Friday, 5 June 2026
ขอนแก่น

ขอนแก่น - มข. ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่ธุรกิจ จัด 'KKU Enterprise Demo Day #2' นวัตกรรมดิจิทัลและสุขภาวะ Smart Digital & Wellness เปิดเวทีจับคู่ความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ

เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.68) เวลา 13.30–16.30 น. ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศูนย์เคเคยู เอนเตอร์ไพรส์ (KKU Enterprise) จัดกิจกรรม “KKU Enterprise Demo Day #2: นวัตกรรมดิจิทัลและสุขภาวะ Smart Digital & Wellness” เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจ

โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ ทำหน้าที่ประธานแทน ท่านอธิการบดึมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วม เน้นย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม พร้อมระบุว่ามหาวิทยาลัยตั้งเป้าจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ตลอดช่วงการนำเสนอ ได้แสดงผลงานและแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ KKU Market ช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่ผู้บริโภค KKU IntelSphere แพลตฟอร์ม AI เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย

การประยุกต์ใช้ AI ด้านสุขภาพ และแชตบ็อตเพื่อการดูแลผู้ป่วย Functional Wellness Directory ระบบฐานข้อมูลสุขภาวะบุคคล Cellular Therapy Service (CTC) รูปแบบการให้บริการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด รศ.ดร.เพ็ญศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในนามมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยศูนย์เคเคยู เอนเตอร์ไพรส์ (KKU Enterprise) เป็นหน่วยงานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการผลิตภัณฑ์ อันได้แก่ องค์ความรู้ สิ่งประดิษฐ์ และผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย เพื่อผลักดันออกสู่ ตลาดในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงานด้านการตลาดแบบครบวงจร และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจดังนั้น ศูนย์เคเคยู เอนเตอร์ไพรส์ จึงได้จัดงานในครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างเวทีให้นักวิจัยของเราได้นำเสนอผลงานและนวัตกรรมที่โดดเด่นแก่ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และนักลงทุนทุกท่าน งานในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงผลงาน แต่เป็นประตูแห่งโอกาส ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อนำไปสู่การต่อยอด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด สร้างรายได้ และขยายธรกิจให้เติบโตต่อไปในอนาคต โดยการจัดงาน Demo Day ในวันนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด "นวัตกรรมดิจิทัลและสุขภาวะ" 

นอกจากนั้น ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น Brain Booster’s Product, อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพ และ Functional Food ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย (KKU Select)

ช่วงท้ายเป็นกิจกรรม Networking และจับคู่เจรจาความร่วมมือ (Business Matching) ระหว่างหน่วยงานวิจัยกับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มาร่วมงาน เพื่อต่อยอดผลงานสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการทดลองตลาด การร่วมพัฒนาเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงช่องทางจัดจำหน่าย

ขอนแก่น - 'มทบ.23' ส่งมอบบ้านใหม่ให้พลทหารกองประจำการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มณฑลทหารบกที่ 23 จัดพิธีส่งมอบบ้านในโครงการ พสบ.ทภ.2 ร่วมซ่อม/สร้างบ้านทหารกองประจำการ ณ จังหวัดขอนแก่น สร้างความปลื้มปิติแก่ครอบครัว พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์กองทัพบกดูแลกำลังพลและครอบครัวอย่างยั่งยืน

(25 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น รายงานว่า ที่ บ้านเลขที่ 232 หมู่ 2 บ้านมูลตุ่น ตำบลสวนหม่อน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น พลตรี กิตติพงษ์ เนื่องชมภู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 พร้อมด้วยนางกุมารี เนื่องชมภู ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 23 เป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้กับพลทหารศิริโชค เร่งงาน สังกัด ร้อย.บก.พัน.มทบ.23 ภายใต้โครงการ “พสบ.ทภ.2 ร่วมซ่อม/สร้างบ้านให้กับทหารกองประจำการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในพิธี มีคณะ หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น นายคารม คำพิฑูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น นายคฤทธิ์ เพ็ชรสูงเนิน นายอำเภอมัญจาคีรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยานการส่งมอบบ้านในครั้งนี้

สำหรับบ้านหลังดังกล่าว กองทัพบกโดย มทบ.23 ได้จัดชุดช่างเข้าดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงใหม่ ระหว่างวันที่ 4 – 16 สิงหาคม 2568 เนื่องจากบ้านเดิมของพลทหารศิริโชคมีสภาพทรุดโทรม ไม่สามารถซ่อมแซมให้อยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย โดยพลทหารศิริโชคก่อนเข้ารับราชการทหารกองประจำการ อาศัยอยู่กับยายและน้าชายพิการเพียง 3 คน พ่อแม่หย่าร้าง ฐานะครอบครัวยากจน มีรายได้หลักจากการรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การสร้างบ้านใหม่ครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้มีความมั่นคงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากบ้านใหม่แล้ว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ยังได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว จักรยาน รวมถึงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวพลทหารศิริโชค บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความอบอุ่น ครอบครัวพลทหารศิริโชคได้แสดงความดีใจและซาบซึ้งใจที่กองทัพบกให้การดูแลเอาใจใส่ต่อสวัสดิการของกำลังพลและครอบครัว พร้อมกล่าวขอบคุณที่ช่วยยกระดับความเป็นอยู่และสร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวทหาร

พลตรี กิตติพงษ์ เนื่องชมภู กล่าวว่า การส่งมอบบ้านครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการดูแลสวัสดิการกำลังพลและครอบครัว เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตอบแทนความเสียสละของทหารกองประจำการที่เข้ามารับใช้ชาติ โดยครอบครัวถือเป็นขวัญและกำลังใจสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารหาญ

ขอนแก่น - สุดยิ่งใหญ่! Sugarex Thailand และ Agri Expo Thailand 2025: มหกรรมระดับนานาชาติพลิกโฉมอุตสาหกรรมน้ำตาลและเกษตรกรรมไทย

งาน Sugarex Thailand และ Agri Expo Thailand 2025 เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่จะช่วยผลักดันนวัตกรรมและองค์ความรู้สู่ท้องถิ่น สนับสนุนเกษตรกรไทยให้ก้าวสู่การเกษตรอัจฉริยะ เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น (KICE) นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน Sugarex Thailand 2025 ครั้งที่ 11 และ Agri Expo Thailand 2025 ครั้งที่ 6 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนายสามารถ น้อยวัน รองเลขาธิการ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม,นายประยูรภัทร ศรีศักดิ์นอก หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดขอนแก่น ,มร.เคนนี่ ยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เวิร์คส มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด ,นายธวัชชัย โคตรวงศ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ร่วมทำข่าว

นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า งาน Sugarex Thailand 2025 ครั้งที่ 11 และ Agri Expo Thailand 2025 ครั้งที่ 6 ปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ทั้งจากผู้ประกอบการ ชาวไร่อ้อย และผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนถึงศักยภาพและความสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำตาลและเกษตรกรรมไทยในเวทีโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาเซียน

งานนี้มีบริษัทชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 450 แบรนด์ จาก 16 ประเทศ พร้อมใจกันเข้าร่วม นำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และเครื่องจักรกลการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเพาะปลูกอ้อย การจัดการไร่ การแปรรูปน้ำตาล และการผลิตเอทานอลและพลังงานชีวภาพ มร.เคนนี่ ยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เวิร์คส มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Sugarex Thailand และ Agri Expo Thailand 2025 ไม่เพียงเป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายธุรกิจ ปีนี้เรามีผู้เข้าร่วมงานคาดว่าเกินกว่า 5,000 คน และพื้นที่จัดแสดงกว่า 6,000 ตารางเมตร เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อนาคตของอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง”

ด้าน นายสามารถ น้อยวัน รองเลขาธิการ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเสริมว่า “สำนักงานฯ ยังคงเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย โดยส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจร การเพิ่มประสิทธิภาพต่อไร่ และคุณภาพผลผลิตน้ำตาล เพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน”

ส่วน นายประยูรภัทร ศรีศักดิ์นอก หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “งาน Sugarex Thailand และ Agri Expo Thailand 2025 เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่จะช่วยผลักดันนวัตกรรมและองค์ความรู้สู่ท้องถิ่น สนับสนุนเกษตรกรไทยให้ก้าวสู่การเกษตรอัจฉริยะ เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว”

กิจกรรมไฮไลต์ในงานนิทรรศการครบวงจร แสดงเทคโนโลยีล่าสุดด้านอ้อย น้ำตาล เอทานอล และพลังงานชีวภาพ จากผู้แสดงสินค้ากว่า 450 แบรนด์ทั่วโลก การแสดงเครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์ทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่การปลูกอ้อย การเก็บเกี่ยว การขนส่ง ไปจนถึงกระบวนการผลิตน้ำตาล การสัมมนาเชิงวิชาการ โดยผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ การประชุมนานาชาติ Thailand Sugar Conference 2025 ภายใต้หัวข้อ “Sweet Sustainability: Navigating the Future of Sugar and Bioethanol Production” กิจกรรม Networking สร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ในวันที่ 11 – 12 กันยายน 2568 เวลา 10.00 – 17.00 น. ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น (KICE) จังหวัดขอนแก่น 

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.thaisugarexpo.com

ขอนแก่น - ท่านทูตอังกฤษ จัดโรดโชว์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฉลองครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย 

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม 2568 เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย กิจกรรมโรดโชว์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วประเทศเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นครั้งที่ 3 ของกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในหลากหลายภาคส่วน เช่น ธุรกิจ การค้า การศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ภายใต้ธีม “Our Shared Fun and Travel” หรือ “ความสนุกสนานและการท่องเที่ยวร่วมกัน” เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย มาร์ค กูดดิ้ง และเจ้าหน้าที่สถานทูต ได้เดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ นครราชสีมา และขอนแก่น เพื่อพบปะกับผู้ว่าราชการจังหวัด ชุมชนท้องถิ่น และภาคธุรกิจ 

เอกอัครราชทูตมาร์ค กูดดิ้ง ให้ความเห็นว่า: “โรดโชว์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือครั้งนี้เป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของสหราชอาณาจักรและไทยอย่างแท้จริง ผ่านกีฬา วัฒนธรรม และการศึกษา กีฬามวยไทยซึ่งเป็นที่นิยมในสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ การศึกษายังเป็นตัวเชื่อมที่สำคัญระหว่างสองประเทศของเรา โดยในแต่ละปีมีนักเรียนไทยมากกว่า 6,000 คนไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร” กิจกรรมสำคัญของโรดโชว์ครั้งนี้คือ งานบริติชแฟร์ 2025 ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักจากกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี โดยจัดขึ้นที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ บุรีรัมย์ ในวันที่ 29 กันยายน และที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ขอนแก่น ในวันที่ 1 ตุลาคม โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากชุมชนท้องถิ่นหลายร้อยคน ทั้งสองงานมีดนตรีสด กิจกรรม และการนำเสนอวิดีโอเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมืออันยาวนานระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย 

ตลอดระยะเวลา 2 วันของกิจกรรม ทีมงานสถานทูตได้พบปะกับนักศึกษามหาวิทยาลัยไทยมากกว่า 100 คน และครูสอนภาษาอังกฤษ 50 คน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เขตพื้นที่บริการการศึกษานครราชสีมา และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมของเยาวชนระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย 

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี กล่าวว่า: “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ ฯพณฯ มาร์ค กูดดิ้ง OBE เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย สู่ร้านบิ๊กซีของเราในจังหวัดบุรีรัมย์และขอนแก่น ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ภูมิใจที่ได้สนับสนุนงาน บริติชแฟร์ 2025 ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และมีบทบาทสำคัญในการนำสินค้าจากอังกฤษมาใกล้ชิดกับผู้บริโภคชาวไทย โรดโชว์พิเศษนี้ไม่เพียงเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางการค้าที่ยาวนานระหว่างสองประเทศของเราเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของชุมชน และความยั่งยืนอีกด้วย” 

Cr.ฝ่ายสื่อสาร สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ กรุงเทพฯ
อีเมล: commsthailand @gmail.com

ยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น พร้อมขับเคลื่อนขอนแก่นสู่สมาร์ตซิตี้ศูนย์กลางอีสาน

ในคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตใหญ่ปลายปี 2568 กระทรวงมหาดไทย หนึ่งในรายชื่อที่ถูกจับตามองคือ “นายยุทธนา โพธิวิหค” ปลัดจังหวัดสระบุรี กรมการปกครอง ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป การย้ายจากจังหวัดในภาคกลางอย่างสระบุรี มาสู่จังหวัดศูนย์กลางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างขอนแก่น จึงถูกมองว่าเป็นการส่ง “นักบริหารจังหวัดสายปกครอง” เข้ามาช่วยขับเคลื่อนเมืองที่กำลังเร่งตัวเองสู่สมาร์ตซิตี้และศูนย์กลางภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ

นายยุทธนาเติบโตมาจาก “สายปกครองท้องที่” ของกระทรวงมหาดไทย เขาเคยดำรงตำแหน่งนายอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ทำงานใกล้ชิดกับชุมชนริมคลองและพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต ก่อนจะขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองนครปฐม ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการคมนาคมของจังหวัดนครปฐม และต่อมารับตำแหน่งปลัดจังหวัดสระบุรี ทำหน้าที่บูรณาการนโยบายระดับจังหวัดในมิติต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เป็นบันไดสำคัญก่อนก้าวสู่บทบาทรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นในวันนี้

หากมองผลงานที่ปรากฏในสื่อสาธารณะ จะเห็น “ลายเซ็นการทำงาน” ของนายยุทธนาค่อนข้างชัดเจน ในช่วงดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองนครปฐม เขาเป็นผู้ลงนามคำสั่งพักหน้าที่ “กำนันนก” หรือกำนันตำบลตาก้องในคดีอุกฉกรรจ์ที่เป็นข่าวสะเทือนขวัญ โดยให้เหตุผลว่า หากปล่อยให้ดำรงตำแหน่งต่อไปอาจกระทบต่อพยานหลักฐานและความเชื่อมั่นของสังคม แสดงให้เห็นถึงการใช้กลไกทางปกครองอย่างเด็ดขาดเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและรักษาความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ

ขณะเดียวกันในมิติการพัฒนาคุณภาพชีวิต เขาเคยทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) เมืองนครปฐม ที่เน้นบูรณาการหน่วยงานด้านสาธารณสุข ท้องถิ่น และภาคประชาชนเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการทำงานเชิงพื้นที่ยุคใหม่

เมื่อย้ายมารับตำแหน่งปลัดจังหวัดสระบุรี นายยุทธนามีบทบาททั้งในมิติ “พลเมือง” และ “เศรษฐกิจฐานราก” เขาเคยเป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้ “นักเรียนพลเมืองจังหวัดสระบุรี” และเยาวชน-ประชาชนในโครงการอบรมต้นแบบความเป็นพลเมือง ซึ่งมุ่งสร้างคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจสิทธิ หน้าที่ และบทบาทของตนเองในสังคมประชาธิปไตย

ภาคีพัฒนาชุมชนสระบุรียังสะท้อนภาพของเขาในฐานะปลัดจังหวัดที่ทำงานเคียงข้างหน่วยงานพัฒนาชุมชน สนับสนุนแนวคิด “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ผ่านการขับเคลื่อนงาน OTOP กองทุนสตรี และโครงการยกระดับรายได้ประชาชนในพื้นที่

อีกด้านหนึ่ง เขายังเคยกล่าวถึงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าในเวทีสัมมนาสื่อมวลชนสระบุรี ว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่หนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจภาคกลาง สะท้อนมุมมองการพัฒนาที่เชื่อมโยง “โครงสร้างพื้นฐาน-เศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิต” เข้าด้วยกัน

เมื่อก้าวสู่บทบาทรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เมืองที่มีวิสัยทัศน์ “มหานครน่าอยู่ มุ่งสู่เมืองนวัตกรรม ศูนย์กลางเชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” และถูกวางตัวเป็น “ขอนแก่นสมาร์ตซิตี้” ตามแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะและแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2566-2570 บทบาทของนายยุทธนาจึงไม่ใช่เพียงดูแลงานปกครองทั่วไป แต่คือการเป็น “ผู้จัดการเมือง” ที่ต้องประสานยุทธศาสตร์ใหญ่ ทั้งการพัฒนา LRT ระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะ การพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรม การเป็นศูนย์กลาง MICE และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ

ด้วยประสบการณ์จากพื้นที่แม่กลอง นครปฐม และสระบุรี ที่ผสมทั้งเมืองท่องเที่ยว เมืองเกษตร และเมืองอุตสาหกรรม เขาจึงมีต้นทุนสำคัญในฐานะข้าราชการสายบริหารจังหวัด ที่เข้าใจทั้งการจัดระเบียบ ความปลอดภัย การมีส่วนร่วมของประชาชน และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันขอนแก่นให้เดินหน้าเป็นสมาร์ตซิตี้และศูนย์กลางภูมิภาคอย่างสมดุลระหว่าง “ความเติบโต” และ “คุณภาพชีวิต” ของคนทั้งเมือง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top