ญี่ปุ่นปรับขึ้นค่าวีซ่าต่างชาติ 5 เท่า!! เริ่ม 1 ก.ค. รับชาวต่างชาติพำนักเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มค่าธรรมเนียมวีซ่าครั้งแรกในรอบ 48 ปี ค่าธรรมเนียมถิ่นพำนักถาวรสูงขึ้นเป็น 300,000 เยน รายได้เสริมใช้บริหารจัดการชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ โดยการแก้ไขกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับการอนุมัติในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นการปรับอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าครั้งแรกในรอบ 48 ปี นับตั้งแต่ปี 1978

ภายใต้กฎใหม่ ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า โดยวีซ่าเข้าออกครั้งเดียว (Single-entry Visa) จาก 3,000 เยน (613 บาท) เป็น 15,000 เยน (3,062 บาท)/ วีซ่าเข้าออกหลายครั้ง (Multiple-entry Visa) จาก 6,000 เยน (1,225 บาท) เป็น 30,000 เยน (6,124 บาท) โดยอัตราใหม่จะมีผลกับคำร้องขอวีซ่าที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป

โทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ค่าธรรมเนียมเดิมถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 1978 และแทบไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเลยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นนับจากนั้น

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว วุฒิสภาญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายที่เปิดทางให้รัฐบาลสามารถปรับขึ้นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับวีซ่าและการพำนักของชาวต่างชาติได้สูงสุดถึง 30 เท่าของอัตราปัจจุบัน

รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเก็บค่าธรรมเนียมเหล่านี้ จะถูกนำไปใช้รองรับภาระงานด้านการบริหารจัดการประชากรชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น

ภายใต้กฎหมายเดิม เพดานค่าธรรมเนียมสำหรับการเปลี่ยนสถานะการพำนักหรือการต่ออายุการพำนักอยู่ที่ 10,000 เยน หรือราว 2,042 บาท ขณะที่ค่าธรรมเนียมการยื่นขอถิ่นพำนักถาวร (Permanent Residency) มีเพดานอยู่ที่ 10,000 เยนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายครั้งล่าสุดได้เพิ่มเพดานดังกล่าวเป็น 100,000 เยน หรือราว 20,142 บาท สำหรับการเปลี่ยนสถานะหรือขยายระยะเวลาพำนัก และ 300,000 เยน หรือราว 61,238 บาท สำหรับการขอถิ่นพำนักถาวร โดยอัตราค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงจะถูกกำหนดผ่านคำสั่งคณะรัฐมนตรีภายใต้เพดานใหม่ที่กฎหมายกำหนด
รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ โดยการแก้ไขกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับการอนุมัติในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นการปรับอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าครั้งแรกในรอบ 48 ปี นับตั้งแต่ปี 1978

ภายใต้กฎใหม่ ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า โดยวีซ่าเข้าออกครั้งเดียว (Single-entry Visa) จาก 3,000 เยน (613 บาท) เป็น 15,000 เยน (3,062 บาท)/ วีซ่าเข้าออกหลายครั้ง (Multiple-entry Visa) จาก 6,000 เยน (1,225 บาท) เป็น 30,000 เยน (6,124 บาท) โดยอัตราใหม่จะมีผลกับคำร้องขอวีซ่าที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป

สรุปข่าว

ญี่ปุ่นเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าเพิ่มจากนักท่องเที่ยว ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ทั้งการเข้า-ออกครั้งเดียว และการเข้า-ออกหลายครั้ง เริ่ม 1 กรกฎาคมนี้

โทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ค่าธรรมเนียมเดิมถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 1978 และแทบไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเลยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นนับจากนั้น

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว วุฒิสภาญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายที่เปิดทางให้รัฐบาลสามารถปรับขึ้นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับวีซ่าและการพำนักของชาวต่างชาติได้สูงสุดถึง 30 เท่าของอัตราปัจจุบัน

รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเก็บค่าธรรมเนียมเหล่านี้ จะถูกนำไปใช้รองรับภาระงานด้านการบริหารจัดการประชากรชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น

ภายใต้กฎหมายเดิม เพดานค่าธรรมเนียมสำหรับการเปลี่ยนสถานะการพำนักหรือการต่ออายุการพำนักอยู่ที่ 10,000 เยน หรือราว 2,042 บาท ขณะที่ค่าธรรมเนียมการยื่นขอถิ่นพำนักถาวร (Permanent Residency) มีเพดานอยู่ที่ 10,000 เยนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายครั้งล่าสุดได้เพิ่มเพดานดังกล่าวเป็น 100,000 เยน หรือราว 20,142 บาท สำหรับการเปลี่ยนสถานะหรือขยายระยะเวลาพำนัก และ 300,000 เยน หรือราว 61,238 บาท สำหรับการขอถิ่นพำนักถาวร โดยอัตราค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงจะถูกกำหนดผ่านคำสั่งคณะรัฐมนตรีภายใต้เพดานใหม่ที่กฎหมายกำหนด

ADVERTISEMENT

หนึ่งในเหตุผลสำคัญของการขึ้นค่าธรรมเนียม คือ จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากนับถึงสิ้นปี 2025 ญี่ปุ่นมีชาวต่างชาติพำนักอยู่ในประเทศถึง 4.13 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมา รัฐบาลระบุว่า รายได้เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมจะถูกนำไปใช้ในหลายด้าน เช่น

-เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านตรวจคนเข้าเมือง 

-รองรับจำนวนผู้พำนักชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 

-ขยายโครงการสอนภาษาญี่ปุ่น 

-เสริมมาตรการจัดการกับผู้พำนักเกินกำหนดวีซ่า 

ที่มา : https://www.tnnthailand.com/world/238556/#google_vignette