Saturday, 17 October 2026
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

รมว.เฮ้ง เร่ง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ปล่อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย หนุนสถานประกอบการ Upskill Reskill ลูกจ้าง โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ปล่อยกู้ปลอดดอกเบี้ยต่อเนื่องถึง ส.ค. 65 ช่วยสถานประกอบกิจการใช้หมุนเวียนในการพัฒนาทักษะฝีมือลูกจ้าง 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในการดูแลสถานประกอบกิจการ พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ให้ได้รับการพัฒนาสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาศักยภาพด้านทักษะฝีมือแรงงาน

โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญจัดการความเสี่ยงด้วยแนวทางเยียวยาความเดือดร้อนของกำลังแรงงานของประเทศ โดยให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการที่ต้องการพัฒนาทักษะฝีมือของลูกจ้างเพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงาน สามารถกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ปลอดดอกเบี้ย (ดอกเบี้ย 0%) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน หรือเข้ารับการประเมินรับรองความรู้ความสามารถ

นายประทีป ทรงลำยอง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานให้สถานประกอบกิจการกู้ยืมแบบไม่มีดอกเบี้ยต่อเนื่องจนถึง 31 สิงหาคม 2565 ในวงเงินกู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท ในปี 2565 ได้จัดสรรเงินไว้จำนวน 30 ล้านบาท สำหรับให้ผู้ประกอบกิจการกู้ยืมไปใช้ในการพัฒนาทักษะ หรือนำไปใช้ในการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติให้แก่พนักงาน แบบไม่มีดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 - 31 สิงหาคม 2565 

‘อธิบดี กพร.’ ร่วมประชุมเตรียมแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติที่ไอร์แลนด์ หนุนพัฒนาศักยภาพ เสริมทักษะแรงงานไทย สู่ตลาดโลกอย่างมีคุณภาพ

(29 ก.ย. 66) น.ส.บุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการเดินทางเข้าร่วมประชุมที่กรุงดับลิน สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ว่า มีการประชุมหารือในหลายประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานระดับนานาชาติ เพื่อให้ผู้แทนของแต่ละประเทศ นำไปเป็นข้อมูลเตรียมความพร้อมจัดส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันต่อไป

ซึ่งครั้งนี้ คณะผู้แทนของประเทศไทย ประกอบด้วยตนในฐานะหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย น.ส.พรรวี นาคพิพัฒน์ ผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ ผู้แทนเทคนิคและ น.ส.เยาวลักษณ์ กงษี ผู้ช่วยผู้แทนเทคนิค ได้เข้าร่วมประชุมเตรียมจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 47 เป็นวันที่ 3 ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ (Strategic Development Committee Meeting) ในหลายประเด็น อาทิ บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ แนวทางการประชาสัมพันธ์ให้การแข่งขันฝีมือแรงงานเป็นที่รู้จัก รวมทั้งให้ความเห็นชอบต่อข้อเสนอแนะด้านการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งอนาคต (Competitions of the Future) แก่องค์การการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (World Skills International)

น.ส.บุปผา กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้รับฟังและรวบรวมความเห็นจากสมาชิก ผู้จัดการการแข่งขันแต่ละสาขา และภาคีหุ้นส่วน เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการบริหารการจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานในอนาคต ให้สะท้อนความต้องการของตลาดแรงงานทั่วโลกให้มีคุณภาพและมีความยั่งยืน เช่น การจัดการแข่งขันในแต่ละสาขาควรสะท้อนความต้องการของภาคเศรษฐกิจอย่างน้อยใน 3 ทวีป หรือภูมิภาคขึ้นไป และสาขาควรจะมีความแตกต่างกันในด้านมาตรฐานและสมรรถนะหลัก และการจัดสภาพแวดล้อมของการแข่งขันควรสะท้อนสภาพการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรม

การประชุมอีกคณะ คือ คณะกรรมการการแข่งขัน (Competitions Committee Meeting) เพื่อหารือเกี่ยวกับการเตรียมจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 47 (WorldSkills Lyon 2024) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 10-15 กันยายน 2567 ณ เมืองลียง สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยที่ประชุมได้เห็นชอบการเสนอแก้ไขกฎการแข่งขัน และเห็นชอบโครงการนำร่องในการแปลเอกสารเป็นภาษาแม่ของผู้แข่งขันล่วงหน้า รวมถึงการหารือแนวทางการอบรมและคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น

ผู้แทนประเทศไทยได้เสนอความเห็นต่อแนวทางการจัดการแข่งขันแห่งอนาคต โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาการจัดการแข่งขันให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากล รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันของไทยอีกด้วย” น.ส.บุปผา กล่าวและว่า การจัดส่งเยาวชนไทยเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานในแต่ละระดับ จนก้าวสู่เวทีระดับโลก เป็นการกระตุ้นให้เยาวชนและแรงงานไทยเห็นความสำคัญ ของการพัฒนาศักยภาพด้านทักษะฝีมือ ที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้าง การสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการดำเนินงานที่สอดรับกับนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ต้องการขับเคลื่อนให้กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจ

‘บุปผา เรืองสุด’ ปลื้ม!! เด็กไทยคว้า 6 เหรียญสุดยิ่งใหญ่ ในเวทีแข่งขันฝีมือแรงงานระดับเอเชีย ณ กรุงอาบูดาบี

จากรายการ THE TOMORROW ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ได้พูดคุยอัปเดตกับ นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในประเด็น ‘เยาวชนไทยคว้าชัยจากเวทีการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 2 ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์’ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.66 โดยมีรายละเอียด ดังนี้...

การแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 2 ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยเยาวชนไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัลในเวทีการแข่งขันฝีมือแรงงาน ระดับเอเชียมาได้ทั้งหมด 6 เหรียญ ประกอบด้วย... 

>> 1 เหรียญทอง จากสาขาแต่งผม นายสิทธิพร พาสง่า สนับสนุนโดยโรงเรียนเสริมสวยอรอุบล  

>> 2 เหรียญเงิน ได้แก่ สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม นายสิทธิชัย ไชยวิเศษ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ประเภททีม) ได้แก่ นายภัคพล ปรีชาวนา และนายฬูค่า ชนกันต์ บอนด์ จากศูนย์การเรียนรู้การเขียนโปรแกรมและนวัตกรรมหุ่นยนต์ 

>> 1 เหรียญทองแดง จากสาขาเทคโนโลยีเว็บ นายณฐนันท์ แพน้อย วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) 

>> และคว้าเหรียญฝีมือยอดเยี่ยมมาได้อีก 2 สาขา คือ สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น นายหัตศนัยต์ บุญแก้วคง จากวิทยาลัยเทคนิคสงขลา และสาขากราฟิกดีไซน์ นางสาวปภัชญา พีรกรวรธรรม จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ วิทยาเขตสะพานใหม่

นางสาวบุปผา กล่าวต่อว่า น้อง ๆ ที่คว้ารางวัลกลับมายังประเทศไทยในครั้งนี้ ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และได้แสดงศักยภาพด้านทักษะฝีมือให้ประเทศอื่น ๆ ได้เห็นว่า เด็กไทยมีฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก ส่วนน้อง ๆ ที่พลาดเหรียญรางวัลก็ไม่ต้องเสียใจ ทุกคนได้ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างเต็มที่และสุดความสามารถแล้วประสบการณ์ที่ได้รับมีคุณค่ามากกว่า เพราะหาฝึกจากที่ไหนไม่ได้  และต้องยอมรับว่าทุกคนที่ก้าวมาถึงเวทีนี้ถือว่าสุดยอดมาก ๆ ขอให้นำประสบการณ์ในครั้งนี้เป็นแรงผลักดันในการต่อสู้ในเวทีอื่น ๆ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการเรียนและการทำงานในอนาคตต่อไป 

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษาผู้อยู่เบื้องหลังแห่งสำเร็จในครั้งนี้ที่ให้การสนับสนุนในช่วงระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อม พร้อมกับสนับสนุนด้านต่าง ๆ จนทำให้เยาวชนไทยสามารถไปร่วมการแข่งขันและคว้าเหรียญรางวัลกลับประเทศไทยอย่างภาคภูมิใจ เวทีการแข่งขันทุกเวทีเป็นการกระตุ้นให้เกิดการ Upskill แรงงานได้ กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะส่งแรงงานและเยาวชนเข้าร่วมในทุกเวทีและทุกด้าน เพื่อสร้างแรงผลักดันให้แรงงานไทยทุกคนได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาหรือ Upskill ฝีมือตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมกับการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานต่อไป

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเยาวชนที่สามารถคว้าเหรียญรางวัล จะได้รับรางวัลดังนี้ เหรียญทอง 261,000 บาท เหรียญเงิน 161,500 บาท เหรียญทองแดง 82,000 บาท เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม 35,000 บาท และรางวัลปลอบใจสำหรับน้องที่พลาดเหรียญรางวัลคนละ 10,000 บาท สำหรับการดูแลต่อจากนี้ นอกเหนือจากการเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งในระดับนานาชาติช่วงเดือนกันยายน 2567 หากน้อง ๆ ต้องการที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะประสานกับทางมหาวิทยาลัย จัดหาโควต้าในการศึกษาต่อให้ สำหรับการเข้าทำงานต้องยอมรับว่า น้อง ๆ มีทักษะสูงจึงมีบริษัทจองตัวไว้แล้ว อีกส่วนหนึ่ง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียมรับเป็นวิทยากรของกรมฯ เพื่อทำหน้าที่ครูฝึกให้แก่แรงงานต่อไปด้วย

'กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน' จับมือเอกชน ปั้นช่างเชื่อมโกอินเตอร์ รายได้ทะลุ 70,000 บาทต่อเดือน

เมื่อวานนี้ (30 เม.ย.68) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับ สมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงาน ระหว่างนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางสาวอรัญญา สกุลโกศล ประธานสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย นางเบญจรงค์ สุระพันธ์ กรรมการสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย โดยมีนายโกเมศ ปิยะพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และนางเบญจรงค์ สุระพันธ์ กรรมการสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมอาคารครัวไทย สู่ครัวโลก สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 ชลบุรี จังหวัดชลบุรี นอกจากนี้ยังเยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการเชื่อม FCAW 3G และ GTAW 6G(FCAW 3G and GTAW 6G WELDING) อีกด้วย

นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนามว่า อุตสาหกรรมอู่ต่อเรือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งสถานประกอบกิจการที่ดำเนินธุรกิจด้านอู่ต่อเรือมีความต้องการแรงงานไทยที่มีทักษะฝีมือจำนวนมาก โดยเฉพาะช่างเชื่อมจะต้องมีทักษะเฉพาะ จึงต้องเร่งยกระดับช่างเชื่อมไทยให้มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมต่อเรือ และการจ้างงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ สอดคล้องกับภารกิจของกรมในการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน และพัฒนาแรงงานที่อยู่ในตลาดแรงงานให้มีทักษะฝีมือสูงขึ้น เดิมในปี 2567 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  บูรณาการร่วมกับบริษัท HD Hyundai Heavy Industries Co., Ltd. (HHI) ในการผลิตแรงงานช่างเชื่อมสำหรับอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ จำนวน 108 คน และส่งแรงงานไทยเข้าทำงานกับบริษัท HD Hyundai Heavy Industries Co., Ltd. (HHI) ที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีไปแล้ว จำนวน 73 คน ในครั้งนั้น 

กรมได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งกับสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย ซึ่งเป็นผู้ประสานและได้รับอนุญาตในการจัดหางานจากกรมการจัดหางานและประสานข้อมูลความต้องการแรงงาน เพื่อไปทำงานต่างประเทศ และการลงนามความร่วมมือกับสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทยในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับกลไกการทำงานร่วมกัน โดยทั้ง 2 หน่วยงานจะร่วมกันจัดฝึกอบรมหลักสูตรการเชื่อม FCAW 3G GTAW 6G จำนวน 29 คน ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 ชลบุรี ผู้ผ่านการฝึกอบรมทั้ง 29 คนจะได้เข้าทำงานกับบริษัท HD Hyundai Heavy Industries Co., Ltd. (HHI) ที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี มีรายได้เฉลี่ยคนละ 70,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีแผนและเป้าหมายดำเนินการผลิตช่างเชื่อมสำหรับอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ จำนวน 500 คน และในอนาคตจะร่วมกันพัฒนาทักษะกลุ่มช่างก่อสร้าง และขยายตลาดไปยังประเทศอิสราเอล เพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำให้แก่กำลังแรงงานต่อไป

ด้านนางสาวอรัญญา สกุลโกศล ประธานสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัท HD Hyundai Heavy Industries Co., Ltd. (HHI) มีความต้องการช่างฝีมือสำหรับอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ จำนวน 500 คน มีรายได้เฉลี่ยคนละ 70,000 บาทต่อเดือน รวมไปถึงประเทศอิสราเอล มีความต้องการช่างฝีมือกลุ่มช่างก่อสร้างที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพหลายด้าน (Multi Skills) ได้แก่ ช่างเชื่อม ช่างปูน ช่างไม้ ช่างเหล็ก เป็นต้น จำนวน 8,000 คน มีรายได้เฉลี่ยคนละ 77,000 บาทต่อเดือน สมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย ในนามของภาคเอกชน พร้อมร่วมขับเคลื่อนนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อดำเนินการผลิตและส่งออกแรงงานในตลาดแรงงาน ทั้งเปิดตลาดใหม่ และขยายตลาดต่อไป ซึ่งความร่วมมือนี้ใช้สถานที่ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานชลบุรี และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานสมุทรปราการ เป็นหน่วยฝึกอบรมเตรียมความพร้อมก่อนไปทำงาน โดยทางบริษัทฮุนไดส่งครูฝึกจากเกาหลีพร้อมอุปกรณ์การฝึกนำเข้ามาฝึกในไทยมูลค่า 40 ล้านบาท และฝึกอบรมภาษาเกาหลีเพื่อการทำงาน มีเบี้ยเลี้ยงให้วันละ 700 บาท ค่าอาหารวันละ 150 บาท รวมวันละ 850 บาทต่อคน นอกจากนี้จะมอบเครื่องมืออีกราว 100 เครื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรองรับผู้สนใจเข้ามาเรียนอย่างเพียงพอในการจัดส่งไปทำงานโดยเร็วที่สุด ผู้ฝึกอบรมจะได้เข้าทำงานกับบริษัทฮุนได ในอุสหกรรมอู๋ต่อเรือของเกาหลีใต้ ไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยวีซ่า E-7 (วีซ่าแรงงานมีทักษะฝีมือ) วีซ่าทำงาน 4 ปี ต่ออายุได้อีก 1 ปี

ผู้สนใจฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติเป็นช่างที่มีประสบการณ์งานเชื่อม ผ่านการทดสอบฝีมือ โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย หมายเลขโทรศัพท์ 06-2091-6783 ไอดีไลน์ : @wm.visa (มี@นำหน้า) หรือติอต่อบริษัทจัดหางาน เวิล์ด แม็ป จำกัด หรือติดต่อทางสำนักงานหรือสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ

‘เยาวชนไทย’ โชว์ศักยภาพ!! คว้า 5 ทอง รวม 22 รางวัล ติด TOP 3 อาเซียน ในเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025

(6 ก.ย. 68) นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 เพิ่งผ่านพ้นไป เยาวชนไทยทำผลงานได้ดี คว้ามาได้ 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง และ 10 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดพิธีมอบรางวัลเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานมอบรางวัล และเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 68 ทาง WorldSkills ASEAN Manila 2025 ได้ประกาศผลคะแนนรวมประเทศ (CIS) อย่างเป็นทางการ ซึ่งประเทศไทยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 3 ของภูมิภาคอาเซียน ด้วยคะแนนรวม 706.97 รองจากมาเลเซีย (714.62 คะแนน) และอินโดนีเซีย (711.03 คะแนน) การแข่งขันในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานของเยาวชนอาเซียนให้ก้าวทันความต้องการของตลาดแรงงานในยุคใหม่ ซึ่งประเทศไทยแสดงให้เห็นว่า "เยาวชนไทยมีทักษะ และศักยภาพในทุก ๆ ด้าน“ ทำให้ผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

นายเดชา กล่าวต่อไปว่า การคว้าอันดับ 3 ในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย เนื่องจากการแข่งขันมีความเข้มข้นสูง และเยาวชนไทยมีมาตรฐานทักษะฝีมือในระดับอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพแรงงานไทยที่พร้อมพัฒนาและแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยผลคะแนนรวมประเทศ (CIS) อย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย 1) มาเลเซีย – 714.62 คะแนน (13 ทอง) 2) อินโดนีเซีย – 711.03 คะแนน (9 ทอง) 3) ไทย – 706.97 คะแนน (5 ทอง) 4) สิงคโปร์ – 706.83 คะแนน (6 ทอง) 5) ฟิลิปปินส์ – 689.96 คะแนน (7 ทอง) 6) ลาว – 668.40 คะแนน 7) กัมพูชา – 646.81 8) เมียนมา – 646 คะแนน 9) ติมอร์เลสเต – 628 คะแนน 10) บรูไน – 616 คะแนน

“นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยที่เยาวชนไทยสามารถสร้างชื่อเสียงในเวทีอาเซียน และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาทักษะแรงงานของประเทศต่อไป” นายเดชากล่าวทิ้งท้าย

สพร. 30 ปราจีนบุรี ฝึกอบรมช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 ฟรี สร้างโอกาส สร้างอาชีพมั่นคง

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 30 ปราจีนบุรี เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1  ฝึกอบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างอาชีพแก่แรงงานในพื้นที่

นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวตรีนุช เทียนทอง ต้องการให้แรงงานมีความรู้ มีคุณภาพ มีทักษะฝีมือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีหน้าที่ในการฝึกอบรมยกระดับฝีมือแรงงานให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะสาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร เป็นสาขาที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 30 ปราจีนบุรี จึงเปิดฝึกอบรมหลักสูตร “ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1” ให้กับบุคคลที่สนใจ จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 1 ระหว่าง วันที่ 24 – 28 พฤศจิกายน 2568 รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 8 – 12 ธันวาคม 2568 ใช้เวลาอบรม รวม 30 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย และจำกัดจำนวนผู้เข้าอบรม รุ่นละ 20 คนเท่านั้น 

นายภัทรวุธ กล่าวอีกว่า หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาความรู้และทักษะด้านการติดตั้ง เดินสาย ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าภายในอาคารตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้ารับการฝึกสามารถประกอบอาชีพได้จริงในภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยผู้สมัครจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มีความพร้อมในการเข้ารับการอบรมตลอดหลักสูตร มีประสบการณ์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือสำเร็จการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้า ผู้ที่สนใจสามารถสมัคร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ นายกันต์พจน์  โทร. 095-306-8968 Line ID: kanphot55 นางสาวอารียา โทร. 086-825-2886

ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 เพื่อยื่นขอหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ เพื่อนำไปประกอบอาชีพช่างไฟฟ้าได้อย่างถูกกฎหมายอีกด้วย นายภัทรวุธ กล่าวทิ้งท้าย

รู้จัก “เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้ยกระดับแรงงานไทยให้เข้มแข็ง ท่ามกลางคลื่นเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน และการรุกคืบของเทคโนโลยีในทุกอุตสาหกรรม การพัฒนา “ทักษะ” คือทางออกที่จะทำให้แรงงานไทยยังเป็นที่ต้องการและไม่ถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ และนี่ก็คือภารกิจอันสำคัญของ “กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน” (กพร.) หน่วยงานที่ทำหน้าที่พัฒนาแรงงานให้เดินคู่มาตรฐานสากล ตั้งแต่วางแผนยุทธศาสตร์ จัดทำมาตรฐานฝีมือ ทดสอบ-รับรองความรู้ความสามารถ ไปจนถึงบริหารกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้สถานประกอบการและแรงงานไทยพร้อมแข่งขันในตลาดโลก

และผู้ที่ขับเคลื่อนภารกิจอันสำคัญนี้ให้เป็นจริงในปี 2568 คือ “เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน คนปัจจุบัน นั่นเอง

สำหรับประวัติของ “เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์” เป็นข้าราชการสายแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้าน “นโยบายสาธารณะ” และ “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” โดยพื้นฐานการศึกษาครอบคลุมทั้งรัฐศาสตร์และการบริหารการพัฒนา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต (บริหารรัฐกิจ) จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต่อยอดความรู้ระดับปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) จาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งทำให้มีมุมมองรอบด้าน ทั้งในเชิงโครงสร้างนโยบายและการพัฒนาคนในระบบเศรษฐกิจ-สังคม

ในเส้นทางราชการ เริ่มต้นจากการทำงานในหน่วยงานระดับพื้นที่ของกระทรวงแรงงาน ก่อนเติบโตสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงที่หลากหลาย สะท้อนประสบการณ์ที่รอบด้านในระบบแรงงานไทย โดยเคยดำรงตำแหน่ง ผู้บริหารงานจัดหางานจังหวัดนครสวรรค์ ต่อมาดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน ภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็น รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และก้าวขึ้นเป็น ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน และ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ตลอดเส้นทางกว่า 30 ปีในระบบราชการ นายเดชาได้สั่งสมประสบการณ์ทั้งด้าน “การพัฒนาฝีมือ” “การคุ้มครองแรงงาน” และ “การจัดหางาน” ครบทุกมิติ จึงเข้าใจห่วงโซ่แรงงานไทยอย่างลึกซึ้ง สามารถออกแบบนโยบายและขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานให้เท่าทันเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21

ในปี 2568 ภายใต้การนำของ เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ในฐานะอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หนึ่งในผลงานชูเด่นคือการเปิดหลักสูตรฝึกอบรมด้าน “ยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม” เพื่อเตรียมแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ในเขต EEC ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยตั้งเป้าฝึกให้ได้ 3,000 คน และจนถึงเวลารายงานได้ดำเนินการแล้วครบ 3,001 คน สะท้อนถึงการยกระดับขีดความสามารถของกรมฯ ให้ก้าวทันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเปิดโอกาสให้แรงงานไทยมีทักษะที่ตลาดต้องการจริง

อีกผลงานที่ไม่อาจมองข้ามคือโครงการฝึกอบรมด้าน “Soft Power” ที่มุ่งยกระดับทักษะแรงงานและขยายแนวคิดการพัฒนาแรงงานจาก ‘ช่างฝีมือ’ สู่ ‘แรงงานสร้างสรรค์’ ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานวัฒนธรรม” ภายใต้เป้าหมายฝึกกว่า 70,000 คนทั่วประเทศในปีนี้ หลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน การสร้างสื่อมัลติมีเดีย นวดแผนไทย สปา บาริสต้า ฯลฯ ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ว่า “แรงงานไทยต้องมีทั้งฝีมือและ Soft Skills ที่สร้างมูลค่า”

นอกจากนี้กรมฯ ภายใต้การนำของอธิบดีเดชายังได้รับรางวัล “Best Performance Award” จาก สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ในฐานะองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านความมั่นคงไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชัดเจนว่า ภายใต้การนำของ “เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ไม่เพียงพัฒนาแรงงาน แต่ยังยกระดับระบบองค์กรให้พร้อมรับความเสี่ยงทางดิจิทัล เป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมพร้อมต่อยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคง

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มอบกำลังใจ ส่ง27เยาวชนไทยสู้ศึก WorldSkills48ที่เซี่ยงไฮ้ มั่นใจฝีมือพร้อมโชว์ศักยภาพ ชูหัวใจนักสู้ไทยสู่ระดับโลก

“อธิบดีบุปผา” มอบพลังใจ 27 เยาวชนไทยก่อนชิงชัย WorldSkills 48 เซี่ยงไฮ้ “เชื่อมั่นฝีมือไทย พร้อมสู้ในเวทีโลก“

นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานให้โอวาทและอวยพรสร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนตัวแทนประเทศไทย ก่อนออกเดินทางไปแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย. 69) โดยมี นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นำคณะเยาวชนตัวแทนประเทศไทย 27 คนใน 22 สาขา สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงานในช่วงเช้า เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และเข้ารับโอวาทอย่างพร้อมเพรียง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคาร DSD กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

นางสาวบุปผา กล่าวว่า ในนามของกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีความยินดีและภูมิใจ เป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับตัวแทนประเทศไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นและการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย พร้อมย้ำให้เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นในสิ่งที่ฝึกฝนมา มีสมาธิ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และทำให้ดีที่สุดในทุกวินาทีของการแข่งขัน สำหรับการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ จัดทุก 2 ปี ปีนี้เป็นครั้งที่ 48 กำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 28 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติเซี่ยงไฮ้ (The National Exhibition and Convention Center :NECC) นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจัดแข่งขัน 64 สาขา มีผู้เข้าแข่งขันจาก 73 ประเทศ รวมผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 1,400 คน สำหรับประเทศไทยส่งตัวแทนเยาวชน 27 คนใน 22 สาขา ประกอบด้วย

1) สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม) ได้แก่ นายปิยังกูร มารัศมี และนายธีรภัทร เตชะชมภูเวทย์
2) สาขาการเขียนแบบวิศวกรรมเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ ได้แก่ นายสรวิศ เก่งธัญกรรม
3) สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม ได้แก่ นายรัชชานนท์ ทิพฤาชา
4) สาขาการปูกระเบื้อง ได้แก่ นายธนพล ถวิลมาตร์
5) สาขาเทคโนโลยีเว็บ ได้แก่ นายอรรถสิทธิ์ แสงศักดิ์
6) สาขาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ได้แก่ นายอมรฤทธิ์ เชาวิรัตน์
7) สาขาการก่ออิฐ ได้แก่ นายศุภกฤต แสงธูป
8) สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ประเภททีม) ได้แก่ นายสุวิจักขณ์ จักวาโชติ และ นายรัชนาท ศิริคุณ
9) สาขาไม้เครื่องเรือน ได้แก่ นายสิทธิกานต์ หลวงนา
10) สาขาการแต่งผม ได้แก่ นายศักรินทร์ สังคนุช
11) สาขาการประกอบอาหาร ได้แก่ นายนครินทร์ จรูญพันธุ์วณิช
12) สาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ นางสาวพัชรมล ลิ่มทอง
13) สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น ได้แก่ นายศักดิ์สิทธิ์ พิมพ์รัตน์
14) สาขากราฟิกดีไซน์ ได้แก่ นายเมธาสิทธิ์ วิสาขชัย
15) สาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย ได้แก่ นางสาวชญานิศวร์ ศรีสวัสดิ์เพ็ญ
16) สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ ได้แก่นายเอกภพ สีทอน
17) สาขาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ประเภททีม) ได้แก่ ร้อยตำรวจโท กรวิชญ์ ในกระโทก และว่าที่ร้อยตำรวจตรี นันท์ธร จอมศิลป์
18) สาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกลึง) ได้แก่ นายวรชาติ แตงรื่น
19) สาขาอุตสาหกรรม 4.0 (ประเภททีม) ได้แก่นายคณาธิป กรสันเทียะ และ นายสิรภพ ไกรคุ้ม
20) สาขาการบูรณาการระบบหุ่นยนต์ (ประเภททีม) ได้แก่ นายธนกฤต ศรีมาคำ และ นายภาคิน เกลี้ยงเมือง
21) สาขาการซ่อมตัวถังรถยนต์ ได้แก่ นายธีระพงษ์ บุญเรือน
22) สาขาเทคโนโลยีสีรถยนต์ ได้แก่ นายปวเรศ โวหารลึก
.
นางสาวบุปผา กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื่อมั่นในศักยภาพและฝีมือของเยาวชนไทยทั้ง 27 คน ที่ผ่านการคัดเลือกและสั่งสมประสบการณ์จากเวทีการแข่งขันมาแล้ว จึงมั่นใจว่าทุกคนมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลก และสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มความสามารถ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานคาดหวังผลการแข่งขันที่ดีในทั้ง 22 สาขา อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงผลแพ้หรือชนะ แต่คือการที่เยาวชนทุกคนได้ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ ขอให้นำความมุ่งมั่น ความพยายาม และหัวใจของนักสู้ขึ้นไปบนเวทีเซี่ยงไฮ้ ให้ทั่วโลกได้เห็นว่า คนไทยมีฝีมือ มีศักยภาพไม่แพ้ชาติใด และพร้อมก้าวไปสู่มาตรฐานระดับสากล ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ แล้วนำประสบการณ์และความภาคภูมิใจกลับมาเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยรุ่นต่อไป

ทั้งนี้ ในช่วงบ่าย เยาวชนตัวแทนประเทศไทย จะรับฟังบรรยายธรรม และฝึกสมาธิ ที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เพื่อเสริมสร้างสมาธิ และมีจิตใจที่ผ่องใสก่อนการเดินทางไปแข่งขันฯ อีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top