รองนายกฯ ลุยปรับข้อมูล!! เสนอแก้ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร มุ่งส่งเสริมสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล ชูโปร่งใส ตรวจสอบรัฐ หวังขจัดทุจริตประพฤติมิชอบ
รองนายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอปรับแก้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร หลังใช้งาน มากว่า 29 ปี มุ่งหวังส่งเสริมสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของทางราชการได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เชื่อหากประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จะช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยสอดส่องปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบได้มากขึ้น
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายปกรณ์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ มีการหารือในการ จะทำร่างระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับ ของทางราชการ เนื่องจาก พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ฉบับเดิม ใช้มากกว่า 29 ปีแล้ว โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก จึงจะให้มีการจัดทำ QR Code เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงวิธีการและขั้นตอนการทำงาน รวมถึงจากนี้ต้องให้มีการจัดทำรายงาน ผลการดำเนินงานของ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ/ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร /และสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ประจำปี 2569 ไตรมาสที่ 1-3
“กลไกการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อการทำงานของภาครัฐ เพราะเมื่อประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างชัดเจนและเป็นธรรม ย่อมสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของรัฐ และทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาช่วยสอดส่องปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบได้มากขึ้น”รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
นอกจากนี้ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการ ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ รายงานผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ 2540 ประจำปีงบประมาณ 2568 การดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่ อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ 2569 รวมถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ทั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้คาดหวัง ให้ข้อมูลข่าวสารมุ่งไปสู่การเป็นองค์กรที่ปลอดจากการทุจริต และส่งเสริมสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของทางราชการได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1534660695362929&id=100064570394286&rdid=BeM75vlhNjP7w6D9#








