คดีสาวจีนในแทกูสะเทือนสังคม!! จากทริปรับปริญญาสู่โศกนาฏกรรม สาวจีนรับปริญญาเกาหลีใต้หายปริศนา ก่อนพบเป็นศพในบ้านอาจารย์ ตำรวจเร่งสอบปมฆาตกรรม
สาวจีนไปรับปริญญาที่เกาหลีใต้ก่อนหายตัว สุดท้ายพบศพในบ้านอาจารย์
เหวินเหวิน (นามสมมุติ) หญิงชาวจีนวัย 25 ปี เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยแดกูคาทอลิก (Daegu Catholic University) ในเกาหลีใต้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและเดินทางกลับจีนหลังจบการศึกษา
กระทั่งวันที่ 14 ส.ค. เธอเดินทางกลับไปยังเมืองแทกู เกาหลีใต้เพียงลำพัง เพื่อไปรับใบปริญญาที่มหาวิทยาลัย โดยมีกำหนดเดินทางกลับจีนจากท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนในวันที่ 23 ส.ค. เพื่อเริ่มต้นการทำงาน ชีวิตของหญิงสาวดูเหมือนกำลังเดินหน้าไปสู่บทใหม่อย่างราบรื่น แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดกลับเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะได้เดินทางกลับบ้าน
หลังเดินทางถึงเกาหลีใต้ เหวินเหวินยังคงติดต่อกับครอบครัวที่จีนอย่างสม่ำเสมอและรายงานความเคลื่อนไหวให้พี่สาวทราบทุกวัน โดยคืนวันที่ 19 ส.ค. เวลาประมาณ 23.30 น. ทั้งคู่ยังพูดคุยกันผ่านวิดีโอคอลตามปกติ ไม่มีสัญญาณผิดปกติหรือความหวาดกลัวใดๆ
กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 20 ส.ค. เวลาประมาณ 19.00-20.00 น. เหวินเหวินเก็บสัมภาระออกจากที่พักของเพื่อน โดยตั้งใจจะไปพักที่โรงแรมย่านการค้าทงซองโรในเมืองแทกู ก่อนเดินทางต่อไปยังสนามบินอินชอน แต่หลังจากออกจากที่พัก เธอกลับขาดการติดต่อ โทรศัพท์ถูกปิดและไม่สามารถติดตามที่พัก การใช้จ่ายหรือเส้นทางการเดินทางได้ ขณะที่ข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าเธอมีเพียงประวัติเดินทางเข้าเกาหลีใต้และยังไม่มีข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศ
เมื่อครอบครัวเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเริ่มความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ฃกระทั่งวันที่ 22 ส.ค. ครอบครัวได้แจ้งความในจีน ก่อนที่ข้อมูลคดีจะถูกส่งต่อให้ตำรวจเกาหลีใต้ดำเนินการ โดยในช่วงแรก คดีถูกจัดเป็นกรณีบุคคลสูญหายทั่วไป ทำให้การสอบสวนดำเนินไปอย่างล่าช้า
เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านภาษา ครอบครัวจึงต้องว่าจ้างทนายความในเกาหลีใต้เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบคดี แต่สามารถได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพียงเล็กน้อย ครอบครัวจึงติดต่อสถานกงสุลใหญ่จีน ณ เมืองปูซานเพื่อขอความช่วยเหลือ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลตามหาผ่านช่องทางออนไลน์ โดยหวังว่าจะสามารถพบตัวและยืนยันได้ว่าเธอยังปลอดภัย
ต่อมา ช่วงค่ำของวันที่ 21 ส.ค. เจิ้งชางเซิ่ง ชายชาวจีนเชื้อสายเกาหลีวัย 30 กว่าปีและผู้ถือสถานะผู้พำนักถาวรในเกาหลีใต้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจด้วยตัวเอง โดยอ้างว่าเป็นแฟนหนุ่มของเหวินเหวิน พร้อมแจ้งว่าเธอหายตัวไปและขอให้ตำรวจช่วยติดตามหา เขายังแสดงท่าทีวิตกกังวลและให้ความร่วมมือในการสอบถามของตำรวจอย่างเต็มที่
แต่เมื่อการสืบสวนลงลึกมากขึ้น คำให้การของเขากลับพบพิรุธหลายจุดและไม่สอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ข้อสงสัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ชุดสืบสวนจึงเร่งปรับแนวทางการทำงานและยกระดับจากคดีคนหายเป็นคดีฆาตกรรม กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 25 ส.ค. ตำรวจเข้าควบคุมตัวเจิ้งชางเซิ่ง ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านพักของเขาในตำบลฮายัง เมืองคย็องซานและพบร่างไร้วิญญาณของเหวินเหวินอยู่ภายใน
เจิ้งชางเซิ่งเป็นอาจารย์ผู้สอนในสถาบันการศึกษาที่เหวินเหวินศึกษาอยู่ โดยทั้งสองมีความสัมพันธ์ในฐานะอาจารย์กับนักศึกษา ส่วนความสัมพันธ์ในฐานะแฟนที่เขากล่าวอ้างนั้นเป็นเพียงข้อมูลที่เขาอ้างต่อบุคคลภายนอกฝ่ายเดียวและตำรวจยังไม่ได้ยืนยันว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวแต่อย่างใด ทั้งนี้มีข้อมูลว่าเหวินเหวินมีคนรักอยู่ที่จีนอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน อดีตนักศึกษาบางรายได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยอ้างว่าเจิ้งชางเซิ่งเคยมีพฤติกรรมคุกคามนักศึกษาหญิงและถึงขั้นใช้เรื่องการจบการศึกษาเป็นเงื่อนไขกดดันนักศึกษา และหตุร้องเรียนในครั้งนั้นก็ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
หลายฝ่ายสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง รวมถึงแรงจูงใจที่อาจอยู่เบื้องหลัง โดยตำรวจเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม
ด้านสถานกงสุลใหญ่จีน เมืองปูซานได้ขอให้ตำรวจเกาหลีใต้เร่งตรวจสอบรายละเอียดของคดีอย่างรอบด้านและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตในการจัดการเรื่องต่างๆ ความจำเป็นตลอดกระบวนการ
แม้เกาหลีใต้จะมีสถานการณ์ด้านความปลอดภัยโดยรวมอยู่ในระดับดี แต่ในพื้นที่ห่างไกล การถูกคนรู้จักทำร้ายอาจรับมือได้ยากกว่าการเผชิญเหตุจากคนแปลกหน้า เนื่องจากความคุ้นเคยทำให้หลายคนไม่ทันระมัดระวัง
ขณะนี้ทุกฝ่ายยังคงเฝ้ารอความจริงจากกระบวนการยุติธรรมเกาหลีใต้ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและครอบครัว
ที่มา : https://www.facebook.com/100059514523438/posts/1431822808811523/?rdid=o9c9h5bV6aBHEj0S#










