ประเทศตัวตึงสายแข็ง“น้องรักของจีน”มีใครบ้าง ? โดย ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น
ในยุคโลกหันขวา และมีความขัดแย้งต่อสู้ปะทะกันในหลายพื้นที่ของโลก หลายคนเริ่มกังวลกับโอกาสเกิด “สงครามใหญ่” และเกิดคำถามว่า แล้วถ้ารบกัน ประเทศไหนจะอยู่ฝ่ายใด ใครจะเข้าพวกกับใคร จะเอียงข้างไหน บทความนี้จะเน้นวิเคราะห์ประเทศตัวตึงสายแข็งที่เป็น“น้องรัก”พร้อมอยู่เคียงข้างจีน โดยจะไล่เรียงตาม “ความดุดัน”ของแต่ละประเทศ วัดจากความพร้อมชนทางการทหารและต่อต้านขั้วอำนาจตะวันตก การจับมือกับ จีนด้านความมั่นคง ความร่วมมือทางการทหาร/ฐานทัพ และการซ้อมรบร่วมกับจีน รวมทั้งความกล้าเลือกข้างจีน อย่างเปิดเผย และแสดงจุดยืนปกป้องผลประโยชน์ของจีน
1) เริ่มจาก“เกาหลีเหนือ” นอกจากจะเป็นประเทศตัวตึงแสนดุดันที่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ครอบครอง เกาหลี เหนือยังเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการของจีน (Treaty Ally) เป็น“ประเทศเดียว” ในโลกที่จีนมีสนธิสัญญา ป้องกันประเทศร่วมกันอย่างเป็นทางการ (Sino-North Korean Treaty of Friendship, Cooperation, and Mutual Assistance) หากเกาหลีเหนือถูกโจมตี จีนมีพันธกรณีต้องเข้าช่วยรบ เกาหลีเหนือก็พร้อมสนับสนุน ช่วยเหลือจีนอย่างเต็มที่ กองทัพของทั้งสองประเทศประสานงานกันอย่างใกล้ชิด
2) ถัดมาคือ“อิหร่าน”น้องรักแสนดุดันของจีนในภูมิภาคตะวันออกกลาง กองกำลังของอิหร่านพร้อมต่อสู้ ตอบโต้ และต่อต้านกองทัพของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรอย่างไม่เกรงกลัว ที่ผ่านมา จีนให้การช่วยเหลืออิหร่านในรูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จีนช่วยผลักดันให้อิหร่านเข้าเป็น สมาชิกกลุ่ม BRICS และกลุ่ม Shanghai Cooperation Organization : SCO เพื่อช่วยอิหร่านจากการถูกโดด เดี่ยวโดยสหรัฐฯ และชาติตะวันตก จีนพร้อมสนับสนุนทางการทูตให้อิหร่านในเวทีสหประชาชาติ ฝ่ายอิหร่านก็ตอบแทนจีนด้วยการส่งออกน้ำมันดิบขายให้ในราคาถูกพิเศษ ชำระด้วยเงินหยวน และ เปิดทางให้จีนมีโอกาสผูกขาดและเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อแลกกับการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ รวมทั้ง เทคโนโลยีทางการทหารจากจีน และอื่นๆ เช่น สัญญานดาวเทียมเป่ยโต่ว (BeiDou) ของจีน ในปี 2021 ทั้งคู่ลงนามในความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระยะยาว 25 ปี ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการทหาร (จีนไม่เคยทำข้อตกลงที่ลึกซึ้งเช่นนี้กับประเทศอื่นในภูมิภาค) จีนต้องการใช้อิหร่านเป็น 1 เครื่องมือคานอำนาจกับสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยที่ไม่จำเป็นต้องประกาศความเป็นพันธมิตรทางทหารอย่าง เปิดเผย (แตกต่างกับกรณีเกาหลีเหนือ) ทั้งนี้ เพื่อรักษาดุลอำนาจกับประเทศอื่นในตะวันออกกลาง จีนยังคงต้องรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ที่ใกล้ชิดกับซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งประเทศอ่าวอาหรับอื่นๆด้วย
3) “ปากีสถาน” น้องรักสายแข็งในเอเชียใต้ของจีน ปากีสถานเป็นอีกประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ใน ครอบครอง สีจิ้นผิงใช้คำเรียกปากีสถานว่าเป็น“พี่น้องแนบแน่นดุจเหล็กกล้า”(Iron Brother) ที่ผ่านมา ปากีสถานมีความตึงเครียดชายแดน/สู้รบกับอินเดียหลายครั้ง จีนคบกับปากีสถานเพื่อใช้ถ่วงดุลอำนาจกับอินเดีย แม้ว่าจีนกับปากีสถานไม่มีสนธิสัญญาป้องกันประเทศร่วมกันอย่างเป็นทางการ แต่คู่นี้มีความสัมพันธ์ใน ระดับ "หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในทุกสถานการณ์" (All-Weather Strategic Cooperative Partnership) และปากีสถานพึ่งพาจีนด้านเทคโนโลยีทางทหารและยุทโธปกรณ์ ความสัมพันธ์ด้านการทหารของคู่ นี้มีทั้งการขายอาวุธให้ในราคามิตรภาพ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการร่วมผลิต เช่น การร่วมผลิตเครื่องบินรบ ภายใต้โครงการ JF-17 Thunder นอกจากนี้ จีนยุคสีจิ้นผิงได้เข้าไปลงทุนมูลค่ามหาศาลในโครงการระเบียงเศรษฐกิจ China- Pakistan Economic Corridor : CPEC ภายใต้ยุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง (BRI) เช่น จีนไปช่วยพัฒนาท่าเรือน้ำลึก กวาดาร์ เพื่อใช้ปากีสถานเป็นทางออกสู่ทะเลอาหรับ และใช้เป็นอีกเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญ
4) ในทวีปละตินอเมริกา คิวบาเป็นสหายร่วมอุดมการณ์สังคมนิยมกับจีนมาอย่างยาวนาน และเป็น เสมือน "หน้าด่านสายแข็ง" ของจีนที่ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งสหรัฐฯ เพียงไม่กี่ไมล์ คิวบามีประวัติศาสตร์กล้าท้าชน เผชิญกับมหาอำนาจสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนใจแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองจากสหรัฐฯ จีนคบกับคิวบา เพื่อยืมมือใช้คานอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์กับโลกตะวันตก และช่วยสนับสนุนคิวบาในเวที ระหว่างประเทศ เช่น การประณามและเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับคิวบา และให้การ ช่วยเหลือคิวบาในรูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อการค้าและโครงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน และการบริจาคให้เปล่า เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไปจนถึงการขายอาวุธให้ในราคาพิเศษ หรือการให้เงินกู้เพื่อซื้ออาวุธ และช่วยให้คิวบาปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย ในหลายกรณี จีนก็ยกหนี้ให้คิวบา 2 ในเชิงยุทธศาสตร์ จีนให้ความช่วยเหลือเหล่านี้ เพื่อแลกกับการใช้คิวบาเป็นฐานปฏิบัติการเพื่อความมั่นคง ของจีน รวมทั้งการจัดตั้งสถานีภาคพื้นดินสำหรับระบบดาวเทียมเป่ยโต่วในคิวบา ซึ ่งถูกจับตามองจากสหรัฐฯ ด้วย ความกังวลว่า จีนจะใช้คิวบาเป็นฐานปฏิบัติการด้านข่าวกรอง และติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารและฐานทัพ สำคัญของสหรัฐฯ ในรัฐฟลอริดาอย่างใกล้ชิด
5) น้องรักของจีนในยุโรป คือ เซอร์เบีย ประเทศสายแข็งที่ยืนเดี่ยวท้าทายตะวันตก เซอร์เบียมีความดุดัน ในแง่ของอุดมการณ์และการทูต และเป็นประเทศเดียวในยุโรปที่ปฏิเสธการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมทั้งไม่สนใจเข้าร่วม กลุ่ม NATO และพร้อมใช้การทูตที่แข็งกร้าว เพื่อปกป้องอธิปไตยเหนือพื้นที่ข้อพิพาทโคโซโว (Kosovo) อีกจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่มีผลต่อความสัมพันธ์จีน-เซอร์เบีย คือ เหตุการณ์ในปี 1999 ฝ่ายกองกำลัง NATO นำโดยสหรัฐฯ มีการโจมตีทิ้งระเบิดในกรุงเบลเกรด (เมืองหลวงของเซอร์เบีย) เพื่อยุติสงครามโคโซโว แต่ เกิดเหตุไม่คาดคิด ขีปนาวุธของสหรัฐฯกลับพุ่งชนสถานทูตจีนประจำกรุงเบลเกรด ส่งผลให้นักข่าวชาวจีนเสียชีวิต และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เหตุการณ์นี้สร้างบาดแผลและความโกรธแค้นให้กับทั้งชาวจีนและชาวเซิร์บ จีนยื่นมือเข้ามาสนับสนุนเซอร์เบียในหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ในยามที่เซอร์เบียถูกกดดัน/โดดเดี่ยว จากสหภาพยุโรป และโลกตะวันตก เซอร์เบียพึ่งพาจีนทางการทหาร และเป็นประเทศแรกในยุโรปที่สั่งซื้อ“ระบบ ป้องกันภัยทางอากาศระดับสูง FK-3”จากจีน รวมทั้งโดรนติดอาวุธ (CH-92A) จากจีน ในแง่ผลประโยชน์ จีนปักหมุดสร้างความใกล้ชิดกับเซอร์เบีย เพื่อใช้เป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้อยู่ใจกลางทวีป ยุโรป และใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเข้าสู่คาบสมุทรบอลข่านและยุโรป ภายใต้โครงการ BRI จีนได้ลงทุนสร้าง รถไฟเชื่อมกรุงเบลเกรด (เซอร์เบีย) - กรุงบูดาเปสต์ (ฮังการี) ซึ ่งเปิดให้บริการขนส่งสินค้าอย่างเป็นทางการแล้ว เดือนกุมภาพันธ์ ปีนี ้ และช่วยลดระยะเวลาขนส่งจาก 8 ชั่วโมงเหลือเพียง 4-5 ชั่วโมง
6) “ทาจิกิสถาน” น้องรักของจีนในเอเชียกลาง จีนใช้เป็นป้อมปราการเพื่อความมั่นคง ด้วยพรมแดนที่ติด กับซินเจียงของจีนและอัฟกานิสถาน ทาจิกิสถานเป็นประเทศเดียวในเอเชียกลางที่ยอมเปิดทางให้จีนเข้ามาตั้ง “ฐานทัพลับ” โดยกองกำลังกึ่งทหารของจีน และหน่วยลาดตระเวนร่วมบริเวณชายแดนจุดตัดของ 3 ประเทศ (ถือ เป็นปฏิบัติการทางทหารกึ่งถาวรของจีน) เพื่อความมั่นคงในซินเจียงของจีน และร่วมมือกันล่าตระเวนปราบปราม ลัทธิสุดโต่งทางศาสนา ที่ผ่านมา ทาจิกิสถานมีความดุดันแข็งกร้าวในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย และใช้กำลัง ปราบกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนาอย่างเด็ดขาด 3 ล่าสุด ในปี 2026 จีนและทาจิกิสถานยกระดับความสัมพันธ์และลงนามใน“สนธิสัญญามิตรภาพและ ความเป็นพันธมิตรอย่างถาวร”(Permanent Friendship Treaty) เน้นความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร การต่อต้านการก่อการร้าย และด้านข่าวกรอง รวมทั้งความร่วมมือด้านพลังงานและอื่นๆ เช่น ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Central Asia-China Gas Pipeline Line D (ผ่านเติร์กเมนิสถาน-อุซเบกิสถาน-ทาจิกิสถาน-คีร์กีซสถาน-ซินเจียง ของจีน) แนวท่อส่งก๊าซสาย D นี้ จะวิ่งผ่านเมืองสำคัญหลายแห่งในทาจิกิสถาน รวมระยะทางกว่า 391 กิโลเมตร
7) สำหรับกลุ่มอาเซียน กัมพูชา ถือเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุดของจีน และเป็นน้องรักสายเหล็กกล้า อีกรายของจีน (Ironclad Friends) ผู้นำตระกูลฮุนของกัมพูชากล้าแสดงออกในการ“เลือกข้างจีน”อย่างชัดเจน ฮุนเซนเคยคัดค้านการออกแถลงการณ์ร่วมของอาเซียนที่มีประเด็นทะเลจีนใต้ เพื่อปกป้องจีนอย่างเปิดเผย กัมพูชาเปิดทางให้กองทัพจีนเข้ามาช่วยปรับปรุงและนำเรือรบเข้าเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม และกองทัพ กัมพูชาพึ่งพาการสนับสนุนทางการทหารจากจีนสูงมาก
(อ่านรายละเอียดได้ในบทความ “จีนคบกัมพูชาแบบไหน และฮุนเซนรับใช้จีนอย่างไร”
ใน https://thestandard.co/china-cambodia-hun-sen-thailand-ties/ )
ล่าสุด จีนและกัมพูชามีการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ผ่านกลไก 2+2 คือ การประชุมร่วม ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมเป็นครั้งแรก ในเดือนเมษายน 2569
8) อีกประเทศน้องรักของจีนในอาเซียน คือ เมียนมา เป็นเสมือนรัฐกันชนของจีนที่ติดกับอินเดีย รัฐบาล ทหารเมียนมาต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากจีน ทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการทหารและการทูต จีนทำหน้าที่เป็นทั้ง“ท่อ น้ำเลี้ยงหลัก”และเกราะคุ้มกันทางการทูตที่ช่วยให้รัฐบาลทหารเมียนมาสามารถควบคุมอำนาจรัฐ ท่ามกลางการ ถูกโดดเดี่ยวจากเวทีสากล ในมุมผลประโยชน์ของจีน เมียนมามีความสำคัญในแง่การเป็นแหล่งพลังงาน และการเป็นด่านหน้าออกสู่ มหาสมุทรอินเดีย จีนใช้เมียนมาเป็นทางลัดเลี่ยงช่องแคบมะละกา โดยได้ลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึกจ้าวผิ่ว (Kyaukphyu) หรือท่าเรือ“เจียวเพียว”ในภาษาจีนกลาง ท่าเรือแห่งนี้อยู่ในรัฐยะไข่ รวมทั้งการสร้างท่อส่งน้ำมัน และท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ระยะทางเกือบ 800 กิโลเมตร เชื่อมตรงเข้ามณฑลยูนนานของจีน เพื่อเป็นเส้นทางสำรอง ในการขนส่งสินค้าและพลังงานเชื่อมกับมหาสมุทรอินเดียได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านสิงคโปร์หรือผ่านพื้นที่อิทธิพลของ สหรัฐฯ 4
9) ปิดท้ายด้วยอีกประเทศสายแข็งแสนดุดันที่ไม่ใช่น้องรักแต่เป็น“เพื่อนรัก”สุดซี้ของจีน คือ รัสเซีย ทั้ง สองประเทศยกระดับความสัมพันธ์“หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ไร้ขีดจำกัด” (No-Limits Partnership) ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงและประธานาธิบดีปูตินมีการแลกเปลี่ยนการเยือนกันอย่างต่อเนื่อง มีความร่วมมือกันในทุก มิติอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการซ้อมรบร่วมกันบ่อยครั้ง ทั้งทางทะเลและทางอากาศ (อ่านรายละเอียดได้ในบทความ “ทำไมปูตินยอมยกดินแดนพิพาท"ซื้อใจจีน"และกลายเป็น"คู่ซี้"สีจิ้นผิง” ใน https://thestandard.co/putin china-territory-friendship/)
โดยสรุป ประเทศสายแข็งเหล่านี้กลายเป็นน้องรักที่จีนให้การอุปการะ“เลี้ยงต้อย”มาอย่างยาวนาน จีนซุ่ม ให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเงินทุน ยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยีทางการทหาร และการ คุ้มครองทางการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศเหล่านี้ต้องพึ่งพาจีนด้วยผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ หลาย ประเทศได้มีที่ยืนบนเวทีโลก แม้จะถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ในขณะเดียวกัน ประเทศน้องรักเหล่านี้ก็พร้อม ตอบแทนบุญคุณ และตอบสนองผลประโยชน์ของจีน รวมทั้งมีแนวโน้มที่จะยืนเคียงข้างจีนใน“สมรภูมิรบ”และ พร้อมเป็น“เสียงของจีน”ในเวทีต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก










