Friday, 5 June 2026
การรถไฟแห่งประเทศไทย

การรถไฟฯ เดินหน้าทวงคืนที่ดิน ‘เขากระโดง’ ยันทวงคืนตามสิทธิ์ไม่ใช่การก้าวล่วงประชาชน

(23 ธ.ค.67) การรถไฟฯ ยืนยันถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน 'เขากระโดง' ย้ำมีเอกสาร – ข้อมูล และคำตัดสินของศาลเป็นที่สิ้นสุด ระบุพร้อมเดินหน้าดำเนินการทุกอย่าง เพื่อให้ที่ดินกลับมาเป็นของ รฟท. นำมาสู่การรักษาสมบัติของแผ่นดิน ไม่ใช่เป็นการก้าวล่วงสิทธิของประชาชน

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แถลงการณ์เกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง จากกรณีที่มีผู้มาพาดพิง ตามที่มีการรายงานข่าวของสื่อมวลชนว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ซึ่งกำกับดูแลกรมที่ดิน ได้นำอธิบดีกรมที่ดิน รองอธิบดีกรมที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สส.จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ พบกับราษฎรที่ครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดง เพื่อยืนยันสิทธิ์การครอบครองที่ดินของราษฎร และกล่าวพาดพิงถึง รฟท. ในทำนองว่า รฟท. จะไปก้าวล่วงสิทธิของประชาชนนั้น

ทั้งนี้ รฟท. เห็นว่า การดำเนินการข้างต้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดของประชาชนต่อการดำเนินการของ รฟท. เกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ดังนั้นจึงขอชี้แจงว่า รฟท. เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ดินของ รฟท. จึงเป็นที่ดินของรัฐและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่ง รฟท. มีวัตถุประสงค์เพื่อรับโอนกิจการของกรมรถไฟ ดังนั้นบรรดาที่ดินและทรัพย์สินที่เคยเป็นของกรมรถไฟจึงโอนมาเป็นของ รฟท.

อย่างไรก็ดี รฟท. มีหน้าที่ต้องดูแลที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ และติดตามเอาที่ดินของ รฟท. ที่มีการยึดถือครอบครองและออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบให้กลับคืนมาเป็นของ รฟท. อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการของ รฟท. เพื่อทวงคืนที่ดินบริเวณเขากระโดง จึงเป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการก้าวล่วงสิทธิของประชาชนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ที่ดินบริเวณเขากระโดงได้รับการพิสูจน์และยืนยันผ่านกระบวนการทางศาล และความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนเป็นที่ยุติแล้วว่าที่ดินประมาณ 5,000 ไร่เศษ บริเวณ ตำบลอิสาณ และ ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิของ รฟท.

พร้อมกันนี้ศาลปกครองได้วินิจฉัยโดยอ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองเรื่องข้างต้นแล้วสรุปว่าที่ดินบริเวณพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. นอกจากนี้ คำพิพากษาของศาลปกครองกลางยังระบุด้วยว่า กรมที่ดินมีหน้าที่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการรถไฟฯ ไม่จำต้องไปฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาทุกแปลง

ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของกรมที่ดินที่จะต้องดำเนินการเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับที่ดินของ รฟท. ซึ่งเป็นการออกโดยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้ง ไม่ได้เป็นการก้าวล่วงสิทธิของประชาชนตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า เหตุใด รฟท. จึงไม่ยื่นเอกสารแผนที่แสดงแนวเขตที่ดินชุดเดียวกับที่ยื่นต่อศาลฎีกา ซึ่งแสดงถึงเขตที่ดินของการรถไฟฯ ที่ครบถ้วน และที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟฯ เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนของกรมที่ดินพิจารณานั้น ขอชี้แจงว่า รฟท. ยื่นเอกสารซึ่งแสดงถึงการได้มาของที่ดินรถไฟ รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้กับคณะกรรมการสอบสวนทั้งหมด และเป็นเอกสารชุดเดียวกันกับที่ยื่นต่อศาลยุติธรรมด้วย

ทั้งนี้ปัญหาการออกเอกสารทับซ้อนที่ดินของ รฟท. นั้น หน่วยงานที่เป็นผู้ออกเอกสารสิทธิในที่ดิน คือ กรมที่ดินและสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีการออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินที่จะต้องแก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยการดำเนินการตามขั้นตอนในการเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินทั้งหมด

พร้อมขอยืนยันว่า สิทธิในความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินของ รฟท. บริเวณแยกเขากระโดง อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยจะดำเนินการทุกอย่างภายในกรอบของกฎหมาย เพื่อให้ที่ดินดังกล่าวกลับคืนมาเป็นที่ดินของ รฟท. เพื่อสงวนไว้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอันเป็นไปเพื่อประโยชน์โดยรวมของประชาชนทุกคนต่อไป

โดยการแก้ปัญหาที่ดินเขากระโดงไม่ใช่เรื่องยาก หากกรมที่ดินซึ่งเป็นผู้ออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินได้ร่วมมือกับ รฟท. ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลปกครองกลาง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมีฝ่ายใดนำเอาปัญหาที่ดินเขากระโดงไปเชื่อมโยงเพื่อเป็นประเด็นการเมือง เพียงหวังเรื่องคะแนนนิยมทางการเมือง เพราะจะทำให้การแก้ปัญหามีความยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก

'สุริยะ' ยันมีหลักฐาน เขากระโดง 5 พันไร่เป็นที่รถไฟ ลั่น ปัญหาทุกอย่างจบได้ถ้าทุกฝ่ายยึดกฎหมาย

‘สุริยะ’ ลั่น เขากระโดงจบได้ถ้าทุกฝ่ายยึดกฎหมาย เข้าใจ ‘ทรงศักดิ์’ ห่วงคนในพื้นที่ บอกห่วงประชาชนเหมือนกัน ชี้ หากรฟท. ได้ที่กลับจะแก้ปัญหาถาวรให้เช่าถูก ยันมีหลักฐาน 5 พันไร่เป็นที่รถไฟ

(24 ธ.ค. 67) เมื่อเวลา 09.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ หลังจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ และมีการพูดถึงว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก้าวล่วงสิทธิ์ประชาชนในพื้นที่ ว่า เรื่องนี้อยากจะทำความชัดเจน ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลฎีกา ตัดสินว่าที่บริเวณเขากระโดงนั้นเป็นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนตัวเข้าใจนายทรงศักดิ์ที่ห่วงใยประชาชนซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อมีคำพิพากษาทางการรถไฟฯจะต้องทำตาม ถ้าไม่ทำตามเจ้าหน้าที่รถไฟอาจจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ 

ส่วนหลังจากนำที่กลับมาให้การรถไฟฯแล้ว จะดำเนินการต่อไปอย่างไรนั้น นายสุริยะ กล่าวว่า เราสามารถเยียวยาประชาชนในพื้นที่ได้ โดยอาจจะคิดค่าเช่าในราคาที่ค่อนข้างถูก ซึ่งก็จะมีการแก้ปัญหาที่ถาวรต่อไป ส่วนข้อห่วงใยที่เป็นที่ตั้งของหน่วยราชการต่างๆ 12 แห่ง เช่น ศาลากลางจังหวัด อบจ.จังหวัดนั้น เรื่องเหล่านี้ เราสามารถตรวจสอบก่อน ถ้าเป็นที่ของการรถไฟฯก็สามารถตกลงให้เช่าได้ เช่น กรณีที่ดินรัชดาที่มีศาลอาญาและกรมอัยการก็มาขอเช่า ทางการรถไฟฯก็ให้เช่า ซึ่งเป็นเรื่องที่เราก็ห่วงใยประชาชนเหมือนนายทรงศักดิ์

เมื่อถามว่า 2 กระทรวงต้องมาคุยกันหรือไม่เพราะพูดกันคนละภาษา นายสุริยะกล่าวว่า ตนได้ชี้แจงไปแล้วว่าที่ทั้งหมดเป็นของการรถไฟฯ ส่วนที่นายทรงศักดิ์ห่วงใยประชาชนตนบอกว่าต้องทำตามกระบวนการ

เมื่อถามว่า ในพื้นที่บอกว่าการรถไฟฯไม่มีหลักฐานยืนยัน 5,000 ไร่ถ้ามีให้ไปฟ้องรายแปลง นายสุริยะ กล่าวว่า ทางศาลฎีกาสูงสุดตัดสินเรียบร้อยแล้ว ว่าที่ 5,000 กว่าไร่เป็นที่ของการรถไฟฯ โดยทางกรมที่ดินก็พยายามที่จะพูดถึงเรื่องของกฤษฎีกา การรถไฟฯชี้แจงชัดเจนว่าตั้งแต่กรมรถไฟ 2462 มีการชี้แจงในพื้นที่ตั้งแต่อุบลราชธานีจนถึงนครราชสีมาซึ่งมีส่วนของ เขากระโดงว่าเป็นที่ของการรถไฟฯ

เมื่อถามว่า สามารถ ยืนยันได้ว่าศาลฎีกาวินิจฉัย 5,000 ไร่ใช่หรือไม่เพราะ เพราะชาวบ้านยืนยันว่า ผูกพันเฉพาะกรณี 35 ราย นายสุริยะ กล่าวว่า ตนไม่ได้เชี่ยวชาญกฎหมายจึงได้ปรึกษากับที่ปรึกษากฎหมายและยืนยันชัดเจนว่า สามารถบังคับได้ ยืนยันว่ามีเอกสารสิทธิ์ตรงนี้ 

ส่วนเรื่องนี้จะจบหรือไม่เพราะเป็นมหากาพย์ยาวนาน นายสุริยะ กล่าวว่า ถ้าทุกฝ่ายทำตามกฎหมายมันจบได้

รฟท. ผุดแผนรถไฟสายใหม่ 68 กม. สู่สนามบินกระบี่ เชื่อมอันดามัน–ภูเก็ต–กระบี่ กระตุ้นท่องเที่ยวไทย

(22 พ.ค. 68) การรถไฟแห่งประเทศไทยเตรียมบรรจุเส้นทางรถไฟสายใหม่ 'ทับปุด-กระบี่-สนามบินกระบี่' เข้าสู่แผนการก่อสร้าง โดยอยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบ เบื้องต้นมีระยะทางกว่า 68 กิโลเมตร มุ่งเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวฝั่งอันดามันและสนามบินกระบี่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและเป็นอีกทางเลือกทดแทนสนามบินภูเก็ต

เส้นทางเริ่มต้นจากสถานีทับปุด ในโครงการรถไฟสายสุราษฎร์ธานี-พังงา-ภูเก็ต แล้วแยกลงใต้เลียบทางหลวง 4 ผ่านอ่าวลึก คลองหิน เขาคราม เข้าสู่ตัวเมืองกระบี่ และจบที่สนามบินกระบี่ มีสถานีหลัก 5 แห่ง โดยออกแบบอาคารสถานีให้สอดคล้องกับศิลปะท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่

รูปแบบการเดินรถจะมีทั้งขบวนรถไฟด่วน เช่น รถไฟท่องเที่ยวเชื่อมภูเก็ต-กระบี่ และรถไฟโดยสารจากกรุงเทพฯ-กระบี่ รวมถึงขบวนท้องถิ่นจากสุราษฎร์ธานี-ทับปุด-กระบี่ หากโครงการนี้เดินหน้า จะช่วยกระจายผู้โดยสารจากสนามบินภูเก็ตสู่สนามบินกระบี่ และสร้างระบบ Airport Link ฝั่งอันดามันทันที

โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจ การเดินทาง และการท่องเที่ยวของภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

รฟท. จับมือมาเลเซีย เตรียมเปิดรถไฟสายกรุงเทพ–บัตเตอร์เวอร์ธ ท่องเที่ยวอาเซียน!! นั่งยาวถึงปีนัง โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน

(16 ส.ค. 68) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกับการรถไฟมาเลเซีย (KTMB) จัดประชุมร่วม SRT–KTMB Joint Conference เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างสองประเทศ ครอบคลุมการเดินรถข้ามแดน การพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ การบูรณาการระบบตั๋วโดยสาร และการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟ

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรฟท. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิด 'Railnaissance' หรือการฟื้นคืนพลังระบบราง เป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานความร่วมมือระหว่างไทย–มาเลเซีย ตอกย้ำบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของระบบรางในอาเซียน และมุ่งสู่การเดินทางและขนส่งไร้รอยต่อ

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟ กรุงเทพ–บัตเตอร์เวอร์ธ หลังจากที่ต้องยกเลิกตั๋วตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายเตรียมความพร้อม คาดว่าจะเปิดให้บริการเที่ยวแรกภายในปีนี้ เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางและส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่เดินทางไปรัฐปีนังสามารถซื้อตั๋วจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยขบวนรถไฟที่ 45 ไปยังปาดังเบซาร์ ก่อนลงเพื่อทำพิธีตรวจหนังสือเดินทาง จากนั้นต่อรถ KTM Komuter ไปยังบัตเตอร์เวิร์ธ และต่อเรือเฟอร์รี่ไปเมืองจอร์จทาวน์ การฟื้นเส้นทางนี้ช่วยให้ผู้โดยสารเดินทางต่อเนื่องไม่ต้องเปลี่ยนขบวน เพิ่มความสะดวกเหมือนเส้นทางกรุงเทพ–เวียงจันทน์

การรถไฟฯ แถลงผลตรวจสอบ ผลอุบัติเหตุระหว่างงานก่อสร้าง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั่วประเทศ ตรวจเข้มโครงการรถไฟความเร็วสูง พร้อมตั้งมาตรการเข้มข้นทันที

การรถไฟฯ แถลงผลตรวจสอบเหตุเครนก่อสร้างช่วงสีคิ้ว พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยงานใกล้ทางรถไฟทั่วประเทศ

วันนี้ (26 พฤษภาคม 2569) นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมด้วยนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ภายหลังเกิดเหตุอุปกรณ์เครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี บริเวณระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 09.15 น.

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบด้านภายในระยะเวลา 45 วัน โดยมีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและวัตถุพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทดสอบวัสดุทั้งแบบทำลายและไม่ทำลาย การตรวจสอบชิ้นส่วนเหล็กด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ตลอดจนจัดทำแบบจำลองทางวิศวกรรมเพื่อวิเคราะห์กลไกการพังทลาย พร้อมสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้รับจ้าง ที่ปรึกษาควบคุมงาน เจ้าของโครงการ และพนักงานสถานีรถไฟในพื้นที่

ผลการตรวจสอบพบว่า อุบัติเหตุเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งในส่วนของขั้นตอนการปฏิบัติงาน การควบคุมด้านความปลอดภัย และการกำกับดูแลในพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะกระบวนการปฏิบัติงานของอุปกรณ์ Launching Gantry ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับยกติดตั้งชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดใหญ่ ที่ในวันเกิดเหตุมีการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามขั้นตอนด้านวิศวกรรมและข้อกำหนดความปลอดภัย ส่งผลให้เกิดการรับน้ำหนักเกินในจุดรองรับด้านหน้า จนทำให้ชิ้นส่วนรับแรงเกิดความเสียหายและโครงสร้างพังทลายลงสู่พื้นที่ทางรถไฟในขณะที่ขบวนรถวิ่งผ่าน

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมงานและการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง อาทิ การไม่ขออนุญาตปิดการเดินรถ (Window Time) การปฏิบัติงานก่อนการอนุมัติ และการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ไม่เป็นไปตามรอบระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงการติดตามควบคุมงานในพื้นที่ที่ยังไม่ต่อเนื่องตามแนวทางที่กำหนดไว้

คณะกรรมการฯ ยังมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มประสิทธิภาพระบบกำกับดูแลโครงการก่อสร้างในพื้นที่เดินรถ โดยเฉพาะการจัดสรรบุคลากรด้านวิศวกรรมให้เหมาะสมกับภารกิจ การเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามควบคุมงาน และการยกระดับกลไกตรวจสอบด้านความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้การดำเนินโครงการขนาดใหญ่เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุด

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนของ รฟท. ได้รายงานผลการสอบสวนต่อกระทรวงคมนาคมเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนกฎหมายและเงื่อนไขสัญญา โดยการดำเนินงานก่อสร้างในโครงการยังคงเป็นไปตามกระบวนการสัญญา ภายใต้มาตรการกำกับและควบคุมความปลอดภัยที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ รฟท. จะเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานใกล้พื้นที่เดินรถในทุกโครงการทั่วประเทศ โดยกำหนดให้การปฏิบัติงานในระยะใกล้เขตทางรถไฟต้องได้รับอนุญาตปิดการเดินรถ (Window Time) จาก รฟท. เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ก่อนดำเนินงานบนโครงสร้างส่วนบนทุกประเภท

นอกจากนี้ จะมีการยกเลิกระบบอนุมัติงานล่วงหน้าและย้อนหลัง โดยกำหนดให้ที่ปรึกษาควบคุมงาน (CSC) อนุมัติงานแบบรายวัน พร้อมมีหลักฐานภาพถ่ายหน้างานประกอบทุกครั้งก่อนลงนาม รวมทั้งต้องมีวิศวกรและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำพื้นที่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน หากตรวจพบว่าการดำเนินงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย จะสั่งระงับงานทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น

ขณะเดียวกัน รฟท. จะดำเนินการตรวจสอบเครน Launching Gantry ทุกชุดที่ใช้งานอยู่ในโครงการโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Third Party) ครอบคลุมทั้งระบบโครงสร้าง ระบบยก และระบบไฮดรอลิก พร้อมกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบและการเปลี่ยนอุปกรณ์สำคัญให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรมและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงกำหนดรอบการเปลี่ยนเหล็กยึด PT Bar ไม่เกิน 60 รอบการใช้งาน และห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำโดยเด็ดขาด

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมติดตั้งระบบเฝ้าระวังแบบ Real-time อาทิ ระบบตรวจวัดความเอียง ระบบตรวจวัดแรงดึง และกล้อง CCTV บนเครื่องจักรทุกชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามความปลอดภัยและสามารถสั่งหยุดการทำงานได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ

รวมถึงจะมีการทบทวนหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับจ้างสำหรับโครงการที่มีความเสี่ยงสูง โดยให้น้ำหนักด้านประสบการณ์เฉพาะทางและมาตรฐานความปลอดภัยควบคู่กับการพิจารณาด้านราคา พร้อมเพิ่มความเข้มงวดของบทลงโทษในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

นายอนันต์ฯ กล่าวว่า รฟท. อยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพย์สิน และการเดินรถ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาและกระบวนการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน โดยยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ รฟท. จะนำผลการตรวจสอบครั้งนี้ไปปรับปรุงมาตรฐานการกำกับดูแลและการทำงานในพื้นที่เดินรถอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการดำเนินโครงการก่อสร้างทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเสริมความเข้มงวดในการควบคุมงานและการปฏิบัติงานใกล้เขตทางรถไฟให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผู้ปฏิบัติงาน และความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ

ที่มา : https://www.facebook.com/100064440019733/posts/1465886488902671/?rdid=V1apPEPWU957MiMN#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top