จีนเปิดยุคหุ่นยนต์ความเร็วสูง “เทียนกง อัลตรา” หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ฉิว 9.39 วินาที ทุบสถิติยูเซน โบลต์ 17 ปีมาแล้ว การพัฒนาครั้งใหญ่ใน 1 ปี ชี้เป้าก้าวหน้าและอุปสรรคใหม่ของ AI

หุ่นยนต์จีนวิ่ง 9.39 วินาทีโค่นสถิติ 'ยูเซน โบลต์' ตอกย้ำพลังความคิดมนุษย์

ปักกิ่ง, 24 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันเสาร์ (22 ส.ค.) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เทียนกง อัลตรา (Tiangong Ultra) ของจีน วิ่งฉิวเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.39 วินาที ระหว่างการแข่งขันกีฬาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลก ครั้งที่ 2 ในกรุงปักกิ่งของจีน ทำลายสถิติโลก 9.58 วินาทีของยูเซน โบลต์ นักวิ่งชาวจาไมกาเจ้าของสถิติโลกในตำนาน ซึ่งทำไว้เมื่อ 17 ปีก่อนในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย แม้สถิติทั้งสองนี้ไม่อาจเปรียบเทียบกันได้โดยตรง โดยสถิติของโบลต์สะท้อนขีดจำกัดความเร็วของร่างกายมนุษย์ ขณะที่ความสำเร็จของหุ่นยนต์สะท้อนให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของมนุษย์สามารถก้าวไปได้ไกลเพียงใด

ปัจจุบันการวิ่งยังคงเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หุ่นยนต์ต้องสร้างแรง ดูดซับแรงกระแทกซ้ำๆ และรักษาสมดุลขณะเคลื่อนไหว พร้อมประสานการทำงานของข้อต่อหลายส่วนไปพร้อมกัน การทดสอบความเร็วจึงเป็นบททดสอบขีดจำกัดทางเทคนิคเพราะยิ่งหุ่นยนต์เคลื่อนที่เร็วมากเท่าใด เวลาที่มีสำหรับแก้ไขข้อผิดพลาดก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ พัฒนาการด้านความเร็วของเทียนกง อัลตราจึงน่าทึ่งเป็นพิเศษ โดยในการแข่งขันเมื่อปี 2025 เทียนกง อัลตราใช้เวลา 21.5 วินาทีในการวิ่งระยะทางเดียวกัน แต่เพียงหนึ่งปีต่อมา เวลาดังกล่าวลดลงมากกว่าครึ่ง โดยทีมวิศวกรได้ยกระดับข้อต่อของหุ่นยนต์ ปรับปรุงโครงสร้าง และพัฒนาอัลกอริทึมควบคุมสำหรับการวิ่งด้วยความเร็วสูง พร้อมปรับปรุงระบบนำทาง ทำให้หุ่นยนต์สามารถรักษาทิศทางขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้โดยไม่ต้องอาศัยเส้นกำกับบนสนาม

อย่างไรก็ตาม การทำลายสถิติของมนุษย์ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของงานวิศวกรรม เพราะทุกความก้าวหน้าย่อมเผยให้เห็นจุดอ่อนและความท้าทายใหม่ๆ และการวิ่งด้วยเวลา 9.39 วินาทีเมื่อวันเสาร์ (22 ส.ค.) ได้ชี้ให้เห็นความท้าทายประการต่อไปนั่นคือการที่หุ่นยนต์ยังออกตัวได้ช้า แต่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า จึงเร่งแซงคู่แข่งได้ในช่วงหลังของการแข่งขัน

ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของนวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไม่ได้อยู่ที่การทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวเหมือนมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์และรับหน้าที่ที่เป็นประโยชน์ในโลกจริงได้ โดยหุ่นยนต์ในโรงงานไม่จำเป็นต้องชนะการแข่งวิ่ง และหุ่นยนต์บริการไม่จำเป็นต้องคว้าเหรียญรางวัล แต่ทุกการพัฒนาด้านความเร็ว ความมั่นคง และความแม่นยำในสนามแข่งขัน ล้วนช่วยให้หุ่นยนต์เข้าใกล้การนำไปใช้งานจริงได้มากขึ้น

ที่มา : Xinhua