Friday, 5 June 2026
ความร่วมมือระหว่างประเทศ

'อลงกรณ์' เปิดเวทีสุดยอดภูมิอากาศเอเชีย (Asia Climate Summit 2025) ระดมความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมผนึกตลาดหลักทรัพย์จับมือสภาอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy)

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดงาน การประชุมสุดยอดภูมิอากาศเอเชีย 2025 (Asia Climate Summit 2025)ภายใต้ธีม “การขยายแนวทางตลาดคาร์บอน : เสริมสร้างความก้าวหน้าและการเติบโต” (Scaling Market Solutions: Powering Progress and Growth)พร้อมประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนของภูมิภาคอาเซียน

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่า "ประเทศไทยตระหนักถึงภัยคุกคามและความเร่งด่วนของวิกฤตสภาพภูมิอากาศถือเป็นวาระแห่งชาติ เรายืนยันพันธสัญญาอันแข็งแกร่งในการแก้ไขปัญหานี้ตามพันธกรณีความตกลงปารีสโดยมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 ประเทศไทยยังคงขยายตลาดคาร์บอนที่สมัครใจในประเทศผ่านนวัตกรรมต่าง ๆ เช่น มาตรฐานการรับรองเครดิตคาร์บอน Premium T-VER นอกจากนี้ เรายังมีเป้าหมายที่จะเร่งพัฒนาความมีมาตรฐานสูงและความสามารถในการทำงานร่วมกันของตลาดคาร์บอนในอาเซียน โดยดึงเอาประสบการณ์และการขับเคลื่อนมาตรฐานคาร์บอนของ Premium T-VERขยายสู่อาเซียน“

ทั้งนี้นายอลงกรณ์ยังกล่าวถึง 4 ยุทธศาสตร์สำคัญของไทย 
1. เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกชัดเจน
1.1ลด CO2e 222 ล้านตัน ภายในปี 2030 (ตาม NDC)
1.2ยกระดับสู่ NDC 3.0 ตั้งเป้าลด CO2e 109.2 ล้านตัน ภายในปี 2035

2. ขับเคลื่อนกลไกคาร์บอนเครดิตระดับโลก
2.1มุ่งใช้ความร่วมมือภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีสโดยเฉพาะข้อ 6.2 เพื่อเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน
2.2เน้นสร้าง "การลดเพิ่มเติม" (Additionality) นอกเหนือจาก
มาตรการอื่นๆภายในประเทศ
2.4สนับสนุนเทคโนโลยีและกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก

3. ยกระดับตลาดคาร์บอนภายในประเทศและอาเซียน
3.1ขยายตลาดคาร์บอนสมัครใจผ่านนวัตกรรม "T-VER พรีเมียม"
3.2เร่งพัฒนาตลาดคาร์บอนอาเซียนให้มีความน่าเชื่อถือสูงและทำงานร่วมกันได้ (High-Integrity & Interoperability)
3.3 ยินดีต้เปิดกว้างต้อนรับมาตรฐานสากลเช่น VERRA หรือ Gold Standard เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถหาช่องทางในการพัฒนาซื้อขายคาร์บอนเครดิตและพัฒนาตลาดคาร์บอนในประเทศไทย

4.  มาตรการเชิงรุกแบบครบวงจร
4.1 ตราพ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นรากฐานทางกฎหมายจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศ ,ส่งเสริมมาตรการครอบคลุม: ETS ภาคบังคับ, ภาษีคาร์บอน, ตลาด T-VER, มาตรการจูงใจทางการเงิน
4.2สนับสนุนการลงทุนสีเขียว(Green Investment)ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้แนวทางESGและการส่งเสริมพลังงานสะอาดลดโลกร้อนกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและภาคีภาคส่วนต่างๆ
4.3 เดินหน้าโครงการคาร์บอนสีน้ำเงิน (Blue Carbon) และคาร์บอนสีเขียว (Green Carbon)ทั้งในทะเล ชายฝั่งทะเลและบนบก "ยุทธศาสตร์การซื้อขายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบบูรณาการของไทยจะทำให้เราไม่เพียงบรรลุ NDC 2030 แต่จะก้าวขึ้นเป็น ผู้นำตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาคภายในปี 2035โดยสนับสนุนการลงทุนที่ยั่งยืน(Sustainable Investment)และการเปลี่ยนผ่าน(Transformation)สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้เข้าร่วมในการอัปเดตแนวโน้มกฎระเบียบล่าสุด การเสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านตลาดคาร์บอนและสำรวจนวัตกรรมกลไกการเงินภูมิอากาศ

โดยผลลัพธ์จากการประชุมคาดว่าจะส่งผลอย่างมากก่อนการประชุม COP30 ที่บราซิลในปีนี้ ถ้อยแถลงเปิดงานโดยนายอลงกรณ์ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นแกนนำขับเคลื่อนการแก้ไขวิกฤตภูมิอากาศผ่านกลไกตลาด และยกระดับความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมสุดยอดภูมิอากาศเอเชีย 2025 (ACS 2025) จัดโดยสมาคมการค้าคาร์บอนระหว่างประเทศ (IETA)โดยการสนับสนุนของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE)เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพมหานครมีผู้เข้าร่วมงานกว่า200คนจากทั่วโลกรวมทั้ง นายเดิร์ก ฟอร์ริสเตอร์ ประธานและซีอีโอสมาคมการค้าคาร์บอนระหว่างประเทศ (IETA) ,ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ,คุณอัสสเดช คงสิริ ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และนายอาทิตย์ เวชกิจ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ด้านอนุรักษ์พลังงาน และ Grid Modernization สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร นายสมหมาย เอี่ยมสอาด รศ.ดร. ไพบูลย์ กวินเลิศวัฒนา ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมฯลฯ.....

'พีระพันธุ์' หารือ เอกอัครราชทูตเม็กซิโก หนุนความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดของ 2 ประเทศ

(22 ก.ค.68) เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางอิลเซ ลิเลียน เฟร์เรร์ ซิลบา (H.E. Mrs. Ilse Lilián Ferrer Silva) เอกอัครราชทูตสหรัฐเม็กซิโกประจำประเทศไทย เข้าพบหารือนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทย-เม็กซิโก โดยเฉพาะในมิติด้านพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพ

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้พบเอกอัครราชทูตเม็กซิโกฯ และชื่นชมบทบาทที่เข้มแข็งในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนับตั้งแต่เข้ารับหน้าที่ โดยเม็กซิโกและไทยต่างมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและใกล้ชิด รวมถึงมีความคล้ายคลึงกันโดยต่างเป็นประเทศที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ มีความชื่นชอบอาหารรสเผ็ดร้อน โดยอาหารเม็กซิโกได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขึ้นในช่วงหลายปีนี้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ และโอกาสความร่วมมือด้านต่าง ๆ ที่สามารถเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ด้านเอกอัครราชทูตเม็กซิโกฯ แสดงความยินดีที่ได้พบหารือกับรองนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีในการผลักดันความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลากหลายด้าน ทั้งการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ การแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงการร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเม็กซิโกถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านพลังงานทดแทนระดับโลก โดยแสดงความหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถยกระดับความร่วมมือด้านพลังงานทดแทนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเม็กซิโกในปีนี้

ในด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสนับสนุนการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงานของทั้งสองประเทศ โดยเน้นไปที่พลังงานสะอาดเป็นหลัก ซึ่งเอกอัครราชทูตเม็กซิโกฯ ได้นำเสนอ 'โครงการพลังงานสะอาดโซโนรา' (Sonora Plan) ซึ่งเป็นแผนพัฒนาพื้นที่ทางตอนเหนือของเม็กซิโก โดยใช้ประโยชน์จากจุดยุทธศาสตร์ที่ใกล้กับชายแดนสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ อุตสาหกรรมลิเธียม และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเม็กซิโกเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก ด้านรองนายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมต่อแนวทางนโยบายของเม็กซิโกในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนความร่วมมือในด้านดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต

ในช่วงท้ายของการหารือ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องกันว่า แม้ไทยและเม็กซิโกจะตั้งอยู่ห่างไกลทางภูมิศาสตร์ แต่ด้วยพื้นฐานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรม จะเอื้อให้เกิดการเปิดประตูสู่โอกาสความร่วมมือใหม่ ๆ ระหว่างกันในหลากหลายมิติอย่างเป็นรูปธรรม โดยรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตเม็กซิโกฯ และคณะ สำหรับการเยือนและหารือในครั้งนี้ พร้อมแสดงความพร้อมในการประสานความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเม็กซิโกให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในทุกด้าน

เดือดกลางเจนีวา!! ‘สีหศักดิ์‘ ตอกหน้ากัมพูชากลางเวที UNHRC ซัดบิดเบือนปมชายแดน-ยั่วยุซ้ำซาก ลั่น ไม่เคยคิดรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน แต่พร้อมปกป้องอธิปไตยตนเอง - จี้เขมรหยุดยั่วยุ

(25 ก.พ. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงของไทยในที่ประชุมระดับสูงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติครั้งที่ 61 ณ นครเจนีวา เน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือพหุภาคีเพื่อแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน รวมถึงปัญหาการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นวิกฤตระดับโลกและส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรง

รัฐมนตรีต่างประเทศตอบโต้กรณีข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยกล่าวว่า "กัมพูชากล่าวหาไทยบนข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือนเพื่อทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย" พร้อมชี้แจงว่า ต้นเหตุเกิดจากการละเมิดและยั่วยุซ้ำซ้อน รวมถึงการแทรกแซงการเมืองภายในของกัมพูชา ทำให้เกิดความตึงเครียดและโศกนาฏกรรมพลเรือนเสียชีวิต

นายสีหศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยมีเจตนาดีต่อกัมพูชา สนับสนุนผู้หลบหนีความขัดแย้งและช่วยฟื้นฟูหลังสงครามกลางเมือง จึงไม่ต้องการเผชิญหน้า แต่กัมพูชากลับนำปัญหาไปขยายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ ทั้งยังยืนยันสิทธิในการปกป้องอธิปไตยและเรียกร้องให้กัมพูชาเลือกเส้นทางสันติภาพหรือความขัดแย้งต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ที่ยังมีปัญหาข้อพิพาทชายแดนและความขัดแย้งทางการเมือง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง ทว่าความร่วมมือและการเจรจายังคงเป็นทางออกสำคัญเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top