Friday, 5 June 2026
คริปโต

‘อาจารย์สุวินัย’ วิเคราะห์ไพ่ตาย The iCon Group จี้! ตำรวจไล่ตามยึดคริปโต-ทรัพย์เหล่าตัวการให้เหี้ยน

(17 ต.ค. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์วิเคราะห์ไพ่ตายของบอสพอลและ The iCon Group ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า

'ไพ่ตาย' ของ 'บอสพอล' ที่ยังถืออยู่

ผมอาจะคิดลึกไป แต่ถ้าดูจากแววตาของบอสพอลที่เพิ่งโดนตำรวจรวบตัวไปวันนี้ ... ผมไม่เห็นความหวั่นไหวในแววตาของบอสพอลนะ ...ซึ่งต่างจากแววตา 'สวรรค์ล่ม' ของ 'บอสกันต์' เมื่อสองวันก่อนอย่างชัดเจน

ผมคิดว่า การถูกตำรวจคุมตัว เป็นหนึ่งในแบบจำลองการรับมือกับวิกฤตที่ตัวบอสพอลเองได้เตรียมใจและเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว

เหมือนอย่างการที่บอสพอลตีสองหน้า สองบุคลิกตอนไปออกรายการโหนกระแส กับให้สัมภาษณ์ The Standard

'ไพ่ตาย' ที่บอสพอลยังมีอยู่ คือการแปลงเงินหลายพันล้านที่เขา 'ดูดทรัพย์' มาจากแชร์ลูกโซ่ The iCon ไปเป็นเหรียญคริปโต แล้วมอบให้ 'ผู้ช่วยมือขวา' ที่เขาไว้ใจดูแลแทน รวมทั้งเผ่นหนีออกไปต่างประเทศอย่างลอยนวล ... ตราบใดที่ทางตำรวจยังยึด 'ไพ่ตาย' ใบนี้ของบอสพอลไม่ได้ ตราบนั้นเกมนี้ผมยังไม่ถือว่าฝ่ายตำรวจชนะเบ็ดเสร็จนะ

การที่ ปปง. อายัดเงินแค่ 125 ล้านของพวกบอสพอล ถือว่ายังห่างไกล ต่อให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัท The iCon ซึ่งมีอยู่สองพันล้านก็ยังไม่พอ ... การยึด 'ไพ่ตาย' ของบอสพอลให้ตกเป็นของแผ่นดินต่างหากคือ ชัยชนะที่แท้จริงของคดีนี้

เพราะ หัวใจของคดีนี้คือ ปปง. ต้องยึดทรัพย์ตัวการทั้งหมดให้เหี้ยน ถึงจะสาสม

อย่างไรก็ตามขอชื่นชมการทำงานของทางการในคดีแชร์ลูกโซ่ The iCon ว่าทำได้ฉับไวมากและตระหนักถึงความร้ายแรงของคดีนี้ ... ขอปรบมือดัง ๆ ให้กำลังใจทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกท่านครับ

~ สุวินัย ภรณวลัย
Suvinai Pornavalai

‘เอกภพ สายไหมต้องรอด’ เปิดข้อมูลสุดตะลึง เครือข่าย The iCon โยกเงินมหาศาลผ่านคริปโต

(18 ต.ค. 67) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอกภพ สายไหมต้องรอด ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ความว่า 

พบเส้นเงินผิดปกติกว่า 247,911,936 USDT มูลค่ากว่า 8,223 ล้านบาท ถูกโอนออกไปก่อนที่ 'โค๊ชแล็ป' ดิไอคอน จะถูกจับเพียง 1 ชั่วโมง

ก่อนหน้านี้รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามยึดทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีของเครือข่าย The iCon เพื่อนำมาชดใช้ให้ผู้เสียหาย

‘เชน ค็อปลัน’ แห่ง Polymarket จุดไฟวงการคริปโต ขึ้นแท่นอภิมหาเศรษฐีอายุน้อยสุดในโลก หลังดีลกับ NYSE

(10 ต.ค. 68) เชน ค็อปลัน (Shayne Coplan) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Polymarket แพลตฟอร์มทำนายเหตุการณ์บนบล็อกเชนชื่อดัง กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลก ในวัยเพียง 27 ปี หลังจาก Intercontinental Exchange (ICE) บริษัทแม่ของตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) เข้าลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดันมูลค่า Polymarket พุ่งแตะระดับ 9 พันล้านดอลลาร์ พร้อมขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปคริปโตที่เติบโตเร็วที่สุดในรอบทศวรรษ

สำหรับ Polymarket เปิดให้ผู้คนทั่วโลกสามารถ “เดิมพันเชิงทำนาย” เหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งการเลือกตั้ง ราคาคริปโต หรือแม้แต่ประเด็นในโลกออนไลน์ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 1.3 ล้านราย และมูลค่าการเทรดเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ ‘ค็อปลัน’ กลายเป็นดาวรุ่งแห่งวงการคริปโตตามรอย ชางเพ็ง เจา “CZ” Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance และ ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) CEO ของแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัล Coinbase

ทั้งนี้ เส้นทางของค็อปลันไม่ง่าย เขาเริ่มสร้าง Polymarket จากห้องน้ำเล็ก ๆ มีพนักงานเพียงคนเดียว ก่อนจะถูก FBI จับกุมหลังแพลตฟอร์มโด่งดังจากการทำนายผลเลือกตั้งปี 2024 มูลค่าเดิมพันสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์ แต่หลังจากรอดวิกฤต เขากลับพลิกเกมได้สำเร็จ โดยมีผู้สนับสนุนระดับโลกอย่าง ปีเตอร์ ทีล (Peter Thiel) นักธุรกิจและนักลงทุน ชาวเยอรมัน-อเมริกัน, วิทาลิก บูเทอริน (Vitalik Buterin) โปรแกรมเมอร์ชาวแคนาดาและเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum Buterin 

นอกจากนี้ยังมี บริษัท 1789 Capital ที่มี โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นที่ปรึกษา ซึ่ง ‘ค็อปลัน’ เคยกล่าวไว้ว่า “ไอเดียที่เปลี่ยนโลกมักอยู่ตรงหน้าเราเสมอ แค่ต้องบ้าพอที่จะลงมือทำ”

DOJ สหรัฐฯ ลุยยึด ‘บิตคอยน์’ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลล์ จาก ‘เฉิน จื้อ’ นักธุรกิจจีน!! ชักใยขบวนการสแกมเมอร์ในกัมพูชา

(15 ต.ค. 68) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดเผยการดำเนินคดีทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยฟ้องร้องและยึดทรัพย์บิตคอยน์กว่า 127,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 550,000 ล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลประโยชน์จากขบวนการฉ้อโกงและฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันบิตคอยน์เหล่านี้อยู่ในการควบคุมของรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว

คดีนี้มีผู้ต้องหาหลักคือ 'เฉิน จื้อ' (Chen Zhi) หรือ 'วินเซนต์' ชาวจีน แต่ถือสัญชาติอังกฤษและกัมพูชา วัย 37 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group ซึ่งถูกตั้งข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและฟอกเงิน โดยมีการบังคับใช้แรงงานในคอมพาวด์ต่าง ๆ ทั่วกัมพูชา เพื่อหลอกเหยื่อทั่วโลกให้ลงทุนในคริปโตภายใต้กลโกงที่เรียกว่า 'Pig Butchering'

อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า เฉินและผู้บริหารระดับสูงของ Prince Group ใช้บริษัทบังหน้าในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริการด้านการเงิน แต่เบื้องหลังกลับขยายอิทธิพลกลายเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ในเอเชีย ทำรายได้มหาศาลจากการหลอกลงทุนและบังคับแรงงานต่างชาติ

ทั้งนี้ 'เฉิน จื้อ' ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้าติดตามตัวผู้ต้องหาและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยคดีนี้ถือเป็นการยึดทรัพย์จากคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ และเป็นสัญญาณชัดเจนถึงการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ทั่วโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top