Friday, 28 August 2026
กกพ.

ค่าไฟบ้านจ่อปรับโครงสร้าง!! ปรับค่าไฟบ้านแบบ Progressive Rate กกพ. เปิดรับฟังความเห็นปรับโครงสร้างค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ชูอัตราก้าวหน้า สะท้อนต้นทุน–ลดใช้ไฟฟุ่มเฟือย

“กกพ.” เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ตามมติ กพช.

รับฟังความเห็นทุกภาคส่วน ประกอบการพิจารณาแนวทางค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามขั้นตอนของกฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 และมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งกำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป ในลักษณะอัตราก้าวหน้า เพื่อสะท้อนต้นทุนและส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ภายหลังมติ กพช. สำนักงาน กกพ. ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดทำข้อเสนอการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ภายใต้กรอบนโยบายของภาครัฐ และตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

การพิจารณาข้อเสนอในครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 65–70 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดให้การกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าต้องคำนึงถึงต้นทุน

ที่เหมาะสม ความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้รับใบอนุญาต ความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล และการไม่เลือกปฏิบัติ โดยผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าจะเป็นผู้เสนออัตราค่าไฟฟ้าเพื่อให้ กกพ. พิจารณา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

สำหรับข้อเสนอที่นำมารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้จัดทำกรณีศึกษา จำนวน 4 กรณี โดยทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติ กพช. ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ในส่วนของค่าพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กำหนด และส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงขึ้น จะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ ไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทั้ง 4 กรณีศึกษา กำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า (Block) 

โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ขณะที่กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดยยังคงหลักการสะท้อนต้นทุนที่เหมาะสม และคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะถูกนำมารวบรวม วิเคราะห์ และใช้ประกอบการพิจารณาของ กกพ. ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2569 ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th

ข่าวดีค่าไฟบ้านยังไม่ขยับ!! กกพ. คงค่าไฟ ก.ย.–ธ.ค. 69 ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ให้ กฟผ.แบกหนี้ค้างจ่าย 3.1 หมื่นล้าน คงค่าไฟปลายปี 69 เท่ารอบก่อน ลดแรงกดดันค่าครองชีพประชาชน

กกพ. คงอัตราค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2569 ไว้เท่าเดิมที่ 3.95 บาทต่อหน่วย

ที่ประชุม คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้คงอัตราค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2569 ไว้เท่าเดิมที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งมาจากค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย รวมกับค่า Ft 16.23 สตางค์ต่อหน่วย โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แบกรับภาระค่าไฟฟ้าที่ค้างจ่ายไว้ทั้งหมด 31,268 ล้านบาทเอาไว้ก่อน

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 ได้พิจารณาอัตราค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2569 ภายหลังจากเปิดรับฟังความเห็นประชาชนเกี่ยวกับค่าไฟฟ้าใน 4 กรณี ไประหว่างวันที่ 13-20 ก.ค. 2569
โดยที่ประชุม กกพ. มีมติเห็นชอบให้คงอัตราค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2569 ไว้เท่าเดิมที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งหลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จะประกาศให้ประชาชนได้รับทราบอัตราค่าไฟฟ้า 3.95 บาทต่อหน่วย ดังกล่าวต่อไป

สำหรับอัตราค่าไฟฟ้า 3.95 บาทต่อหน่วยดังกล่าว เป็นอัตราค่าไฟฟ้าที่ถูกที่สุดใน 4 กรณีที่ กกพ. ได้เปิดรับฟังความเห็นประชาชน และเป็นอัตราเดิมที่เท่ากับค่าไฟฟ้างวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2569 โดยทั้ง 4 กรณีประกอบด้วย

1.ค่าไฟฟ้ารวม 4.73 บาทต่อหน่วย ซึ่งมาจากค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย รวมกับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) 94.82 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีการชำระหนี้ค่าไฟฟ้าค้างจ่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในครั้งเดียวหมด 31,268 ล้านบาท

2. ค่าไฟฟ้ารวม 4.25 บาทต่อหน่วย ซึ่งมาจากค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย รวมกับค่า Ft 46.27 สตางค์ต่อหน่วย โดย กฟผ. แบกรับค่าไฟฟ้าที่ค้างจ่ายไว้ทั้งหมด 31,268 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อเสนอของ กฟผ.

3. ค่าไฟฟ้ารวม 4.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งมาจากค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย รวมกับค่า Ft 41.27 สตางค์ต่อหน่วย โดย กฟผ. แบกรับค่าไฟฟ้าที่ค้างจ่ายไว้ทั้งหมด 31,268 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงค่า Pool Gas ให้เหมาะสมกับปัจจุบันตามนโยบายกระทรวงพลังงาน

4. ค่าไฟฟ้ารวม 3.95 บาทต่อหน่วย (ค่าไฟฟ้าเท่าเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง) ซึ่งมาจากค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย รวมกับค่า Ft 16.23 สตางค์ต่อหน่วย โดย กฟผ. แบกรับค่าไฟฟ้าที่ค้างจ่ายไว้ทั้งหมด 31,268 ล้านบาท ซึ่งอัตราดังกล่าวมาจากการปรับปรุงค่า Pool Gas และ กกพ. นำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) มาใช้ลดค่าไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center – ENC) รายงานว่า ก่อนที่สำนักงาน กกพ. จะเปิดรับฟังความเห็นค่าไฟฟ้าใน 4 กรณีดังกล่าว ทางกระทรวงพลังงานได้เชิญ กกพ. มาหารือเรื่องค่าไฟฟ้าเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 โดยได้ขอให้ กกพ. ประสานงานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ไปดำเนินการปรับประมาณการค่า Pool Gas ใหม่เพื่อให้ได้ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม โดย ปตท. ได้ปรับลดราคานำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดจร (Spot LNG) ลง จาก 18.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบีทียู เหลือ 17.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบีทียู ขณะที่ กฟผ. ได้ปรับลดต้นทุนด้านเงินค้างสะสม (AF) จาก 94.82 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 89.82 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสามารถอยู่ในระดับที่เหมาะสมและเปิดรับฟังความเห็นประชาชนดังกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top