“รักชนก” ถูกตั้งคำถามปมสองมาตรฐาน!! นักตรวจสอบหรือเครื่องมือการเมือง ตรวจสอบเข้มฝ่ายตรงข้าม แต่เงียบเมื่อเป็นคนในพรรค ถูกวิจารณ์หนักปมตรวจเข้มเฉพาะฝ่ายตรงข้าม
“รักชนก ศรีนอก” นักตรวจสอบสองมาตรฐาน ตัวแม่แห่งความย้อนแย้ง
คนอื่นทำคือ “เลวชาติ” ถ้าพวกตัวเองพลาดคือ “เรื่องส่วนตัว”
หากถามผมว่าชอบไหมที่ “รักชนก ศรีนอก” สส.พรรคประชาชน เดินหน้าตรวจสอบคนอื่นที่ส่อเค้าความไม่โปร่งใสในการทำงาน คำตอบคือ ผมชอบครับ เพราะรักชนกเผ็ด กล้าหาญ เอาเป็นเอาตาย สามารถจะกระพือ “เงื่อนงำเลว ๆ” ให้สังคมได้รับรู้ในวงกว้าง เสียงของ “รักชนก ศรีนอก” จึงไม่ต่างจากแสงของสปอร์ตไลท์ ที่ส่องไปโดนใคร ก็เป็นต้องถูกจับจ้องจนอับอายเสียทุกที
ภาพจำที่หลายคนนึกถึง คือนักการเมืองรุ่นใหม่สายฟาด การตั้งคำถามที่ดุดัน และการใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธในการ “ลากความไม่โปร่งใสของฝั่งตรงข้าม” มาตบประจาน
แต่เพราะการทำงานที่ “เลือกปฏิบัติ” มี “สองมาตรฐาน” จึงทำให้เห็นถึงเจตนาเลือกที่รักมักที่ชังเป็นจุดเด่น ความน่าเชื่อถือจึงพังทลายลง สปอร์ตไลท์จึงมีไว้เพียงส่องสาดศัตรู เช่น คดี “Forex-3D” มีเงินโอนเข้าบัญชีชัด ๆ ก็เงียบกริบ ไม่ต่างจาก สส. สีเทาที่นั่งอยู่ในพรรคก็มองไม่เห็น
จาก “นักล่าผู้กระทำผิด” จึงกลายเป็น “ตลกร้ายสายพันธุ์ใหม่” ถ้าคนอื่นทำ คือเลวชาติ คือความฟ่อนเฟะของระบบ แต่ถ้าพวกตัวเองพลาด กลับกลายเป็นเพียงเรื่องส่วนตัว เป็นความผิดพลาดที่ต้องให้โอกาส ทั้ง ๆ ที่ความผิดมีความ “อัปลักษณ์” ไม่ต่างกัน เพราะความกลิ้งกลอกเช่นนี้ ผู้คนไม่น้อยจึงมอง “รักชนก ศรีนอก” เป็นเพียง สส. หน้าไหว้หลังหลอก หาใช่คนที่บริสุทธิ์ใจในการตรวจสอบคนโกงเพื่อสังคมไทยแต่อย่างใด
ทั้งหมดคือ “สมการทางจริยธรรมที่บิดเบี้ยว” นิ้วที่เคยชี้หน้าด่าคนอื่นอย่างเกรี้ยวกราด กลับกลายเป็นนิ้วที่อ่อนแรง และงอเข้าหาตัวเมื่อต้องชี้ไปที่คนในชายคาเดียวกัน ความเงียบเชียบในกรณีข่าวฉาวภายในพรรคทุกเรื่อง ไม่ได้เกิดจากความ "ไม่รู้" แต่เกิดจากความจงใจที่จะมองไม่เห็น ผู้คนที่คิดเป็นจึงตั้งคำถามว่าตกลงเธอกำลังทำหน้าที่ "ผู้ตรวจสอบเพื่อประชาชน" หรือเป็นเพียง "นักโฆษณาชวนเชื่อ" ที่คอยทำลายล้างศัตรูทางการเมืองกันแน่
อีกเรื่องที่สะท้อนตัวตนของ “รักชนก ศรีนอก” ได้กระจ่างชัดที่สุดถึงก็คือเรื่องคดีความส่วนตัว ถือเป็นบททดสอบที่ทำให้เห็นว่า เมื่อถึงคราวที่ตนเองต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ก็จะสื่อสารเพื่อสร้างภาพให้ตนเองกลายเป็น "เหยื่อของระบบ” มากกว่าการน้อมรับกระบวนทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เหมือนที่พยายามเรียกร้องให้คนอื่นทำ
ฉายา “ตัวแม่แห่งความย้อนแย้ง” ของพรรคสามกีบ จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
แจ็ค รัสเซล










