Friday, 5 June 2026
คว่ำบาตรรัสเซีย

ที่ยังทำธุรกิจค้าขายกับรัสเซีย หนุนกฎหมายคว่ำบาตรสุดโหด เปิดทางขึ้นภาษีนำเข้าสูงสุด 500% ‘จีน–อินเดีย’ เป้าหลัก ‘อิหร่าน’ อยู่ในเรดาร์

(17 พ.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุพร้อมสนับสนุนร่างกฎหมายของวุฒิสภาที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มข้นต่อประเทศที่ยังทำธุรกิจกับรัสเซีย โดยบอกกับสื่อมวลชนก่อนออกเดินทางจากฟลอริดากลับวอชิงตันว่า พรรครีพับลิกันกำลังผลักดันกฎหมายลงโทษ “ทุกประเทศที่ทำธุรกิจกับรัสเซีย” 

ร่างกฎหมายซึ่งผลักดันโดยลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกจากมลรัฐเซาท์แคโรไลนา เปิดทางให้ประธานาธิบดีสามารถเก็บภาษีนำเข้าสูงสุดถึง 500% จากประเทศที่ยังซื้อน้ำมันและพลังงานจากรัสเซีย แต่ไม่ได้ให้การสนับสนุนยูเครนอย่างจริงจัง เป้าหมายจึงพุ่งไปที่ผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ของรัสเซีย จีนและอินเดียเป็นหลัก ทรัมป์ยังระบุว่าอาจ “ใส่อิหร่านเข้าไปด้วย” ในชุดมาตรการครั้งนี้ แม้ยังไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ที่ผ่านมาทรัมป์ลังเลจะหนุนมาตรการคว่ำบาตรเพิ่ม เพราะต้องการเปิดช่องเจรจาสันติภาพระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน แต่จนถึงตอนนี้สงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี ยังไม่มีสัญญาณว่าปูตินจะยอมถอย ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ยูเครนก็หันไปโจมตีโครงสร้างน้ำมันของรัสเซียเพื่อตัดกำลังเช่นกัน

ทั้งนี้ ภายในสภาคองเกรส ฝ่ายเดโมแครตและรีพับลิกันส่วนหนึ่งต่างผลักดันแนวคิดลงโทษรัสเซียเพิ่มขึ้น เพื่อกดดันให้มอสโกยุติสงครามยูเครน การที่ทรัมป์ออกมาบอกว่ามาตรการคว่ำบาตรประเทศที่ค้าขายกับรัสเซีย จึงถูกมองว่าอาจทำให้ร่างกฎหมายเดินหน้าเร็วขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศที่ยังพึ่งพาพลังงานรัสเซีย

 

อดีตที่ปรึกษานโยบายทรัมป์จวก มาตรการคว่ำบาตรของอเมริกาต่อรัสเซีย ชี้ยิ่งทำให้ ‘มอสโก-ปักกิ่ง’ แข็งแกร่ง ลดไพ่ต่อรองตัวเองบนเวทีโลก

(10 ธ.ค. 68) จอร์จ ปาปาโดปูลอส (George Papadopoulos) อดีตที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศให้ทีมเลือกตั้งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สื่อรัสเซีย วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อบริษัทรัสเซียว่า “แทบไม่ทำอะไรได้” นอกจากผลักให้รัสเซียกับจีนยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายได้กลายเป็นผลเสียต่อสหรัฐฯ เอง

ปาปาโดปูลอส ระบุอีกว่า จีนคือคู่แข่งหลักของสหรัฐอเมริกาบนเวทีโลก การผลักรัสเซียให้หันไปพึ่งพาปักกิ่งมากขึ้นไม่ได้ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของวอชิงตันเลย ขณะที่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองเพิ่งประกาศคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซียอย่าง ลูคอยล์ (Lukoil) และรอสเนฟต์ (Rosneft) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลชุดนี้ใช้มาตรการเล่นงานรัสเซียโดยตรง

นอกจากนี้ ปาปาโดปูลอสมองว่า แนวทางดังกล่าวมีแต่จะทำให้แกนมหาอำนาจคู่แข่งของสหรัฐ “แข็งแรงขึ้นเมื่ออยู่ด้วยกัน” มากกว่าทำให้รัสเซียอ่อนแรงลงตามที่หวัง พร้อมเตือนว่านโยบายคว่ำบาตรแบบนี้อาจยิ่งลดพื้นที่การทูต และบั่นทอนบทบาทนำของสหรัฐฯ ในระยะยาว


ที่มา : Sputnik
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top