Saturday, 17 October 2026
งดเหล้าเข้าพรรษา

‘รัฐบาล’ เชิญชวนคนไทย ‘ลด ละ เลิก’ ดื่มสุราในช่วงเข้าพรรษา  สร้างภูมิคุ้มกันช่วยลดเสี่ยงโรค แถมลดรายจ่าย-เพิ่มเงินในกระเป๋า

(31 ก.ค. 66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องด้วยวันเข้าพรรษาของทุกปี เป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 2 ส.ค. 66 กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาสังคมและเครือข่ายงดเหล้า จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้คนไทย ลด ละ เลิกการดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้คำขวัญ ‘ไกลเหล้า ไกลโรค ไกลอุบัติเหตุ’ โอกาสนี้ รัฐบาลจึงขอเชิญคนไทยทุกคนร่วมลด ละ เลิก เหล้า หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดตลอดเทศกาลเข้าพรรษาที่จะมาถึง ให้ช่วงเวลานี้เป็นจุดเริ่มต้นในการดูแลสุขภาพ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่างๆ ซึ่งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่าทุกปีทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากพิษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 3 ล้านคน และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมากกว่า 230 ชนิด นอกจากนี้ ยังช่วยลดโอกาสที่เกิดความสูญเสียกับครอบครัวและสังคมโดยรวมจากอุบัติเหตุ ที่นำมาซึ่งการบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควรซึ่งไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าความเสียหายได้

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังช่วยลดรายจ่ายภาคครัวเรือนได้มาก ซึ่งข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ด้านพฤติกรรมการดื่มสุราของประชากรไทย ปี 65 ระบุว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 64 เหล่านักดื่มต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดื่มเพิ่มขึ้นจากในปี 60 เกือบ 2 เท่า โดยผู้ดื่มหนักเป็นประจำ มีค่าใช้จ่ายการดื่มสุราเฉลี่ยสูงถึง 3,722 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีแนวนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีความสมดุลระหว่างมิติทางเศรษฐกิจ และมิติของสังคม โดยมิติทางเศรษฐกิจนั้นได้มีกฎกระทรวงที่ลดข้อจำกัดทางกฎระเบียบการอนุญาตให้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 65 เพื่อประโยชน์ในการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น และลดการผูกขาดทางการตลาด แต่ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการขับเคลื่อนให้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เพื่อจำกัดไม่ให้กิจกรรมที่มาจากการแข่งขันทางธุรกิจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการดื่มที่มากขึ้นตลอดจนขับเคลื่อนการรณรงค์เพื่อสร้างความรอบรู้ผลกระทบต่อสุขภาพที่มาจากการดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ประชาชนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องเน้นการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เช่น ควบคุมจุดจำหน่าย ความหนาแน่นของร้านค้า การกำหนดโซนนิ่ง เป็นต้น 

องค์กรนานาชาติ ค้านยกเลิกภาษีบาป!! Movendi สนับสนุนภาษีเฉพาะสุราสูบ ชี้ เป็นโมเดลนวัตกรรมโลกที่ต้องรักษา หวั่นงบประมาณถูกแทรกแซงภาคธุรกิจ ไทยรณรงค์งดเหล้าต่อเนื่อง 25 ปี

ภาคประชาสังคมนานาชาติ ค้านยกเลิก Earmarked Tax ร้องไทยทบทวนปมภาษีบาป
องค์กรภาคประชาสังคมนานาชาติ Movendi International แถลงการณ์คัดค้านการยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ (Earmarked Tax) เรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวน หวั่นผลกระทบจากสุรายาสูบเพิ่มถูกแทรกแซงจากธุรกิจสุรายาสูบ ย้ำไทยคือโมเดลนวัตกรรมของโลก

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2569 องค์กรภาคประชาสังคมนานาชาติ Movendi International ซึ่งเป็นขบวนการภาคประชาชนระดับโลกที่เป็นอิสระ มีองค์กรสมาชิกกว่า 140 องค์กร ในกว่า 50 ประเทศ ได้จัดการประชุมระดับโลก (World Congress) ครั้งที่ 71 ระหว่างวันที่ 3-6 ต.ค. 2569 ณ เมืองครานสก้ากอรา ประเทศสโลวีเนีย โดยมีองค์กรสมาชิกส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมจำนวน 51 องค์กร ที่ประชุมได้มีมติรับรองแถลงการณ์คัดค้านและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติกระบวนการยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ (Earmarked Tax) เพื่อปกป้องความเป็นอิสระและประสิทธิภาพของระบบสร้างเสริมสุขภาพ

นางจูเลียต เนมูกาซา (Juliet Namukasa) ประธาน Movendi International คนใหม่ กล่าวว่า ความสำเร็จของประเทศไทยได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าเป็นตัวอย่างนวัตกรรมทางการเงินที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โมเดลของไทยคือการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม 2% จากผลิตภัณฑ์ที่ทำลายสุขภาพอย่างสุราและยาสูบ ส่งตรงไปยังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อสังคมไทยตลอด25 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทางองค์กร Movendi ได้รับทราบและชื่นชมความก้าวหน้าและผลสำเร็จต่างๆ โดยเฉพาะรางวัลเนลสันเมเดล่า ปี 2564 ที่ สสส. ได้รับ นับเป็นรางวัลสูงสุดของการทำงานด้านสร้างเสริมสุขภาพ

นางจูเลียต กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะมีนโยบายนำระบบงบประมาณภาษีเฉพาะนี้กลับเข้าสู่งบประมาณปกติ จะทำให้ระบบการปกป้องสุขภาพของประชาชนตกอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของนโยบายรัฐบาลและพรรคการเมือง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และเปิดโอกาสให้ถูกแทรกแซงจากกลุ่มอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ ยาสูบ และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาของการสร้างเสริมสุขภาพทั่วโลกที่ทุกรัฐบาลมักจะละเลย เพราะมองว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล และเน้นให้กระทรวงสาธารณสุขไปรักษาเมื่อป่วยแล้ว เช่น โรคที่เกิดจากพฤติกรรม NCDs เป็นสาเหตุทำให้คนไทยเสียชีวิตสูงถึงกว่า 400,000 รายต่อปีนั้น

รวมทั้ง อุบัติเหตุดื่มแล้วขับ ความรุนแรง และปัญหาสุขภาพจิต ล้วนมีแรงกระตุ้นจากการตลาดของธุรกิจที่กระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยง จึงต้องใช้การป้องกันมากกว่ารักษา โดยเฉพาะต้องมีกฎหมายที่ควบคุมการตลาด กฎหมายจำกัดการดื่มการสูบ และมาตรการเพิ่มราคาหรือขึ้นภาษี

แม้รัฐบาลทั่วโลกมักจะไม่ใช้ แต่ในหลักวิชาการขององค์กาอนามัยโลกแล้วถือเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบ โดยเครือข่ายภาคประชาสังคมจะเป็นกลไกสำคัญที่ร่วมกับรัฐบาลในการลดปัญหานี้ ดังนั้น ที่ประชุมใหญ่ขององค์กรจึงมีมติแถลงการณ์ไปยังนายกรัฐมนตรี และสื่อมวลชนถึงความห่วงใย และขอให้ยกเลิกนโยบายที่ส่งผลเสียต่อระบบสุขภาพของไทยดังกล่าว

ด้านนายธีระ วัชรปราณี กรรมการบริหารขององค์กร Movendi International และผู้แทนจากเครือข่ายงดเหล้า (Stop Drink Network) กล่าวว่า เครือข่ายงดเหล้าเป็นสมาชิกของ Movendi ตั้งแต่ปี 2557 (เดิมใช้ชื่อ IOGT International) โดยได้ร่วมกันผลักดันนโยบายการควบคุมแอลกอฮอล์ ยาสูบ และยาเสพติดในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยตนเองได้รับการยอมรับให้เป็นกรรมการบริหารขององค์กรในชุดปัจจุบันในตัวแทนภูมิภาคเอเชียอีกสมัย ปี 2569-2573 หลังจากที่ได้เป็นกรรมการมาแล้ว 2 ครั้ง ปี 2557-2561 และ 2565-2069 เป็นเพราะว่าผลงานของเครือข่ายฯ เป็นที่ประจักษ์ต่อนานาชาติ โดยเฉพาะการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก สสส. ซึ่งสอดคล้องกับองค์กร Movendi International ที่มีการก่อตั้งยาวนานกว่า ตั้งแต่ปี คศ. 1851 รวม 175ปี มาแล้ว

นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายงดเหล้าได้รับงบประมาณจาก สสส. ตั้งแต่ปี 2546 เริ่มด้วยการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาต่อเนื่องทุกปี รณรงค์งานเทศกาลประเพณีให้ปลอดภัยควบคุมแอลกอฮอล์กว่า 200 งาน ส่งเสริมชุมชนสู้เหล้าและช่วยเหลือทำให้คนเลิกเหล้าเป็น "คนหัวใจเพชร" กว่า 300 ชุมชน ด้านเด็กเยาวชนจะเน้นพัฒนา Mindset ผู้ใหญ่ ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา ครู และโค้ชกีฬาฟุตซอล เพื่อเป็นผู้นำแบบอย่าง และสร้างความปลอดภัยสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งโดยมีครูเข้าร่วมกว่า 2,000 คน และโค้ชกว่า 250 คน

รวมถึงมีโครงการแข่งขันฟุตซอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปีที่ใหญ่ที่สุด สร้างโอกาสให้น้องๆ กว่า 1,100 ทีม โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลให้มีประสบการณ์และทัศนคติการใช้ชีวิตที่ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน นอกจากนั้น เครือข่ายงดเหล้ายังเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 และฉบับแก้ไขปี 2568 เพื่อเป็นหลักประกันสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน เช่น การห้ามขายเหล้าในรถไฟและสถานีรถไฟ ซึ่งขับเคลื่อนจากกรณีน้องผู้หญิงถูกคนเมาทำร้ายบนรถไฟ เมื่อมีกฎหมายบังคับใช้ ปัญหาก็ลดลงและมีความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงการห้ามขายเบียร์แบบกดอัตโนมัติในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในการเดินทางเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการบริหารองค์กร Movendi ตนเองได้นำเสนอผลงานรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ของประเทศไทย ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ต่อที่ประชุมระดับโลก

โดยแสดงให้เห็นว่า การรณรงค์งดดื่มแบบชั่วคราวในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ ทั้งจากผลวิจัยข้อมูลการจำหน่ายสุราจากสรรพสามิตย้อนหลัง 23 ปี พบว่า ในช่วงรณรงค์การบริโภคต่อหัวลดลง 9.97% และจากผลการสำรวจประเมินการรณรงค์ในช่วงปี พ.ศ. 2558–2568 พบว่ามีประชาชนที่งดดื่มตลอด 3 เดือน งดดื่มบางช่วง หรือปรับลดปริมาณการดื่ม รวมเฉลี่ยปีละกว่า 10 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นแนวทางที่มีลักษณะคล้ายกับการรณรงค์งดดื่มชั่วคราวในต่างประเทศ เช่น Dry January, Dry July และ Ocsober แต่การรณรงค์ของไทยมีระยะเวลาต่อเนื่องถึง 3 เดือน และมีการศึกษาประเมินผลอย่างเป็นระบ

ที่มา : https://www.hfocus.org/content/2026/10/39852


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top