28 พฤษภาคม 2543 จากปราสาทเทพนิยายสู่ความทรงจำ ‘แดนเนรมิต’ ปิดฉากอย่างเป็นทางการ อวสานสวนสนุกกลางกรุง กลายเป็นเพียงความทรงจำ

28 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 “แดนเนรมิต” ปิดฉากอย่างเป็นทางการ อวสานสวนสนุกกลางกรุงในตำนาน

วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 คืออีกหนึ่งวันสำคัญในความทรงจำของคนไทยจำนวนมาก เพราะเป็นวันที่ “แดนเนรมิต” ปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ปิดฉากสวนสนุกกลางแจ้งชื่อดังกลางกรุงเทพฯ ที่เคยมอบเสียงหัวเราะ ความตื่นเต้น และความสุขให้กับเด็กและครอบครัวไทยมายาวนานหลายทศวรรษ เหตุการณ์วันนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงการยุติกิจการของสถานที่แห่งหนึ่ง แต่คือการสิ้นสุดของยุคสมัยแห่งความทรงจำของคนรุ่นหนึ่งอย่างแท้จริง

สำหรับคนไทยในยุคหนึ่ง “แดนเนรมิต” ไม่ใช่แค่สวนสนุก แต่คือพื้นที่แห่งจินตนาการที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ตั้งแต่ภาพปราสาทเทพนิยายด้านหน้า เครื่องเล่นนานาชนิด ขบวนพาเหรด ตัวการ์ตูน ไปจนถึงบรรยากาศของวันหยุดที่พ่อแม่พาลูกหลานมาเที่ยวด้วยความตื่นเต้น ทุกองค์ประกอบทำให้แดนเนรมิตกลายเป็นมากกว่าสถานที่พักผ่อน แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัยเด็กและความทรงจำร่วมของผู้คนจำนวนมหาศาล

แดนเนรมิตถือเป็นหนึ่งในสวนสนุกกลางแจ้งแห่งแรก ๆ ของไทยที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ และเคยเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพมหานครในยุคที่ตัวเลือกด้านความบันเทิงสำหรับครอบครัวยังไม่ได้มีมากเหมือนทุกวันนี้ การได้ไปแดนเนรมิตในวันเด็ก วันเกิด หรือวันหยุดพิเศษ ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับเด็กหลายคนในเวลานั้น จึงไม่แปลกที่ชื่อของแดนเนรมิตยังคงถูกพูดถึงด้วยความคิดถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว

เสน่ห์ของแดนเนรมิตอยู่ที่การเป็น “สวนสนุกกลางกรุง” ที่เข้าถึงผู้คนได้ง่าย ตั้งอยู่ในทำเลที่คนกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรู้จักดี ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายของทั้งนักท่องเที่ยว ครอบครัว โรงเรียน และเด็ก ๆ จากทั่วสารทิศ หลายคนมีความทรงจำครั้งแรกของการขึ้นรถไฟเหาะ นั่งม้าหมุน ล่องเรือ หรือถ่ายรูปกับปราสาทสวย ๆ อยู่ที่สถานที่แห่งนี้

แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป แดนเนรมิตก็ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงตามบริบทของเมืองและเศรษฐกิจ การแข่งขันในธุรกิจสวนสนุกเข้มข้นขึ้น พื้นที่ในเมืองมีมูลค่าสูงขึ้น และเงื่อนไขด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินก็เปลี่ยนไป จนท้ายที่สุดสวนสนุกในตำนานแห่งนี้ต้องยุติการให้บริการลงในวันที่ 28 พฤษภาคม 2543 ปิดฉากตำนานที่อยู่คู่กรุงเทพฯ และหัวใจของคนไทยมานานกว่า 2 ทศวรรษ

การปิดตัวของแดนเนรมิตจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความเสียดาย ความอาลัย และความคิดถึง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การหายไปของเครื่องเล่นหรือสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือการจากไปของ “โลกแห่งความสุข” ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน หลายคนจดจำแดนเนรมิตได้จากภาพปราสาทสีสดใส บัตรผ่านประตู เครื่องเล่นที่เคยนั่งกับพ่อแม่ หรือเสียงหัวเราะในวัยเด็กที่ดูเหมือนจะยังลอยอยู่ในความทรงจำเสมอ

แม้แดนเนรมิตจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการในปี 2543 แต่ชื่อของมันไม่เคยหายไปจากสังคมไทย ตรงกันข้าม ยิ่งเวลาผ่านไป แดนเนรมิตกลับยิ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ความทรงจำวัยเยาว์” สำหรับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนยุค 80 และ 90 ที่เติบโตมาพร้อมสวนสนุกแห่งนี้ ชื่อของแดนเนรมิตจึงไม่ได้หมายถึงเพียงสถานที่ แต่หมายถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่ไม่มีวันย้อนกลับมาได้เหมือนเดิม

ในอีกมิติหนึ่ง การปิดตัวของแดนเนรมิตยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของกรุงเทพฯ จากเมืองที่ยังมีพื้นที่แห่งความฝันและความบันเทิงแบบดั้งเดิม ไปสู่เมืองสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และรูปแบบไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ มากขึ้น นั่นทำให้แดนเนรมิตไม่ใช่เพียงเรื่องของสวนสนุก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในยุคหนึ่งที่ค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา

ดังนั้น วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 จึงเป็นมากกว่าวันปิดกิจการของสวนสนุกแห่งหนึ่ง หากเป็นวันแห่งการปิดฉาก “ตำนานสวนสนุกกลางกรุง” ที่เคยมอบความสุขให้ผู้คนทั้งประเทศ และแม้แดนเนรมิตจะหายไปจากแผนที่กรุงเทพฯ แล้ว แต่ในความทรงจำของคนไทยจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้ยังคงมีชีวิตอยู่เสมอในฐานะโลกมหัศจรรย์ของวัยเด็กที่ไม่มีวันลืม

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95