2 สิงหาคม 2464 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 10 สิ้นพระชนม์ ผู้เป็นแบบอย่างแห่งสันติและศรัทธา บุคคลสำคัญของโลกด้านสันติภาพ

วันนี้เมื่ออดีต เป็นวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สิริรวมอายุได้ 61 ปี
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระนามเดิม พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ เป็นพระราชโอรสพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัวประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแพ พระสนมเอก เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2403 ทรงศึกษาเบื้องต้นในสำนักเจ้านายฝ่ายในพระบรมมหาราชวัง ทรงศึกษาภาษาบาลีและอักษรขอมกับพระยาปริยัติธรรมธาดา (เปี่ยม) และทรงศึกษาวิชาภาษาอังกฤษ วิชาการสมัยใหม่ตามพระราชดำริในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพทรงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพระชนมายุ 14 ปี จนพระชนมายุได้ 18 ปี จึงทรงลาผนวช แล้วเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานสารบบฎีกา กรมราชเลขานุการ เมื่อมีพระชนมายุ 20 ปี ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงดำรงอยู่ในสมณเพศตลอดพระชนม์ชีพ

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส มีสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองเมื่อพ.ศ.2424
ต่อมา พ.ศ. 2449 เป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวชิรญาณวโรรส ทรงสมณศักดิ์เสมอสมเด็จพระราชาคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย

ครั้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อพ.ศ. 2453 ทรงได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และพ.ศ. 2464 ทรงได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ดำรงตำแหน่งสกลสังฆปริณายก นับเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี

สมเด็จฯ กรมพระยาวชิรญาณวโรรสสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2464 พระชนมายุได้ 62 ปี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ประชุมใหญ่สมัยสามัญขององค์การยูเนสโก ครั้งที่ 40 มีมติรับรองการร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในวาระปี 2563-2564 ได้ยกย่อง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ในโอกาสครบ 101 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ (2 สิงหาคม 2464) ในการนี้ พุทธศาสนิกชนชาวไทย ควรร่วมจิตน้อมใจจัดกิจกรรม เพื่อเชิดชูพระเกียรติคุณ และเผยแพร่ คุณงามความดีและจริยวัตรอันงดงามให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนคนรุ่นหลังซึ่งจะส่งผลให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ สืบไป