขต รวมถึงปริมณฑล แล้วเพจของเราที่ตอนแรกคิดว่าคงมีคนติดตามแค่หลักพัน แต่ตอนนี้พุ่งไปถึง 2 หมื่นกว่าคน ซึ่งถือเป็นกำลังใจที่สะท้อนว่ามีหลายคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำจริงๆ”

“แปลกนะ ผมไม่เคยจำได้ว่าเคยไปช่วยใครบ้าง แต่หลายคนตอนเขามาเจอผม เขาจะจำผมได้แม่น บอกว่าเราเคยช่วยเหลือเขานะแล้วก็ยิ้มใหญ่เลย ทำให้เราใจฟูมาก บางคนกลับมาขอบคุณ มาทักทายเรา หรือกลับมาร่วมทีมกับเราด้วยก็มี มันเหมือนเป็นการส่งต่อสิ่งดีๆ กันไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด” พี่ฮาท กล่าวเสริม

เป้าหมายต่อไปของ GrabRanger คือการขยายเครือข่ายนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อคอยช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนในทุกพื้นที่ มอบความอุ่นใจให้ทุกคนบนทุกเส้นทาง ตามสโลแกนของทีม #ถึงขับไม่ซิ่งแต่น้ำใจพี่วิ่งไม่หยุด #ทุกเส้นทางเราพร้อมเคียงข้างคุณ

“แค่เรามีจิตอาสา ยอมเสียสละเวลาวิ่งงานบ้าง แล้วลงมือทำโดยไม่หวังอะไรตอบแทน สังคมมันจะดีขึ้นได้จริงๆ และเราก็มีความสุขกับสิ่งที่เราทำด้วยครับ” พี่ฮาท กล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top