Friday, 23 October 2026
กองถ่าย

'บิ๊กตู่' ปลื้ม!! ต่างชาตินิยมยกกองถ่ายหนังในไทย ดันอุตฯ หนังไทยโต โกยรายได้กว่า 9 ล้านพันบาท

(13 ก.พ. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบและยินดีที่ ประเทศไทยเป็นสถานที่ยอดนิยมที่ต่างประเทศมักเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ ทำให้สถานที่สวยงามของไทยเป็นที่รู้จัก เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมทั้งยังมีส่วนในการกระจายรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศไปในโอกาสเดียวกันด้วย

นายอนุชา กล่าวว่า จากรายงานของกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพบว่า ในปี 2565 มีการถ่ายทำภาพยนต์ต่างประเทศในประเทศไทยถึง 348 เรื่อง โดยเดือนกันยายน และพฤศจิกายน 2565 มีการถ่ายทำสูงสุดที่ 42 เรื่อง ในขณะที่ล่าสุด เดือนมกราคม 2566 มีการถ่ายทำไปแล้วถึง 34 เรื่อง สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 298.11 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2566)

นายอนุชา กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ภาครัฐยังได้ให้การสนับสนุนเป็นสิทธิประโยชน์ในรูปแบบการคืนเงิน (Cash Rebate) ตามมติ ครม. (7 ก.พ. 2566) ร้อยละ 20-30 เป็นระยะเวลา 2 ปี สิทธิประโยชน์หลักอยู่ที่ร้อยละ 20 เมื่อมีการลงทุนในประเทศไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ส่วนสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมรวมแล้วไม่เกินร้อยละ 10 

นายอนุชา กล่าวว่า ยังมีการปรับเพิ่มการคืนเงินจากเดิม 75 ล้านบาท/เรื่อง เป็น 150 ล้านบาท/เรื่อง จะทำให้เพดานเงินลงทุนสร้างภาพยนต์ต่อเรื่องเพิ่มเป็น 750 ล้านบาท จากเดิม 375 ล้านบาท เพื่อเป็นการรับกับแนวโน้มที่คณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาในไทยเป็นผู้สร้างรายใหญ่ เงินทุนสูง โดยเฉพาะภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์

‘โลเคชันไทย’ สุดฮอต!! ตปท.ยกกองมาถ่ายหนัง-โฆษณา-รายการเพียบ ปี 66 ถ่ายไป 466 เรื่องจาก 40 ประเทศทั่วโลก โกยรายได้ 6.6 พันล้าน!!

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 67 น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกับข้อความ #NewRecord โดยแชร์ข้อมูลเรื่องสถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566 มีคณะถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศเดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย จำนวน 466 เรื่อง จาก 40 ประเทศทั่วโลก คาดการณ์รายได้จำนวนกว่า 6,600 ล้านบาท ถือเป็นสถิติจำนวนรายได้สูงสุดนับแต่มีการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย โดยข้อมูลดังกล่าว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566

จากสถิติปี พ.ศ. 2566 คณะถ่ายทำภาพยนตร์จาก ‘สหรัฐอเมริกา’ เข้ามาลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยมากที่สุด มีเงินลงทุนกว่า 3,184 ล้านบาท จากจำนวนภาพยนตร์ 34 เรื่อง ตามมาด้วยคณะถ่ายทำจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเงินลงทุนกว่า 707 ล้านบาท ตามด้วยประเทศนจีน, เยอรมนี และเกาหลีใต้ ตามลำดับ

1.) กองถ่ายโฆษณาถ่ายทำมากที่สุด จำนวน 203 เรื่อง รายได้จำนวน 955.03 ล้านบาท

2.) สารคดี จำนวน จำนวน 81 เรื่อง รายได้จำนวน 56.90 ล้านบาท

3.) รายการโทรทัศน์ จำนวน 58 เรื่อง รายได้จำนวน 172.46 ล้านบาท

4.) ภาพยนตร์เรื่องยาว จำนวน 35 เรื่อง รายได้จำนวน 1,256.74 ล้านบาท

5.) มิวสิควิดีโอ จำนวน 34 เรื่อง รายได้จำนวน 105.99 ล้านบาท

6.) รายการเรียลลิตี้ จำนวน 30 เรื่อง รายได้จำนวน 668.76 ล้านบาท

7.) ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ (ซีรีส์) จำนวน 17 เรื่อง รายได้จำนวน 3,365.00 ล้านบาท

8.) ละครโทรทัศน์/รายการละเอียดอ่อน/อื่น ๆ จำนวน 8 เรื่อง รายได้จำนวน 21.90 ล้านบาท

58 จังหวัด ที่มีกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้าไปถ่ายทำ โดย 10 อันดับจังหวัดที่มีคณะถ่ายทำเดินทางเข้าไปถ่ายทำในพื้นที่มากที่สุด ได้แก่

1.) กรุงเทพมหานคร จำนวน 282 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร สถานีรถไฟหัวลำโพง ตึกคิง พาวเวอร์ มหานคร เป็นต้น

2.) จังหวัดชลบุรี จำนวน 77 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ ถนนเลียบชายหาดพัทยา เกาะล้าน เกาะสีชัง เป็นต้น

3.) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 60 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ เมืองโบราณ The Studio Park ท่าเรือศุภนาวา เป็นต้น

4.) จังหวัดปทุมธานี จำนวน 52 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ ACTS Studio มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นต้น

5.) จังหวัดภูเก็ต จำนวน 47 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ หาดพาราไดซ์ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เป็นต้น

6.) จังหวัดนนทบุรี จำนวน 41 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ อิมแพคอารีน่า ถนนบอนด์สตรีท เมืองทองธานี เป็นต้น

7.) จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 39 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ หมู่บ้านแม่กำปอง ปางช้างแม่สา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นต้น

8.) จังหวัดนครปฐม จำนวน 27 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ ตลาดน้ำดอนหวาย มูวีโอ้ ทาวน์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เป็นต้น

9.) จังหวัดกระบี่ จำนวน 26 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ หาดพระนาง หาดต้นไทร อ่าวไร่เล เป็นต้น

10.) จังหวัดราชบุรี จำนวน 25 เรื่อง โดยมีสถานที่ถ่ายทำ อาทิ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก อุทยานเขาหินงู วัดเขาช่องพราน เป็นต้น

แรงงาน ขับเคลื่อนมาตรฐานกองถ่าย!! กระทรวงแรงงานหารือร่วมวงการบันเทิง วางเกณฑ์ "Turn Around" 10 ชั่วโมงพักผ่อน ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ปฏิบัติงานกองถ่าย ผลักดันแนวทางปลอดภัยและสวัสดิภาพแรงงาน

ก.แรงงาน จับมือคนบันเทิง ถกมาตรฐานกองถ่ายปลอดภัย เล็งตกลงเวลาพัก “Turn Around” 10 ชม. ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเบื้องหลัง

กรุงเทพฯ, 21 ต.ค. 2569 — กระทรวงแรงงาน เดินหน้าขับเคลื่อนสวัสดิภาพคนทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิง โดยนายจุลพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดโต๊ะประชุมหารือร่วมกับสมาคมวิชาชีพ ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ และละคร เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานในกองถ่ายที่ลดผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และชีวิตของคนทำงาน ณ กระทรวงแรงงาน

การหารือครั้งนี้มีประเด็นสำคัญว่าด้วยชั่วโมงการทำงานและการพักผ่อน โดยที่ประชุมได้หยิบยกข้อเสนอเรื่อง “เวลาพักระหว่างรอบการทำงาน” (Turn Around) อย่างน้อย 10 ชั่วโมง ซึ่งผลการพูดคุยพบว่าผู้เข้าร่วมประชุมเกินกว่าครึ่งเห็นพ้องกับแนวทางดังกล่าว โดยในเบื้องต้นแต่ละสมาคมวิชาชีพจะนำมตินี้ไปรณรงค์และผลักดันให้เกิดการปรับใช้จริงภายในเครือข่าย ขณะที่ประเด็นเรื่อง “การจำกัดเพดานชั่วโมงการทำงานต่อวัน” นั้น ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันต่อไป เนื่องจากลักษณะงานกองถ่ายมีมิติความยืดหยุ่นที่ซับซ้อน

การประชุมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากตัวแทนภาคอุตสาหกรรมบันเทิงและภาควิชาการกว่า 30 รายชื่อ ครอบคลุมทุกภาคส่วนทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง และผู้ผลิต อาทิ:

กลุ่มผู้กำกับและนักแสดง: นายชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล และ น.ส.มิณราญาพร สำนองคำ (สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย), นายณัฏฐ์ กิจจริต และ นายธนายุทธ ฐากูรอรรถยา (สมาคมนักแสดงฯ)

กลุ่มบุคลากรสายวิชาชีพเฉพาะทาง: ตัวแทนจากสมาคมผู้กำกับภาพ นำโดย นายธีระวัฒน์ รุจินธรรม และนายกิตติพัฒน์ จินะทอง, สมาคมวิชาชีพนักเขียนบทไทย (นายเกรียงไกร วชิรธรรมพร, นายจักรภัทร ทรงพลนภจร), สมาคมนักลำดับภาพไทย (นายมานุสส วรสิงห์, นายสุชาติ แสงชู), สมาคมนักสร้างเสียงฯ, สมาคมนักจัดหาสถานที่ฯ และตัวแทนฝ่ายศิลปกรรม

กลุ่มผู้ผลิต ค่ายภาพยนตร์ และสตูดิโอ: ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล (ไบสัน ไอเดีย), นายวิรัตน์ เฮงคงดี (คาร์แมนไลน์ สตูดิโอ), ตัวแทนจาก ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์, จังก้า สตูดิโอ, ลิฟวิ่ง ฟิล์ม, สตูดิโอคำม่วน, GMM TV, True Visions NOW รวมถึงผู้แทนจากกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์และสตูดิโออย่าง GearHead, ที-เรค (ประเทศไทย) และ TACGA

ภาควิชาการ: ดร.อภิเชฐ กำภู ณ อยุธยา และ ผศ. ดร.ภัคคพร พิมสาร จากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานมีความตั้งใจจริงในการผลักดันให้เกิดมาตรฐานการทำงานที่เป็นธรรมและปลอดภัยในอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยหลังจากนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะทั้งหมดไปวางกรอบทางกฎหมายและจัดทำแนวทางมาตรฐานการทำงาน (Standard Guidelines) สำหรับกองถ่ายภาพยนตร์และละครเพื่อบังคับใช้ในระยะต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top