Saturday, 13 June 2026
กองทัพบก

ลำปาง-ผบ.มทบ.32 ต้อนรับผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ มอบถุงยังชีพช่วยชาวลำปาง

(8 ต.ค. 68) เวลา 14.30 น. ณ ห้องรับรอง อาคารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  พลตรี กวิน  ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ให้การต้อนรับ คุณสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ, คุณสุทธิพงศ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 และคุณเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมคณะผู้บริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.แม่เมาะ) โอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมคำนับเพื่อแสดงความยินดีกับ พลตรี กวิน ยาวิชัย ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นมา 

ในคราวเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  นำคณะผู้บังคับบัญชา รับมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ชุด, น้ำดื่มจำนวน 200 แพ็ค (2,400 ขวด) เพื่อส่งต่อความห่วงใยแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ที่ประสบภัยพิบัติและผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนต่างๆ โดยผ่านภารกิจของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32 และหน่วยทหารในพื้นที่ อันเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใย และความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดทั้งยังจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย สร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิต และขอให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วน และหน่วยงานทหาร พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกโอกาส

ทบ.แจงกรณีข่าวบิดเบือนจากสื่อกัมพูชา อ้างคําพูด ‘สว.อังคณา’ ผิดจากข้อเท็จจริง

เมื่อวานนี้ (16 ต.ค. 68) จากกรณีที่สื่อกัมพูชานําเสนอข่าวโดยระบุว่า นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาไทย “ออกมายอมรับกับสื่อว่าไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิด MK-84 โจมตีกัมพูชาก่อน” ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่า เป็นการนําคําพูดของนางอังคณาฯ ที่กล่าวว่า “การใช้ F-16 ของไทยโจมตีกัมพูชาก็ทําให้กัมพูชาได้รับความสูญเสียไม่น้อย” มาบิดเบือนและสร้างเนื้อหาข่าวให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม 

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีนี้ว่า การใช้อากาศยาน F-16 เข้าสนับสนุนปฏิบัติการในครั้งนั้น เพื่อเป็นการทําลายขีดความสามารถในการโจมตีจากฝั่งทหารกัมพูชา ในลักษณะที่สามารถควบคุมและจํากัดวงความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการทําลายเฉพาะเป้าหมายทางทหารที่ส่งผลคุกคามต่อกําลังทหารฝ่ายเราและประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งถูกฝ่ายกัมพูชาโจมตีทําร้ายอย่างไร้มนุษยธรรม นับเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ การปฏิบัติการดังกล่าวมีความเป็นเหตุเป็นผลและอยู่ในกรอบของหลักสากล 

การที่ฝ่ายกัมพูชาออกมาเผยแพร่ข่าวสารบิดเบือน โดยหยิบเนื้อหาบางส่วนไปขยายความในมุมที่ตนเองได้ประโยชน์ เพื่อหวังทําลายภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานานาชาติ ถือเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาโดยตลอด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ การที่คนไทยด้วยกันออกมาสื่อสารในลักษณะที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน จากความไม่เข้าใจข้อเท็จจริงของสถานการณ์ หรือด้วยเจตนาส่วนบุคคล จนถูกฝ่ายกัมพูชาหยิบนําไปกล่าวอ้างเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติการข่าวสาร เพราะในยุคปัจจุบัน การต่อสู้อาจมิได้จํากัดอยู่เพียงในมิติของสนามรบเท่านั้น หากยังมีมิติของการสื่อสาร ที่มีบทบาทสําคัญไม่แพ้กันในการต่อสู้ยุคปัจจุบัน 

ทั้งนี้ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนสามารถใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลข่าวสารได้ โฆษกกองทัพบกยังได้กล่าวย้ำาว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน “ความสามัคคีของคนไทยทุกภาคส่วน” เป็นปัจจัยสําคัญยิ่งที่จะนําพาประเทศให้ผ่านพ้นความท้าทายต่าง ๆ ไปได้ ที่ผ่านมาเรามีบทเรียนชัดเจนแล้วว่า เมื่อใดที่คนไทยขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ย่อมเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาแทรกแซงและแสวงหาประโยชน์จากความแตกแยกที่เกิดขึ้น

หนองคาย “นบ.ยส.24” สกัดยาเสพติดล๊อตใหญ่ ขบวนการค้ายา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 1,760,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 68 เวลา 0300 กองทัพบก โดย พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 อำนวยการให้ กกล.สุรศักดิ์มนตรี/สกัดกั้น ฯ ตอนบน/ บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) นรข.เขตหนองคาย โดย หน่วยเรือโพนพิสัย (หน่วยงานหลัก) ขณะปฏิบัติหน้าที่ซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังโรงเรียนบ้านพวก บ.พวก ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยและรถยนต์ จำนวน 2 คัน กำลังลำเลียงสิ่งของขึ้นจากริมฝั่งแม่น้ำโขง จนท.จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเมื่อเห็นว่าเป็น เจ้าหน้าที่ จึงได้ทิ้งสิ่งของและขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เข้าตรวจพื้นที่พบกระเป๋าต้องสงสัยและกระสอบรวม 6 ห่อ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 1,760,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสาน สภ.บ้านเดื่อ และสภ.โพนพิสัย ให้ไล่ติดตามจับกุมรถยนต์ต้องสงสัยที่หลบหนีไป จนสามารถสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 3 ของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน ประมาณ 1,760,000 เม็ด พร้อมรถยนต์ จำนวน 2 คัน ได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาไว้ที่ หน่วยเรือโพนพิสัย เพื่อสอบสวนขยายผลและตรวจนับของกลางโดยละเอียด และจะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเดื่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

โดยวันที่ 8 พ.ย. 68 เวลา 1000 ที่ฐานปฏิบัติการ นร.โพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย  พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 มอบหมายให้ พล.ร.ต. ณรงค์  เอมดี ผบ.นรข.และ นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รอง ผวจ.น.ค. เป็นประธานร่วมในการแถลงข่าวพร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และในโอกาสเดียวกัน เสธ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้มอบงบประมาณบำรุงขวัญให้กับ นร.โพนพิสัย ในนาม กกล.สุรศักดิ์มนตรี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ในการปฏิบัติงานต่อไป

ทบ. แจงสื่อมาเลเซียลงข่าวพลาด ปมระบุทุ่นระเบิดล่าสุดเป็นของเก่า แต่รายงาน AOT ทั้งในไทย – กัมพูชา ยืนยัน “ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบเป็นระเบิดใหม่”

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย ระบุว่า ทุ่นระเบิดที่ตรวจพบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นทุ่นระเบิดเก่า ล่าสุดพลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เป็นการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดของสำนักข่าว Bernama จนทำให้สื่อไทยและสื่อกัมพูชา นำมาเสนอข่าวจนเกิด ความผิดพลาด ซึ่งปัจจุบันได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว 

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบจากเอกสารรายงานของ AOT ก็พบว่า มีการระบุว่าเป็น ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเหตุการณ์ผิดพลาดดังกล่าวเป็นเรื่องของการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน

“กองทัพไทยชี้ปฏิบัติการทางอากาศ มุ่งเป้าเฉพาะกำลังทหารกัมพูชา”

กองทัพบก​ แถลง​ สรุป​ ทหารเสียชีวิตเพิ่ม​รวม​ 2 นาย เจ็บ​ 8 นาย​ เฝ้าระวังสนาม​บิน​ ใช้ F-16 เร่งทำลายฐานยิงอาวุธไกล​ -​ ตึกกาสิโน​ กัมพูชา ลดความเสี่ยง​ ยังไม่ชัดมีBM 21 กี่พื้นที่​ เผย​ ผบ.ทบ.กำชับ​ ความปลอดภัยประชาชน​ -​ กำลังพล​
 
8 ธ.ค.2568-ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์​ชายแดน​ไทย-​ กัมพูชาว่า​ การใช้อาวุธตอบโต้ยังคงเป็นไปตามแผนการเผชิญเหตุเฉพาะพื้นที่ตามกฎการใช้กำลัง และมุ่งโจมตีพื้นที่เป้าหมาย​ ที่มีเจตนาคุกคามหรือกระทำต่อฝ่ายไทย​ นอกจากนี้ยังพบว่ากัมพูชามีการเตรียมความพร้อมของกำลังพลยุทโธปกรณ์และอาวุธยิงสนับสนุนเพิ่มเติม รวมไปถึงมีแนวโน้มว่ากัมพูชามีการระบุพิกัดการใช้อาวุธระยะไกลในเขตพื้นที่ตอนใน​ ครอบคลุมพื้นที่ใกล้สนามบินบุรีรัมย์ และบริเวณพื้นที่ใกล้โรงพยาบาล​ ในอำเภอปราสาทซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนถึง 30 กิโลเมตร

สำหรับบรรยากาศและท่าทีของกัมพูชาก่อนหน้านี้​ มักจะละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และแอบใช้ทุ่นระเบิด ในพื้นที่ปฏิบัติงานของฝ่ายไทย รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางของฝ่ายไทย ทั้งนี้เป็นเครื่องบ่งชี้วัดทางกัมพูชาอาจจะต้องการให้กำลังพลทหารฝ่ายไทย ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดเหล่านั้น
 
ขณะที่การปฏิบัติที่สำคัญในห้วงเย็นวานนี้ ทางกองทัพภาคที่ 2 คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน มีการเร่งอพยพซึ่งการดำเนินการเป็นการปฏิบัติในพื้นที่ส่วนหลัง ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้มีการประสานกับฝ่ายปกครองและฝ่ายท้องถิ่นรวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะดำเนินการอพยพซึ่งปัจจุบันมีความสมบูรณ์แล้ว

ขณะที่เหตุการณ์ในช่วงกลางดึกวานนี้จนกระทั่ง​วันนี้ มีการยิงและเกิดการปะทะในหลายพื้นที่​ จนกระทั่งรุ่งเช้า​ และเริ่มมีการปะทะหนักขึ้นตั้งแต่เวลา 05.00 น. โดยทางฝ่ายกัมพูชามีการใช้ปืนเล็ก ปืนใหญ่​ อาวุธยิงสนับสนุนต่างๆเข้ามา​จนเป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต​ในพื้นที่ช่องบก​ อ.น้ำยืน​ จ.อุบล​ราชธานี​ และยังพบหลักฐานว่าทางฝ่ายกัมพูชา ได้เปิดพื้นที่การปะทะเพิ่มเช่น ช่องอานม้า​ ปราสาทคนา​ ​​ ปราสาทตาควาย​ และปราสาทตาเมือนธม​ จ.สุรินทร์​ และห้วยตะมาเรีย​ จ.ศรีสะเกษ​ โดยฝ่ายไทยตอบโต้​ตามแผนเผชิญเหตุเน้นเป้าหมายทางทหารเป็นหลัก เช่นฐานทหาร​ ที่ตั้งอาวุธจริงสนับสนุน​ พร้อมประสานขอรับการสนับสนุนการใช้อากาศยานของกองทัพอากาศ ในการปล่อยอาวุธ เพื่อยับยั้งการโจมตีของทหารกัมพูชา​ ซึ่งถือเป็นความจำเป็นในการป้องกันตนเองหลังพบว่าฝ่ายกัมพูชามีการใช้อาวุธยิงสนับสนุนต่อฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง

“ขอเน้นย้ำว่าการใช้กำลังทางอากาศของฝ่ายไทยเป็นการปฏิบัติต่อเป้าหมายทางทหารของฝ่ายกัมพูชาเท่านั้น​ กำจัดวงและขอบเขตความเสียหาย​ พร้อมยับยั้งการโจมตีอาวุธยิงสนับสนุนของกัมพูชาที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตแก่กำลังพลของฝ่ายไทย สำหรับการโจมตีการปล่อยอาวุธจากอากาศยานเป็นการโจมตีที่ค่อนข้างมีความแม่นยำสูง บริเวณแนวปะทะไม่กระทบต่อพลเรือน​ และที่สำคัญฝ่ายไทยจำเป็นจะต้องสกัดกั่นอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา​ ที่กำลังคุกคามคนไทย​ เนื่องจากการปะทะครั้งที่ผ่านมาเคยยิงใส่ในพื้นที่เป้าหมายทางพลเรือนของฝ่ายไทย​ ทำให้ประชาชนและที่อยู่อาศัยมีความเสียหาย เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก”

ถามว่า กรณีที่​ F- 16โจมตีพื้นที่กาสิโน​ เป็นที่ตั้งของอาวุธ​ชนิดใด​ โฆษกกองทัพบกระบุว่า​ เป็นทั้งสถานที่บังคับการและศูนย์การบังคับบัญชา​ของอากาศยานไร้คนขับ(โดรน)​ พร้อมย้ำว่า​ เป็นที่ตั้งของทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานไร้คนขับ

พลตรีวินธัย​ กล่าวถึงยอดผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นขอยืนยันมีข้อมูล​อย่างเป็นทางการเสียชีวิต​ 1 นาย และไม่เป็นทางการอีก1 นาย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บขณะนี้มีจำนวน 8 นาย

ส่วนจะมีการขยายแนวไปที่กองทัพภาคที่ 1 หรือไม่​พลตรีวิธัย​ ปัจจุบันเป็นการตอบโต้เผชิญเหตุตามสถานการณ์มีเพียงข้อมูลตามที่ได้รายงานไปให้ทราบเท่านั้น

เมื่อถามว่าพลเอกพนา​ แคล้ว​ปลอด​ทุกข์​ ผู้บัญชาการทหารบก​ หรือ​ ผบ. ทบ. ได้สั่งการกำชับอะไรหรือไม่​ พลตรีวินธัย​ กล่าวว่า​ สถานการณ์พื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา​ ไม่ได้อยู่ในขั้นที่ไว้วางใจดังนั้นผบ.ทบ.ได้สั่งการให้หน่วยนั้นมีการเตรียมความพร้อม​ไว้ล่วงหน้าแล้ว​ พร้อมเตรียมการทางยุทธวิธีที่จะตอบโต้ภัยคุกคามที่ทางกัมพูชาทำ​ โดยเฉพาะการใช้อาวุธ รวมทั้งเป็นห่วงในเรื่องการบาดเจ็บและสูญเสียของกำลังพลฝ่ายไทย และคำนึงสูงสุดถึงการที่จะส่งผลกระทบต่อการบาดเจ็บและสูญเสียของประชาชน จนเป็นที่มาให้ทำลายเป้าหมายที่สำคัญสุดสุดคือต้องทำลายระบบอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา เพราะสิ่งนั้นไม่เพียงแต่กระทบต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ของทหาร แต่มีโอกาสสูงที่จะกระทบต่อประชาชนของไทย

ถามถึงการป้องกันสถานที่สำคัญ​ เช่นสนามบิน​ โรงพยาบาล​ คลังอาวุธของไทย มีความพร้อมเพียงใด​ พลตรีวินธัย​ ยอมรับว่ามีการเตรียมการไว้ เครื่องมือแอนตี้โดรนสามารถสกัดกั้นได้อยู่อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่สำคัญจริงๆในทางทหาร มีการเตรียมการอยู่ในระบบปกติของราชการอยู่แล้ว

ส่วนประเมินความเสี่ยงของสนามบินอย่างไร พลตรีวินธัย​ กล่าวว่า​ หลักการใช้อาวุธจะต้องจำกัดขอบเขตในพื้นที่ชายแดน หากเกินพื้นที่ชายแดนสังคมโลกยอมรับไม่ได้ และเคยมีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้มาแล้ว เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ในพื้นที่สนามบินค่อนข้างมีความห่างไกลพื้นที่การรบพอสมควร แต่ตามมาตรการทางทหารไม่ได้ประมาทมีมาตรการที่จะดูแลและป้องกันอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าสถานการณ์ย้อนกลับไปเหมือนการสู้รบครั้งแรก​ เมื่อ 24-28 กรกฎาคม​ 2568​ใช่หรือไม่ พลตรีวินธัย​ กล่าวว่า​ ตอนนี้ตอบยาก การใช้กำลังของฝ่ายไทยยังเป็นไปตามการเผชิญเหตุ ยังอยู่ในกรอบและกติกาที่เป็นสากล การตอบโต้เป็นไปตามเหตุและผลอยู่ในระดับที่เหมาะสม

สำหรับการดูแลพื้นที่สวนหลังหรือการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เพิ่มเติมนั้นพลตรีวิธัยระบุว่า หน่วยทหารและฝ่ายปกครองได้ทำอย่างสมบูรณ์แล้วก่อนหน้านี้ ในช่วงเวลาฉะนั้นจะเห็นว่าในช่วงเย็นช่วงค่ำเมื่อวานนี้ สามารถอพยพได้เป็นไปตามเป้าหมาย​ และข้อกังวลในเรื่องนั้นจะน้อยกว่าคราวที่แล้ว

พลตรีวิน​ธัย​ กล่าวว่า​ การยิงBM 21 นั้น ในเชิงรุกจะต้องทำลายที่ตั้งยิงเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด ส่วนมาตรการเชิงรับจะใช้วิธีการอพยพคน พยายามที่จะทำให้ผลกระทบที่เกิดจากการใช้อาวุธนั้น​ ไม่เกิดกับความบาดเจ็บและความสูญเสียของประชาชน​ สำหรับเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีการยิง BM 21 ตกในพื้นที่เกษตรกรรม​ ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย แต่ต้องติดตามเป็นระยะ เนื่องจากมีการใช้อาวุธประเภทจรวด​กี่จุดกี่พื้นที่​
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top