24 พฤษภาคม 2492 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี อัญเชิญพระบรมอัฐิ รัชกาลที่ 7 กลับถึงสยาม หมุดหมายสำคัญแห่งการน้อมรำลึกอดีตพระมหากษัตริย์สู่มาตุภูมิ
24 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี อัญเชิญพระบรมอัฐิ รัชกาลที่ 7 กลับถึงสยาม หมุดหมายสำคัญแห่งการน้อมรำลึกอดีตพระมหากษัตริย์สู่มาตุภูมิ
วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ เมื่อ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 เสด็จกลับถึงสยาม พร้อมอัญเชิญ พระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กลับคืนสู่แผ่นดินไทย หลังจากพระองค์เสด็จสวรรคต ณ ประเทศอังกฤษในปี พ.ศ. 2484 เหตุการณ์ครั้งนี้จึงนับเป็นทั้งหมุดหมายทางประวัติศาสตร์และช่วงเวลาแห่งความรู้สึกอันลึกซึ้งของคนไทย ที่ได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของอดีตพระมหากษัตริย์กลับสู่มาตุภูมิอย่างสมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 7 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 ที่ประเทศอังกฤษ หลังจากเสด็จประทับอยู่ที่นั่นภายหลังการสละราชสมบัติ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์สำคัญในห้วงเปลี่ยนผ่านของการเมืองไทย เพราะทรงเป็นกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญพระองค์แรกของสยาม และรัชสมัยของพระองค์สัมพันธ์โดยตรงกับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 อันเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประเทศ
หลังการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณียังคงประทับอยู่ในอังกฤษระยะหนึ่ง ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2492 รัฐบาลไทยจะเชิญเสด็จนิวัติพระนคร และพระองค์ได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระราชสวามีกลับมาด้วย Google Arts & Culture ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า ระบุชัดว่า หลังรัชกาลที่ 7 สวรรคตในปี 1941 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงพำนักอยู่ในอังกฤษต่อจนกระทั่งได้รับเชิญให้เสด็จกลับประเทศไทยในปี 1949 และทรงนำพระบรมอัฐิกลับมาด้วยเพื่อรับการถวายพระเกียรติอย่างสมควรในกรุงเทพฯ
วันที่ 24 พฤษภาคม 2492 จึงเป็นวันที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเสด็จถึงกรุงเทพฯ พร้อมพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 7 โดยข้อมูลจากเว็บไซต์กิจกรรมรำลึกสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีระบุภาพเหตุการณ์ไว้ชัดเจนว่า พระองค์เสด็จลงจากเรือหลังนำพระบรมอัฐิกลับถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ดังกล่าว และภายหลังประทับที่วังสระปทุมเป็นการชั่วคราว
ความสำคัญของเหตุการณ์นี้ไม่ได้อยู่เพียงการเดินทางกลับของพระบรมอัฐิเท่านั้น แต่ยังสะท้อน พระราชภักดีและความผูกพัน อันมั่นคงของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีที่มีต่อพระราชสวามี ตลอดช่วงเวลาหลังการสละราชสมบัติและหลังการสวรรคต พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการธำรงพระเกียรติประวัติของรัชกาลที่ 7 และการอัญเชิญพระบรมอัฐิกลับประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในภารกิจที่มีความหมายอย่างยิ่งทั้งเชิงส่วนพระองค์และเชิงประวัติศาสตร์ชาติ
ในอีกด้านหนึ่ง การอัญเชิญพระบรมอัฐิกลับสยามยังมีนัยสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองด้วย เพราะรัชกาลที่ 7 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เกี่ยวข้องกับช่วงเปลี่ยนผ่านจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบรัฐธรรมนูญ การที่พระบรมอัฐิของพระองค์ได้กลับคืนสู่แผ่นดินไทยในปี 2492 จึงเป็นเสมือนการเชื่อมรอยต่อระหว่างอดีตอันซับซ้อนกับความทรงจำร่วมของประเทศ เป็นการย้ำว่าพระองค์ยังทรงมีที่ทางสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย แม้บริบททางการเมืองหลังการสละราชสมบัติจะเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงก็ตาม
หากมองในเชิงสัญลักษณ์ เหตุการณ์วันที่ 24 พฤษภาคม 2492 คือ “การหวนคืนสู่มาตุภูมิ” ของพระบรมอัฐิอดีตพระมหากษัตริย์ ผู้เคยต้องใช้บั้นปลายพระชนมชีพอยู่ต่างแดน การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเคลื่อนย้ายพระบรมอัฐิจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง แต่เป็นการน้อมอัญเชิญพระองค์กลับคืนสู่แผ่นดินที่พระองค์เคยทรงปกครอง และเป็นการคืนความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในความรู้สึกของคนไทย
ด้วยเหตุนี้ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันสำคัญอีกวันหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย วันที่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงอัญเชิญพระบรมอัฐิของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 กลับถึงสยาม เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนทั้งความจงรักภักดี ความผูกพันในราชสกุล และการน้อมถวายพระเกียรติแด่อดีตพระมหากษัตริย์อย่างสมพระเกียรติยศเหนือกาลเวลา










