Saturday, 6 June 2026
กระทรวงพาณิชย์จีน

'กระทรวงพาณิชย์จีน' เตือนค่ายรถท้องถิ่น ระวังความเสี่ยงตั้งโรงงานในต่างแดน

(17 ก.ย. 67) รอยเตอร์ส รายงานว่า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จีน (MOFCOM) ได้แจ้งกับบริษัทรถท้องถิ่นที่เข้าร่วมประชุมกว่า 10 แห่งให้งดการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ในอินเดีย และแนะนำอย่างแข็งขันไม่ให้ลงทุนในรัสเซียเช่นเดียวกัน

นอกจากนั้น MOFCOM ยังย้ำความเสี่ยงในการสร้างโรงงานในไทยและยุโรป อีกด้วย

ทางด้านบลูมเบิร์กที่รายงานข่าวนี้เป็นเจ้าแรก ระบุว่า MOFCOM กำหนดให้ผู้ผลิตที่ต้องการลงทุนในตุรกีต้องแจ้งกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศที่รับผิดชอบอุตสาหกรรมอีวี รวมถึงสถานทูตจีนในตุรกีก่อน ระหว่างการประชุมยังมีการแนะนำให้ค่ายรถใช้ชิ้นส่วนน็อกดาวน์สำหรับการประกอบขั้นสุดท้ายในโรงงานต่างแดน ซึ่งหมายความว่า ส่วนประกอบสำคัญของรถจะยังคงทำการผลิตภายในจีน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ ชุดน็อกดาวน์ครอบคลุม CKD (Completely Knocked Down) คือการประกอบภายในประเทศ โดยที่ตัวถัง ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ผลิตภายในประเทศ และ SKD (Semi Knocked Down) คือการประกอบภายในประเทศ แต่ตัวถัง ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ต่าง ๆ นำเข้าจากต่างประเทศ

ค่ายรถจีนบางแห่งปรับใช้กลยุทธ์นี้ในตลาดต่างประเทศแล้ว เช่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ลงนามเป็นหุ้นส่วนในการประกอบรถยนต์กับอีพี มานูแฟกเจอริง เบอร์ฮัดของมาเลเซีย โดยอิงกับรูปแบบ CKD เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านม

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวยืนยันว่า ไม่มีการกำชับให้ผู้ผลิตต้องทำตัวให้แน่ใจว่า เทคโนโลยีอีวีล้ำสมัยจะไม่หลุดรอดออกนอกประเทศตามที่บลูมเบิร์กรายงานแต่แรก

บลูมเบิร์กตั้งข้อสังเกตว่า แนวทางของ MOFCOM ที่กำหนดให้การผลิตหลักต้องจำกัดอยู่ภายในจีนนั้น ส่งผลกระทบต่อความพยายามในการขยายตัวทั่วโลกของบริษัทรถจีนที่กำลังพยายามหาลูกค้าใหม่ ๆ มาชดเชยการแข่งขันรุนแรงและยอดขายดิ่งในประเทศ

ขณะที่ด้าน MOFCOM ตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศที่เชิญชวนค่ายรถจีนเข้าไปสร้างโรงงาน มักเป็นประเทศที่บังคับใช้หรือกำลังพิจารณาใช้กำแพงการค้ากีดกันรถจีน นอกจากนั้น ผู้ผลิตยังได้รับคำแนะนำว่า ไม่ควรหลับหูหลับตาไล่ตามเทรนด์หรือหลงเชื่อคำเชิญเข้าลงทุนของรัฐบาลต่างชาติ

ปัจจุบัน บริษัทรถจีนกำลังพยายามอย่างหนักในการขยายธุรกิจออกนอกประเทศ ท่ามกลางปัญหาศักยภาพการผลิตล้นเกินอันเนื่องมาจากดีมานด์ในจีนซบเซาลงซึ่งนำไปสู่สงครามราคาที่โหดร้ายและยาวนาน ขณะที่ความพยายามในการกระตุ้นยอดขายในตลาดใหญ่อย่างยุโรปและอเมริกาต้องเผชิญอุปสรรคจากการขูดภาษีศุลกากรรถยนต์ไฟฟ้าเมด อิน ไชน่า

ขณะเดียวกัน แม้หลายประเทศในยุโรปที่รวมถึงสเปนและอิตาลี พยายามดึงดูดการลงทุน ทว่า บริษัทรถจีนยังคงระมัดระวังในการลุยเดี่ยวตั้งฐานการผลิตในประเทศเหล่านั้นเนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก รวมทั้งยังต้องพยายามทำความเข้าใจกฎหมายและวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย

โดยบริษัทจีนบางแห่ง เช่น ลีปมอเตอร์ เลือกเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทท้องถิ่นแทน โดยโครงการร่วมทุนของลีปมอเตอร์กับสเตลแลนทิสเริ่มเดินเครื่องผลิตอีวีแล้วในโรงงานในโปแลนด์ของบริษัทสัญชาติฝรั่งเศส-อิตาลีแห่งนี้

‘จีน’ ประกาศเก็บภาษีไฟเบอร์ออปติก ตอบโต้สหรัฐฯ หลังวอชิงตัน ‘คว่ำบาตร’ บริษัทเคมีกว่างโจว เถิงเยว่

(4 ก.ย. 68) กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเก็บภาษีตอบโต้ (anti-dumping) ต่อบริษัทไฟเบอร์ออปติกจากสหรัฐฯ อัตรา 33.3%–78.2% มีผลทันทีจนถึงเมษายน 2028 หลังพบว่าผู้ส่งออกสหรัฐฯ จงใจเปลี่ยนฉลากสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โดยบริษัท OFS Fitel ถูกเก็บภาษี 33.3% บริษัท Corning 37.9% และ Draka Communications Americas รวมถึงผู้ผลิตรายอื่น ๆ ถูกเก็บสูงสุด 78.2%

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทกว่างโจว เถิงเยว่ เคมีคอล (Guangzhou Tengyue Chemical) และผู้แทน 2 ราย ฐานเกี่ยวข้องกับการส่งสารสังเคราะห์ฟินทานิลและสารเสพติดไปยังสหรัฐฯ พร้อมสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดในอเมริกา และให้เอฟบีไอ (FBI) ประกาศฟ้องร้องในข้อหาลักลอบขนส่งยาเสพติดผิดกฎหมาย

จีนระบุว่า ผลสอบสวน 6 เดือนพบพฤติกรรมเลี่ยงภาษีของผู้ส่งออกสหรัฐฯ จึงนับเป็น “การสอบสวนเลี่ยงมาตรการครั้งแรก” ของจีน โดยยืนยันว่าแม้จีนพยายามใช้มาตรการทางการค้าอย่างรอบคอบ แต่ก็ต้องปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ และรักษาประสิทธิภาพของมาตรการที่บังคับใช้

แม้จีนและสหรัฐฯ จะเปิดเจรจาด้านการค้าหลายรอบในปีนี้ แต่ปัญหายาเสพติดยังเป็นประเด็นร้อนที่ยังหาทางออกไม่ได้ โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าจีนเป็นแหล่งสารตั้งต้นหลัก ขณะที่จีนยืนยันนโยบายปราบปรามยาเสพติดเข้มงวดที่สุดในโลก

‘จีน’ ยันคุมส่งออก ‘แร่หายาก’ อย่างมีระบบ ปรับเกณฑ์ให้โปร่งใส-เอื้อต่อการค้าถูกกฎหมาย

เมื่อวันที่ (16 ต.ค. 68) กระทรวงพาณิชย์จีน ประกาศว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงระบบควบคุมการส่งออก 'แร่หายาก' ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะลดขั้นตอนการอนุมัติและเวลาตรวจสอบ พร้อมพิจารณามาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อให้การส่งออกที่ถูกกฎหมายดำเนินได้อย่างราบรื่น

เหอ หย่งเฉียน (He Yongqian) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามกฎหมายและไม่มุ่งเป้าต่อประเทศใดเป็นพิเศษ ทั้งยังระบุว่า คำขอส่งออกที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพลเรือนจะได้รับอนุมัติทั้งหมด โดยเป้าหมายหลักคือป้องกันไม่ให้แร่หายากถูกนำไปใช้ผลิตอาวุธหรือเทคโนโลยีที่เป็นภัยต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านจีนแสดงความไม่พอใจต่อสหรัฐฯ ที่ออกมาตรการเพิ่ม 'ค่าธรรมเนียมท่าเรือ' ต่อเรือสินค้าจีน และขยาย 'เอนทิตีลิสต์' หรือ บัญชีรายชื่อบริษัทและองค์กรที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ถูกจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและสินค้าของสหรัฐฯ เช่น ชิปหรือซอฟต์แวร์ขั้นสูง

ทั้งนี้ จีนเตือนว่าสหรัฐฯ ควร “หยุดสร้างความวุ่นวาย” หลังเพิ่งเปิดการเจรจาการค้าในกรุงมาดริด แต่กลับออกมาตรการเล่นงานจีนกว่า 20 ฉบับในเวลาไม่ถึงเดือน พร้อมเรียกร้องให้วอชิงตันกลับมาหารืออย่างเท่าเทียมและเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อรักษาบรรยากาศความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top