Wednesday, 21 October 2026
คราบน้ำมัน

‘ดร.ธรณ์’ สลดใจ!! หลังเห็นภาพหมอกวาดก้อนน้ำมันให้เต่าตนุ ชี้ ควรรักษาคุณภาพชายฝั่งให้ดี ก่อนธรรมชาติพินาศในพริบตา

วันนี้ (10 ส.ค.) เฟซบุ๊ก ‘Thon Thamrongnawasawat’ หรือ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “ภาพคุณหมอผู้ดูแลสัตว์ทะเลหายากกำลังค่อย ๆ กวาดก้อนน้ำมันออกมาจากคอน้องเต่าตนุตัวน้อย เป็นอะไรที่บาดใจผมมาก และคงบาดใจเพื่อนธรณ์คนรักทะเลสุด ๆ เท่าที่ทราบ เธอเป็นเต่าตัวที่ 3 แล้วที่โดนคราบน้ำมันที่ภูเก็ต และตัวหนึ่งตายไปแล้ว

ตั้งแต่เริ่มทำงานทะเลมาถึงวันนี้ เกือบ 40 ปี ผมคิดไม่ออกว่าเคยมีกรณีไหนในทะเลไทยที่เต่าโดนคราบน้ำมันมากถึงขนาดนี้ จึงไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ผ่านเลยไป เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องน่าสงสารจัง ประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เราใช้ SDG เป็นตัวชี้วัดอะไรหลายประการ เรายังลงนามและเข้าร่วมในหลายประเด็นที่เกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายาก แต่เต่าทะเลไทยที่เกยตื้นเป็นจำนวนมากมีขยะติดตัว ไม่ว่าภายนอกหรือภายใน ยังมาโดนซ้ำเติมด้วยคราบน้ำมัน หากเต่าน้อยร้องเป็นภาษาคนได้ เธอคงกรีดร้องว่าจะซ้ำเติมกันไปถึงไหน เธอร้องไม่ได้ แต่แววตาของเธอบอกได้ ลองดูแววตาของเธอสิครับ

ทราบดีว่าทุกฝ่ายกำลังพยายามหาที่มาของคราบน้ำมัน เพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ก็พอทราบว่าโอกาสเป็นไปได้ยากยิ่ง เพราะที่คาดการณ์ว่าเหตุเกิดในระยะห่างฝั่งเกิน 100 กิโลเมตร เรือคงไปไหนถึงไหน (ข้อมูลช่วง 26 ก.ค. - 3 ส.ค. มีเรือ 81 ลำ) ด้วยระบบที่เรามี คงพอบอกได้ว่าเรายังไม่สามารถดูแลชายฝั่ง ดูแลน้องเต่าของเราให้ปลอดภัยจากมลพิษร้ายแรงในทะเล และหากเราไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ชายฝั่งมูลค่าท่องเที่ยวหลายแสนล้านต่อปี ยังสุ่มเสี่ยงต่อความพินาศในพริบตา สรรพสัตว์ต่าง ๆ ระบบนิเวศในทะเลก็ยังคงพึ่งเพียงโชคว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายแรงขึ้น

เราต้องลงทุนเพื่อเข้าใจและปกป้องทะเลให้มากกว่านี้ รู้จักกระแสน้ำ คลื่นลม รู้พื้นที่สุ่มเสี่ยง หาทางปรับปรุงการเฝ้าระวัง เตือนภัยล่วงหน้า เรื่อยไปจนถึงการรับมือแก้ไขที่ปลายเหตุ เช่น การช่วยชีวิตสัตว์หายาก มันจึงไม่ใช่แค่ความสงสาร มันเป็นมากกว่านั้นเพราะเรายังสามารถทำอะไรให้ดีขึ้นได้ แต่ ณ ตอนนี้ คงได้แต่ขอบคุณและให้กำลังใจคุณหมอและทุกคนผู้เกี่ยวข้องต่อไปการกรอกน้ำมันดินใส่ปาก เป็นบทลงโทษที่มีอยู่ในนรก สำหรับผู้ที่ทำบาปแสนสาหัสเจ้าเต่าน้อยทำบาปอันใด”

'วราวุธ' ลุยปราจีนฯ จี้โรงงานแก้ปมน้ำมันรั่ว!! ย้ำเยียวยาชาวบ้านทั้งความเสียหายและความรู้สึก กระทรวงอุตฯ ร่วมงานหน่วยงานต่างฝ่าย แนะทำ CSR เยียวยาความรู้สึกชุมชน สั่งวางแผนป้องกันระยะยาว

"วราวุธ" ลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ติดตามแก้ปัญหาคราบน้ำมันรั่วไหล ฝากโรงงานหาวิธีแก้ไขเผื่อในอนาคต กำชับ เยียวยาความเสียหาย แนะ ทำ CSR เยียวยาความรู้สึกชาวบ้าน สั่ง ก.อุตฯ อย่าทำงานคนเดียว ต้องร่วมกับทุกฝ่าย ไม่กลั่นแกล้งใคร

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหารั่วไหลคราบน้ำมันของโรงงาน โดยมีนายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี เขต 2 และนายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 นายกฤษฎิ์ เกษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ให้การต้อนรับ

โดยจุดแรกนายวราวุธ และคณะได้เดินทางไปยังบริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปจากทางโรงงานและกรมโรงงานกระทรวงอุตสาหกรรม

นายวราวุธ กล่าวตอนหนึ่งว่า กรณีคราบน้ำมันจากนี้ต้องคิดให้ดีว่าจะหาวิธีแก้ไขและเยียวยาสถานการณ์อย่างไร และเมื่อถึงเวลาดำเนินการจริงๆ จะมีปัญหาอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหรือไม่ ต้องเตรียมการไว้ในอนาคต เพราะบางครั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เห็นในทันที บางครั้งจะค่อยๆ เห็นผลกระทบที่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากให้มีมาตรการตรงนี้ด้วย และอยากฝากทางบริษัท เวลาตั้งโรงานอยู่แห่งไหนและมีชุมชนอยู่โดยรอบ หากท่านอยู่แล้วดีขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์ มีการทำ Corporate Social Responsibility (CSR) ยามเกิดปัญหาชุมชนจะปกป้องท่าน เวลาทำงานกับประชาชนโดยรอบ หากเป็นเรื่องหนักก็จะกลายเป็นเบา มีความเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อผ่านเหตุการณ์นี้ไปแล้ว จะมีการทำกิจกรรม CSR เพิ่มขึ้นได้อย่างไร แน่นอนว่าการเยียวยาความเสียหายต้องทำแน่นอน ซึ่งทางบริษัทจะต้องหาแนวทางเยียวยาต่อไป แต่ทำการ CSR จะเป็นเหมือนการเยียวยาทางความรู้สึก ทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นมิตรกับโรงงานมากขึ้น

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า เรื่องความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญ ขอฝากให้ดูแลประชาชน เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด เมื่อเกิดแล้วจะร่วมแก้ปัญหากันอย่างไร คนที่เดือดร้อนต้องได้รับการแก้ไขปัญหา ในส่วนหน่วยราชการ ตนกำชับกระทรวงอุตสาหกรรมไปแล้ว เวลาทำงานอย่าทำคนเดียว ให้มีท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมทำงานด้วย อย่างเช่น กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าการตรวจสอบที่เกิดขึ้นมีการถ่วงดุลกัน ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน

นายวราวุธ ระบุว่า ส่วนที่บอกว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ จากนี้จะเจอแบบนี้มากขึ้น อะไรที่ไม่เคยเป็นปัญหาจะเริ่มเป็นปัญหา อย่างกรณีนี้หากน้ำไม่ท่วมมันก็ไม่เจอ แต่จากนี้ไปใครจะรู้ว่าอาจจะเจอมากกว่านี้ ตนขอฝากผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ต่อไปจะต้องมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลในกรณีฝนตกหนัก จะต้องทำคันรอบโรงงานหรือไม่ และจะต้องทำสูงขนาดไหนจึงจะเหมาะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top