Friday, 5 June 2026
กริพเพน

กองทัพอากาศไทย ปัดข่าว ‘สวีเดน’ ระงับขาย ‘กริพเพน’ ย้ำสัมพันธ์ยังแน่นแฟ้น ซัดสื่อกัมพูชาปล่อยข่าวบิดเบือน!!

(1 ส.ค. 68) ‘บิ๊กเล็ก’ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันความสัมพันธ์ไทย–สวีเดนยังแน่นแฟ้น หลังมีกระแสข่าวว่าสวีเดนอาจระงับการขายเครื่องบินรบ Saab JAS-39 Gripen ล็อตใหม่ให้ไทย จากกรณีที่กองทัพอากาศไทยใช้เครื่องบินดังกล่าวโจมตีตอบโต้ในเขตชายแดนกัมพูชา ย้ำยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ และเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาในความร่วมมือระหว่างกัน

ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า รัฐบาลสวีเดนยังไม่อนุมัติแผนจัดซื้อกริพเพนล็อตใหม่ให้ไทย โดยอ้างเหตุผลด้านความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ และกฎหมายการส่งออกอาวุธของสวีเดน หลังเครื่องบินกริพเพนถูกใช้ในการรบจริงเป็นครั้งแรกกับกัมพูชา สร้างความกังวลให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบการอนุญาตส่งออกยุทโธปกรณ์

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊ก 'Royal Thai Air Force' ของกองทัพอากาศไทย ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเช้านี้ว่า ข่าวที่อ้างว่าสวีเดนระงับการขายกริพเพนให้ไทย เป็น “ข่าวบิดเบือนความจริง” พร้อมยืนยันว่าโครงการจัดซื้อยังอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน และไม่ได้รับการแจ้งยกเลิกหรือระงับแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ไทยมีแผนจัดซื้อ Gripen ล็อตที่ 2 เพื่อเสริมฝูงบิน JAS-39C/D ที่มีอยู่แล้ว โดยมีการเสนอซื้อเครื่องรุ่นใหม่ JAS-39E/F จำนวน 4 ลำ วงเงินรวมประมาณ 19,500 ล้านบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากรัฐบาลสวีเดน

ท่ามกลางกระแสข่าวดังกล่าว นักวิเคราะห์เตือนว่า หากข้อตกลงสะดุด ไทยอาจต้องพิจารณาทางเลือกใหม่ เช่น เครื่องบินรบจากเกาหลีใต้ จีน หรือสหรัฐฯ แต่ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อขายเครื่องบิน แต่รวมถึงความเชื่อมั่นและความร่วมมือในระยะยาวระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศด้วย

ครม.เห็นชอบซื้อเครื่องบิน ‘กริพเพน’ 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้าน พร้อมแก้สัญญาเรือดำน้ำ Yuan Class ใส่เครื่องยนต์จีนแทนเยอรมัน

(5 ส.ค. 68) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Saab JAS 39 Gripen รุ่น E/F จำนวน 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้านบาท และรับทราบแผนจัดหาเรือดำน้ำลำใหม่ ตามข้อเสนอของกองทัพอากาศและกองทัพเรือ ขณะเดียวกัน ยังมีมติแก้ไขข้อตกลงโครงการเรือดำน้ำ Yuan Class รุ่น S26T ที่ลงนามแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับจีน โดยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์เยอรมัน MTU396 เป็นเครื่องยนต์จีน CHD620 และขยายเวลาต่อเรือออกไปอีก 1,217 วัน

โครงการเรือดำน้ำดังกล่าว เริ่มลงนามตั้งแต่ปี 2560 แต่หยุดชะงักในปี 2564 เนื่องจากจีนไม่สามารถหาเครื่องยนต์เยอรมันตามสัญญาได้ ปัจจุบันต่อเรือเสร็จแล้ว 64% จ่ายเงินไปแล้ว 10 งวดจากทั้งหมด 18 งวด รวมวงเงินกว่า 7,700 ล้านบาท โดยยังค้างชำระอีก 5,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของสัญญา

ด้าน พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันว่า ครม.ได้เห็นชอบในหลักการแก้ไขสัญญาแล้ว ส่วนกรณีเรือฟริเกตเพิ่มเติมอีก 2 ลำนั้น เป็นข้อเสนอที่กองทัพเรือยื่นไป และจะมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากกองทัพเรือในลำดับต่อไป

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้รายละเอียดต่อคำถามเรื่องยุทโธปกรณ์ โดยกล่าวสั้น ๆ ว่า “ไม่คุย กองทัพกำลังรบ เป็นความลับทางราชการ” พร้อมปฏิเสธตอบสื่อทุกคำถามที่เกี่ยวกับการจัดซื้ออาวุธ

แม่ทัพภาคที่ 2 เมินคำขอ ‘ฮุน เซน’ อย่าใช้ ‘กริพเพน’ และ ‘F-16’ โจมตีกัมพูชา

(7 ส.ค. 68) พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธข่าวลือเรื่องไทยมีแผนลอบสังหารผู้นำกัมพูชา พร้อมตอบกลับกรณีที่สมเด็จฮุน เซน เรียกร้องไม่ให้ไทยใช้เครื่องบินรบ กริพเพน (Gripen) และ F-16 ว่า เป็นสิทธิของไทย ไม่เกี่ยวกับกัมพูชา ยืนยันชัดเจนว่า “ไทยไม่ลอบสังหารอยู่แล้ว”

ส่วนกรณีการจับกุมสายลับกองกำลัง BHQ ที่ลักลอบเข้ามาสอดแนมในจังหวัดบุรีรัมย์ พลโท บุญสินระบุว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ และได้แจ้งเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดให้เฝ้าระวังร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดแล้ว เพื่อป้องกันสถานการณ์ลุกลาม

สำหรับเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาเข้ามาตัดลวดหนามที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ฝ่ายกัมพูชาทำคอนเทนต์ในพื้นที่ แต่เมื่อถูกแจ้งให้ออกก็ยอมปฏิบัติตาม จากนั้นฝ่ายไทยจึงวางรั้วใหม่ทันที พร้อมกำชับว่า ห้ามขึ้นมาทำกิจกรรมลักษณะนี้อีกโดยเด็ดขาด แม้ครั้งนี้จะไม่มีอาวุธติดตัวมา

ด้านปัญหาทุ่นระเบิดในพื้นที่ เช่น บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างประสานกับกัมพูชาเพื่อเก็บกู้ ส่วนศพทหารกัมพูชาได้รับแจ้งแล้วว่าจะมีการจัดเก็บโดยฝ่ายเขมรเอง และยืนยันว่า ทหารไทยยังไม่มีผู้ป่วยหรือโรคระบาดจากแนวหน้า เนื่องจากมีทีมแพทย์สนามดูแลใกล้ชิด

‘กองทัพอากาศไทย’ จ่อซื้อ ‘กริพเพน’ อย่างเป็นทางการ ผบ.ทอ. เตรียมบินไปทำพิธีลงนาม ที่สวีเดน 25 ส.ค. นี้

(20 ส.ค. 68) กองทัพอากาศไทยเผย ครม. เห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี กริพเพน E/F 12 เครื่อง มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท พร้อมรับชดเชยทางเศรษฐกิจ (Defence Offset) ประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งหมายถึงไทยจะได้มากกว่าแค่เครื่องบิน แต่ยังได้รับ งาน เทคโนโลยี และการถ่ายทอดความรู้ จากบริษัทผู้ขาย

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ระบุว่า การจัดหาเครื่องบินครั้งนี้ไม่เพียงเสริมขีดความสามารถทางทหาร แต่ยังสร้างผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และเทคโนโลยี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบขั้นตอนตามกฎหมายครบถ้วนเพื่อความโปร่งใส

สำหรับกองทัพอากาศจะบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เพื่อให้การชดเชยจาก Saab AB เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประชาชน โดยมุ่งเน้นทั้งความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน

ด้าน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมคณะ มีกำหนดเดินทางไป ประเทศสวีเดน วันที่ 25 สิงหาคมนี้ เพื่อทำพิธีลงนามจัดซื้อกริพเพน E/F อย่างเป็นทางการ

ทหารสิงคโปร์เยี่ยม กองบิน 7 ยลโฉม Gripen และ SAAB 340 AEW ตามโครงการแลกเปลี่ยนการเยือน ทอ.ไทย-สิงคโปร์

(20 ส.ค. 68) ทหารสิงคโปร์เยี่ยมชมกองบิน 7 ของกองทัพอากาศไทย เพื่อศึกษาขีดความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสองประเทศ โดยมี Brigadier General Marcel Xu ผู้บัญชาการ Participation Command ของกองทัพสิงคโปร์ นำคณะเดินทางเยือน พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก ประเสริฐวิษณุ์ มหาขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมข่าวทหารอากาศ

การเยี่ยมชมครั้งนี้รวมถึงการรับฟังบรรยายสรุปภารกิจหลักของกองบิน 7 และการสาธิตกริพเพน (Gripen) และเครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศ Saab 340 AEW ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลกเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาระดับสูงระหว่างกองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์

นาวาอากาศเอก ศุภวัจน์ จิตรมนตรี ผู้บังคับการกองบิน 7 พร้อมด้วยเสนาธิการและหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 7 ให้การต้อนรับคณะอย่างอบอุ่น ณ กองบิน 7 อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยหวังสร้างความร่วมมือและความเข้าใจด้านการบินและยุทธวิธีระหว่างสองกองทัพอย่างต่อเนื่อง

‘สวีเดน’ ชูสัมพันธ์ ‘ไทย’ แน่นแฟ้น พร้อมหนุนไทยมีสิทธิ์ใช้ ‘กริพเพน’ ป้องกันตนเอง

วานนี้ (26 ส.ค. 68) กรุงเทพฯ ดร.พอล ยอนสัน (Pål Jonson) รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้นกับไทย ภายหลังการลงนามจัดซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F โดยชี้ว่าสัญญาฉบับล่าสุดเป็นการทำให้ความร่วมมือทวิภาคีลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่า 

“ผมภูมิใจมากที่มีคนไทยกว่า 80,000 คนอาศัยอยู่ในสวีเดน และมีชาวสวีเดนกว่า 200,000 คนเดินทางมาไทยทุกปี ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะกระชับความร่วมมือด้านกลาโหมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

ดร.ยอนสัน กล่าวอีกว่าความร่วมมือด้านกลาโหมครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านความมั่นคง แต่ยังจะสร้างประโยชน์ในวงกว้างต่อสังคมไทย ผ่านแพ็กเกจการลงทุนจากบริษัท Saab ผู้ผลิตกริพเพน ที่ครอบคลุมถึงการศึกษา การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนภาคเกษตรกรรมของไทย

เมื่อถูกถามถึงการใช้กริพเพนในสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดนย้ำชัดว่า ไทยมีสิทธิ์ใช้เพื่อการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยการตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นสิทธิอธิปไตยของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ดร.ยอนสันแสดงความยินดีที่ทั้งไทยและกัมพูชาพยายามลดความตึงเครียด ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมและมีผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้ามามีบทบาท พร้อมย้ำว่า “ประเทศไทยก็เหมือนกับทุกประเทศที่มีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง และเราสวีเดนก็เคารพในสิทธินั้น”

SAAB ประกาศรับออเดอร์ ‘กริพเพน’ ล็อตใหม่จากไทย ย้ำไทยคุ้นเคยดีกับประสิทธิภาพ เพราะผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว

(27 ส.ค. 68) บริษัทซาบ (SAAB) ของสวีเดน ลงนามสัญญากับองค์การจัดหาเสบียงกลาโหมสวีเดน (FMV) เพื่อส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จำนวน 4 ลำให้แก่ไทย มูลค่าสัญญาราว 5.3 พันล้านโครนสวีเดน โดยมีกำหนดส่งมอบระหว่างปี 2025–2030 แบ่งเป็น กริพเพน E จำนวน 3 ลำ และกริพเพน F แบบสองที่นั่ง 1 ลำ พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนและการฝึกอบรม

SAAB ยังได้ทำสัญญาโดยตรงกับกองทัพอากาศไทยเพื่อดำเนินโครงการชดเชยระยะยาว (offset package) ซึ่งครอบคลุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านกลาโหม ความร่วมมือทางอุตสาหกรรม และการลงทุนใหม่ในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจไทย ถือเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือด้านกริพเพนที่ไทยใช้งานอยู่แล้ว

มิคาเอล โยฮันส์สัน (Micael Johansson) ประธานและซีอีโอของซาบ ระบุว่าไทยเลือกใช้ “เครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด” เพื่อเสริมศักยภาพยุทธศาสตร์อย่างเป็นอิสระ พร้อมย้ำว่าไทยเป็นหนึ่งในลูกค้าที่คุ้นเคยกับประสิทธิภาพของกริพเพนและได้พิสูจน์แล้วในการปฏิบัติการจริงของกองทัพ

ปัจจุบัน กองทัพอากาศไทยประจำการ Gripen C/D อยู่แล้วหนึ่งฝูงบิน โดยเมื่อเครื่องกริพเพนรุ่นใหม่เข้าประจำการ จะทำงานเคียงข้างฝูงบินเดิม เสริมขีดความสามารถของไทยในการป้องกันน่านฟ้าและยกระดับความร่วมมือทางทหารไทย–สวีเดนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

กองทัพอากาศไทยภูมิใจใช้ ‘กริพเพน’ ปฏิบัติการจริงครั้งแรกของโลก ย้ำเป็นการเลือกที่ถูกต้อง

(27 ส.ค. 68) พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. กล่าวบนเวทีลงนามสัญญาซื้อเครื่องบิน Gripen E/F ว่ากองทัพอากาศไทยภูมิใจเป็น ทอ. แรกที่ใช้ Gripen ปฏิบัติการในสถานการณ์จริง (Real World Operations) โดยสามารถปกป้องอธิปไตยและแสดงสมรรถนะของเครื่องบินได้อย่างเต็มที่

อีกทั้ง พลอากาศเอก พันธ์ภักดี ชมเชยการแสดงศักยภาพของ Gripen ที่ส่งมอบประสบการณ์นี้ ทำให้โลกได้เห็นสมรรถนะของเครื่องบิน และตอกย้ำว่าเป็นการตัดสินใจเลือกที่ถูกต้องของกองทัพอากาศไทย

นอกจากนี้ พลอากาศเอกพันธ์ภักดียังเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสวีเดน พร้อมขอบคุณสำนักงานจัดหาอุปกรณ์ป้องกันประเทศสวีเดน (FMV) และ Saab ที่ร่วมมือในโครงการ Offset Policy ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอย่างมาก

ผบ.ทอ. ปิดท้ายเล่าถึงการปฏิบัติการบิน Gripen C/D บนถนน Road Base ภาคใต้ และ Milestone highlight การใช้กำลังในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อน ซึ่งต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ภายใต้หลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ ผลลัพธ์จากปฏิบัติการครั้งนี้ช่วยพิสูจน์สมรรถนะ Gripen และสร้างความภูมิใจให้กองทัพอากาศไทย

‘กัมพูชา’ ส่งหนังสือตรงถึง ‘สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งสวีเดน’ เบรกดีลขาย ‘กริพเพน’ ให้ไทย!! อ้างจะถูกนำมาใช้รุกรานเขมร

(28 ส.ค. 68) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) ส่งหนังสือตรงถึงสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งสวีเดน เรียกร้องให้ยุติข้อตกลงขายเครื่องบินขับไล่กริพเพน (Gripen) ให้ไทย โดยให้เหตุผลว่าอาจบ่อนทำลายสันติภาพ และเสี่ยงถูกนำไปใช้รุกรานกัมพูชา ซ้ำรอยเหตุการณ์ความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

นายแก้ว รามี ประธาน CHRC ระบุในจดหมายว่า แม้สวีเดนมีภาพลักษณ์เป็นผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนและสันติภาพ แต่การขายเครื่องบินรบครั้งนี้กลับเป็นการขัดแย้งกับจุดยืนดังกล่าว เพราะนอกจากจะกระทบความมั่นคงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนหากถูกใช้โจมตีพลเรือน

CHRC อ้างถึงกฎบัตรสหประชาชาติและอนุสัญญาเจนีวา พร้อมเรียกร้องให้สวีเดนคำนึงถึงพันธกรณีระหว่างประเทศมากกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเสนอข้อเรียกร้อง 3 ประการ ได้แก่ คัดค้านการขายกริพเพนให้ไทย ทบทวนและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างโปร่งใส และสนับสนุนการแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาด้วยสันติวิธี

ท้ายจดหมาย CHRC ยังเรียกร้องให้สวีเดนช่วยกดดันรัฐบาลไทยให้ปล่อยทหารกัมพูชา 18 นาย ที่ถูกควบคุมตัวอยู่โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดยย้ำว่าการละเว้นจากการติดอาวุธให้ประเทศที่อาจเป็นผู้รุกราน ไม่เพียงเป็นหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นเรื่องของจิตสำนึกเพื่อสันติภาพโลก

กัมพูชาฟันรายได้จากเครือข่ายสแกมเมอร์ไปกว่า 620,000 ล้านบาท สามารถซื้อเครื่องบินรบ ‘กริพเพน’ ได้เป็นกองทัพ

(9 ก.ย. 68) จากการรายงานของสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ซึ่งมีการเปิดเผยรายได้จากเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชามีมูลค่าสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 620,000 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 60% ของจีดีพีประเทศ 

โดยตัวเลขดังกล่าวถูกนำมาเทียบกับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ของไทย ที่มีราคาประมาณ 4,875 ล้านบาทต่อเครื่อง หากกัมพูชานำรายได้สแกมเมอร์มาใช้ ก็สามารถจัดหา Gripen E/F ได้มากถึง 130 ลำ 

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงท่ามกลางกระแสที่นักศึกษากัมพูชาในสหรัฐฯ ระดับปริญญาโทด้านกิจการระหว่างประเทศ ได้ออกแคมเปญรณรงค์ให้ชาวกัมพูชาร่วมลงชื่อ และเตรียมส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสวีเดน เพื่อขอให้พิจารณาระงับการขายอาวุธให้แก่ประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top