Friday, 5 June 2026
จอมพลถนอม

6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ครบรอบ 49 ปี เหตุสังหารหมู่นักศึกษาธรรมศาสตร์ หนึ่งในบาดแผลทางประวัติศาสตร์ของไทยที่ยากจะลืมเลือน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เกิดเหตุการณ์ล้อมปราบและสังหารหมู่นิสิตนักศึกษาและประชาชนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งรวมตัวชุมนุมขับไล่จอมพล ถนอม กิตติขจร ให้กลับออกนอกประเทศ ฝ่ายต่อต้านกล่าวหาว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการก่อการโดยคอมมิวนิสต์ที่ต้องการล้มล้างสถาบัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง

รัฐบาลรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 39 ศพ แต่บางองค์กรระบุว่ามีผู้ตายจริงหลายร้อยถึงกว่าพันคน บาดเจ็บ สูญหายอีกจำนวนมาก และมีผู้ถูกจับกุมกว่า 3,000 คนในข้อหากบฏ เหตุการณ์โหดร้ายนี้ถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งในความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ในวันเดียวกัน พลเรือเอก สงัด ชะลออยู่ และคณะทหารได้ทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช และแต่งตั้งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมามีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสังหารและการปราบปรามครั้งนั้นไม่ถูกลงโทษ

14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ‘วันมหาวิปโยค’ เลือดนิสิตพลีชีพเพื่อประชาธิปไตย มหาประชาชนโค่นบัลลังก์เผด็จการทหาร

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของการเมืองไทย เมื่อประชาชน นิสิต และนักศึกษาทั่วประเทศลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร หลังจากที่รัฐบาลจับกุมอาจารย์และนักศึกษา 13 คน ซึ่งออกมาเรียกร้องให้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เหตุการณ์ดังกล่าวจุดประกายให้เกิดกระแสต่อต้านทั่วกรุง

การชุมนุมเริ่มขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม โดยมีผู้คนหลั่งไหลเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 13 ตุลาคม ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้ยื่นคำขาดให้รัฐบาลปล่อยตัวผู้ถูกจับ แต่เมื่อครบกำหนดเที่ยงวัน รัฐบาลยังนิ่งเฉย กลุ่มนักศึกษาและประชาชนจึงเคลื่อนขบวนออกจากธรรมศาสตร์ไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อชุมนุมกดดันรัฐบาล

รุ่งเช้าวันที่ 14 ตุลาคม การชุมนุมได้บานปลายเป็นเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประท้วง รัฐบาลใช้กำลังและอาวุธเข้าสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจแก่สังคมอย่างรุนแรง และทำให้รัฐบาลจอมพลถนอมหมดความชอบธรรม ต้องลาออกจากตำแหน่งในที่สุด

เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นจุดเริ่มต้นของการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน และเป็นก้าวสำคัญของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไทยในยุคใหม่

17 พฤศจิกายน 2514 'จอมพลถนอม' ก่อการรัฐประหารตนเอง ล้มรัฐธรรมนูญ–ปิดสภาในครั้งเดียว รวบอำนาจทั้งประเทศ ปูทางสู่ระเบิดเวลา 14 ตุลา

รัฐประหาร พ.ศ. 2514 เป็นการ รัฐประหารตนเอง ของจอมพลถนอม กิตติขจร หลังเกิดความขัดแย้งภายในพรรคสหประชาไทย และการต่อรองผลประโยชน์ของ สส. รวมถึงแรงกดดันจากการพิจารณางบประมาณปี 2515 ที่ สส. บางส่วนต้องการเพิ่มงบเงินบำรุงท้องที่เกินกว่าที่รัฐบาลจัดสรร ทำให้สถานการณ์ในสภาควบคุมไม่ได้

จอมพลถนอมจึงประกาศยึดอำนาจ ตั้งชื่อว่า 'คณะปฏิวัติ' โดยอ้างภัยต่อประเทศและความวุ่นวายในสภา จากนั้นออกประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2511 ยุบสภา ยุบพรรคการเมือง และประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ คณะปฏิวัติกุมอำนาจจนปี 2515 ก่อนประกาศใช้ ธรรมนูญการปกครอง 2515 ที่ให้จอมพลถนอมเป็นนายกฯ ต่อ และนำ มาตรา 17 กลับมาใช้ ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเต็มมือ

การรวบอำนาจยาวนานกว่า 10 ปี นับจากรัฐประหารปี 2501 รวมถึงปัญหาทุจริตและการไร้รัฐธรรมนูญถาวร ทำให้เกิดความไม่พอใจสะสมของนิสิต นักศึกษา และประชาชน จนนำไปสู่ เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516

หลังรัฐประหาร สส. อุทัย พิมพ์ใจชน และพวกยื่นฟ้องคณะปฏิวัติฐานกบฏ แต่ถูกจำคุก ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ในสมัยรัฐบาลของสัญญา ธรรมศักดิ์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top