‘อักษรศรี’ วิเคราะห์ผลประชุมลับพรรคคอมมิวนิสต์จีน!! ‘สี จิ้นผิง’ จัดทัพใหญ่ ก่อนตัดสินใจเรื่องไต้หวัน วิเคราะห์การปรับโครงสร้างอำนาจ PLA หลังประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน จับตาเก้าอี้ผู้นำกองทัพที่ยังว่าง

ผลประชุมลับพรรคฯ สีจิ้นผิงจะเร่งรวมชาติไต้หวันหรือไม่

โดย อักษรศรี พานิชสาส์น

จากผลการประชุมลับแบบเต็มคณะครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ณ โรงแรม Jingxi ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) สายข่าวด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงของจีนมีการประเมินกันว่า  “ปฏิบัติการบุกยึดเกาะไต้หวันในตอนนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างต่ำ” แล้วทำไมจึงประเมินเช่นนั้น

บทความนี้จะมาวิเคราะห์ไล่เรียงในแต่ละประเด็นจากเนื้อหาในเอกสาร #แถลงการณ์ฯ 🇨🇳 ผลการประชุมลับในครั้งนี้ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ครั้งที่ 5 (Fifth Plenary Session of the 20th Central Committee of the CPC)  ที่เผยแพร่โดยทางการจีน เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา 

โดยมีการรับรองมติว่าด้วยการควบคุมและบริหารจัดการพรรคอย่างเข้มงวด และรอบด้านอย่างเด็ดเดี่ยว และต่อเนื่อง (Resolution on Certain Major Issues concerning Persevering with Full and Rigorous Party Self-Governance)

ผลการประชุมลับของพรรคฯ ที่โรงแรม Jingxi ในครั้งนี้  สื่อทั่วโลกจะจับตาในประเด็น #การขับไล่สมาชิกพรรคฯระดับสูง 33 คน ในจำนวนนี้ 16 คนมาจาก #กองทัพจีน PLA  ตามมติพรรคฯ ที่มีทิศทางชัดเจนในการเดินหน้าควบคุมวินัยพรรคอย่างเข้มงวด

มีข้อสังเกตว่า  มีระดับสูงของทหารเพียงคนเดียวที่ได้รับการเลื่อนชั้นแต่งตั้งเข้าสู่การเป็นสมาชิกคณะกรรมการกรมการเมือง (Politburo) ชุดที่ 20 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นองค์กรตัดสินใจสูงสุดของพรรค ก็คือ พลเอก #จางเซิงหมิน (Zhang Shengmin) รองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง (Central Military Commission : CMC) 

ที่ผ่านมา สีจิ้นผิงไว้วางใจให้พลเอก จางเซิงหมิน ดูแลด้านการตรวจสอบวินัยของ CMC (เปรียบเสมือนองค์กร ป.ป.ช. ของกองทัพ) ทำหน้าที่กวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชัน

ตามธรรมเนียมของพรรคฯ กำหนดให้โปลิตบูโรมีทหารสองที่นั่ง คือรองประธาน CMC ทั้งสองคน (คนหนึ่งเป็นผู้บัญชาการสายยุทธการ อีกคนดูแลงานการเมือง)  แต่อำนาจที่แท้จริงทั้งหมดในกองทัพ จะอยู่ที่ประธาน CMC ฝ่ายพลเรือนแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือ สีจิ้นผิง

ประเด็นคือ ในขณะนี้ สีจิ้นผิงยังไม่มีการตั้งนายพลใหม่เติมเก้าอี้ที่ว่าง  ทำให้เก้าอี้ทั้งห้าตัวใน CMC ยังว่างอยู่   #ทำไมสีจิ้นผิงยังไม่ได้เติมเก้าอี้ที่ว่างลงเหล่านี้ คาดว่า ยังไม่ไว้วางใจนายพลผู้นำกองทัพ จึงยังไม่ตั้งแม่ทัพใหม่ ทั้งหมดนี้ ยังอยู่ในขั้นตรวจสอบนายทหารระดับสูง  

ดังนั้น สายข่าวความมั่นคงของจีน จึงประเมินว่า  ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้  โอกาสที่จะเกิดปฏิบัติการบุกยึดเกาะไต้หวัน จึงยังมีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างยังต่ำ

แต่ทั้งหมดนี้  ไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริงเบื้องหลัง  ทุกการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับสีจิ้นผิง #ผู้ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในมือ และมีความมุ่งมั่นที่จะรวมชาติให้สำเร็จ (โดยเฉพาะในช่วงจังหวะเวลาที่โดนัลด์ #ทรัมป์ 🇺🇸 ยังอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ซึ่งสีจิ้นผิงน่าจะได้พูดคุยเคลียร์กับทรัมป์ได้ง่ายกว่าคนอื่นขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้ เพื่อไม่ให้สหรัฐฯ มาจุ้นจ้านขัดขวาง #ภารกิจรวมชาติ กับไต้หวัน) 

ในช่วงเวลานี้  กองทัพจีนกำลังอยู่ในช่วงจัดทัพภายใน บรรดานายพลจีนทั้งหลายจะต้องพิสูจน์ความภักดีและแสดงฝีมือให้สีจิ้นผิงได้เห็นว่า มีความพร้อมขั้นสูงสุดในการปกป้องผลประโยชน์ที่สำคัญยิ่งยวดและเป็น“#เส้นแดง”ของจีนที่ไม่ยอมให้ชาติใดมารุกล้ำละเมิด นั่นคือ ช่องแคบไต้หวันและทะเลจีนใต้ 

มติที่ประชุมฯ ในครั้งนี้ มีการขับไล่สมาชิกพรรคฯระดับสูง 16 คนที่มาจากกองทัพ PLA มีตัวอย่างตัว Top นายพลทหารที่ถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคฯ  คือ พลเอก #จางโหย่วเซีย (Zhang Youxia) อดีตรองประธาน CMC  และพลเอก #หลิวเจิ้นลี่ (Liu Zhenli) อดีตเสนาธิการร่วมฯ นอกจากนี้  ยังมีอดีตรัฐมนตรีกลาโหมของจีนอีก 2 คนที่ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต  (รอลงอาญา)

มีข้อสังเกตว่า  กรรมการกลางพรรคตัวจริง 205 คน มาร่วมประชุมเพียง 162 คน นับว่าต่ำที่สุด (นับตั้งแต่ยุคหลังประธานเหมาเจ๋อตง)

สำหรับประเด็นสำคัญในแถลงการณ์ผลการประชุมฯ สรุปได้ดังนี้ 

ประการแรก  การยกระดับความเข้มงวด และจัดการปัญหาภายในพรรค เพื่อการต่อสู้กับความหย่อนยานในอดีต  

ที่ประชุมชื่นชมความกล้าหาญทางการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ในการเผชิญหน้าและแก้ไข ปัญหาพรรค ในอดีตที่มีลักษณะ "อ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ และขาดการควบคุมดูแลตัวเอง" 

มีการเน้นย้ำถึงการใช้มาตรการที่เข้มงวดที่สุด (Stringent measures) และความพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อขจัดปัญหา“คอร์รัปชัน” และการทุจริตในโครงการที่ทำเพื่อตนเองและเอื้อพวกพ้อง 

ประการที่สอง  ทิศทางและเป้าหมายในอนาคต ประกาศยึดมั่นในอุดมการณ์ และเรียกร้องให้สมาชิกพรรคทุกคนรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น มีคณะกรรมการกลางพรรคที่มีสีจิ้นผิงเป็นแกนกลาง และนำ " #ความคิดสีจิ้นผิงว่าด้วยลัทธิสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะของจีนในยุคใหม่" ไปปฏิบัติอย่างเต็มที่

ในด้านเศรษฐกิจ  แถลงการณ์มติที่ประชุมฯ ยึดตามแผนพัฒนาฯ 5 ปี ฉบับที่ 15 โดยระบุว่า   เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและภารกิจหลักด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปีนี้ รวมถึงเป็นการวางรากฐานที่ดีสำหรับการเริ่มต้น #แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 

(1) จะยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของการสร้างความก้าวหน้าไปพร้อมกับ การรักษาเสถียรภาพ 

(2) ดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาใหม่ ในทุกด้านอย่างเต็มที่ เร่งสร้างรูปแบบการพัฒนาใหม่ 

(3) ใช้ประโยชน์จากนโยบายมหภาคอย่างเต็มที่และเหมาะสม 

(4) ดึงศักยภาพของ อุปสงค์ภายในประเทศ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น 

(5) เดินหน้าปฏิรูปและเปิดประเทศต่อไป

(6) ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูง และยั่งยืนด้วยนวัตกรรม

ประการสุดท้าย เดินหน้ามุ่งสู่การสร้างความทันสมัยแบบจีน (Chinese modernization) ตั้งเป้าหมายในการร่วมมือกันพัฒนาและนำพาประชาชนชาวจีนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ เดินหน้าสร้างประเทศจีนให้เป็น “#ประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยในทุกมิติ” และขับเคลื่อน “#การฟื้นฟูชาติ”

อีกเรื่องที่น่าสนใจ  ในแถลงการณ์ฯ เน้นเรื่อง "Implementing the Five-Sphere Integrated Plan and the Four-Pronged Comprehensive Strategy in a coordinated way"  ด้วยการนำเอา 2 ยุทธศาสตร์ใหญ่ของจีนมารวมกันและขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันในแบบบูรณาการ 

โดยแยกออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

(1) แผนปฏิรูปบูรณาการ 5 มิติ (The Five-Sphere Integrated Plan) ภาษาจีนเรียกว่า "อู่เว่ยอี่ถี่" เป็นการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้ครอบคลุมและสมดุลใน 5 ด้านหลัก เพื่อไม่ให้เน้นไปที่การเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต ดังนี้

* ด้านเศรษฐกิจ (Economic): มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูงและการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง​* ด้านการเมือง (Political): พัฒนาระบบประชาธิปไตยในกระบวนการทั้งหมดของประชาชน (Whole-process people's democracy) และธรรมาภิบาล

* ด้านวัฒนธรรม (Cultural): เสริมสร้างวัฒนธรรมจีน อุดมการณ์สังคมนิยม และการสื่อสารมวลชน

* ด้านสังคม (Social): ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่กลมเกลียว

* ด้านนิเวศวิทยา (Ecological): เน้นความก้าวหน้าทางสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการพัฒนาสีเขียว (Eco-environmental progress) 

(2) ยุทธศาสตร์รอบด้าน 4 ประการ (The Four-Pronged Comprehensive Strategy) ภาษาจีนเรียกว่า "ซื่อเก้อเฉวียนเมี่ยน" เป็นแนวทางปฏิบัติในเชิงรุก 4 ด้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการบริหารประเทศ ดังนี้

* สร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยอย่างรอบด้าน (Build a modern socialist country)

* ปฏิรูปเชิงลึกอย่างรอบด้าน (Deepen reform across the board)

* บริหารประเทศตามหลักนิติธรรมอย่างรอบด้าน (Advance law-based governance)

* กวดขันวินัยและปกครองพรรคอย่างเข้มงวดรอบด้าน (Strengthen full and rigorous Party self-governance) 

จะเห็นได้ชัดเจนว่า “#วินัยพรรค” เป็นประเด็นหลักที่ถูกเน้นย้ำอย่างมากในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 ปี 2026 นี้

โดยสรุป  ผลการประชุมพรรรคฯ ครั้งนี้ สะท้อนแนวทางสีจิ้นผิง คือ“เข้มงวด เด็ดเดี่ยว และต่อเนื่อง” และสีจิ้นผิงกำลังอยู่ในช่วง #จัดวางตัวผู้นำกองทัพจีน  

ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้  สายข่าวความมั่นคง จึงประเมินความเป็นไปได้ที่จะเกิดปฏิบัติการบุกยึดเกาะไต้หวันในช่วงนี้ ยังค่อนข้างยังต่ำ  หากแต่ปฏิบัติการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไรและอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับ #การตัดสินใจของสีจิ้นผิง ผู้ที่มีอำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดินจีน และมีความมุ่งมั่นที่จะรวมชาติให้สำเร็จ โดยจะต้อง #จบแบบไม่ยืดเยื้อ และไม่มีชาติอื่นมาขัดขวางภารกิจสำคัญยิ่งยวดนี้

อ้างอิง : เอกสาร Communique of the Fifth Plenary Session of the 20th Central Committee of the Communist Party of China ที่เผยแพร่โดยทางการจีน

https://www.facebook.com/share/p/1EsArbTZpM/?mibextid=wwXIfr