สัตว์กินซากผู้ไม่ยอมแพ้!! เปิดความหมายซ่อนอยู่ของ “เหี้ย” ในวัฒนธรรมพื้นบ้านอุษาคเนย์ ตัวเหี้ยในมุมใหม่จากสัตว์ที่คนรังเกียจ สู่ไอคอนเมืองและบทเรียนชีวิตของการปรับตัว
"เหี้ย" กับความเชื่อในอุษาคเณย์
ในอดีตตะกวดรวมถึงตัวเหี้ยถูกตราหน้าในวัฒนธรรมไทยในฐานะสัตว์ที่นำพาโชคร้ายมาให้ แต่ปัจจุบันไทยเราผลักดันจนความเชื่อดังกล่าวแทบจะหมดไปจากสังคมไทยแล้ว แถมในเมืองใหญ่เรายังโปรโมทเหล่าน้องเหี้ยทั้งหลายจนกลายเป็นซอฟท์พาวเวอร์ไอคอนนิกของเราด้วยดังที่สวนลุมพินีมีรูปปั้นตัวเหี้ยจนใครๆที่มาก็ต้องถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึกกัน วันนี้เอย่าจึงอาสาพาเจาะความเชื่อของเหี้ยในและตะกวดอุษาคเณย์นี้ว่าในกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเชื่ออย่างไรบ้าง
เริ่มจากลาวที่มีความเชื่อคล้ายกับไทยในสมัยก่อนว่าถ้ามันขึ้นบ้านหรือขึ้นถุนบ้าน แปลว่าจะมีแขกที่ไม่คาดคิดหรือมีเหตุเปลี่ยนแปลงคาดคิดเกิดขึ้น ถ้าร้องใกล้บ้านกลางคืนถือเป็นลางลางไม่ดี ในบางพื้นที่เชื่อว่ามันคือตัวนำเคราะห์ร้่ยหรือสิ่งไม่บริสุทธิ์มาสู่ชุมชน ถึงขับไล่หรือไล่ตีเมื่อพบเจอ แต่ในนิทานพื้นบ้านของลาว ตะกวดมักถูกใช้แทน คนเจ้าเล่ห์แต่รอดทุกสถานการณ์ เอ๊ะคล้ายๆกับที่คนไทยด่าว่า "ไอ้เหี้ย" ไหม
ต่อมาในความเชื่อของพวกชาวเขมร คนเขมรเชื่อว่าตัวเหี้ยมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับและผีป่ารวมถึงวิญญาณเฝ้าสถานที่ โดยมีความเชื่อว่า ถ้ามันมานอนใต้บ้าน ถือเป็นพลังงานไม่ดีสิ่งทำให้บ้านมีเคราะห์ ถ้าเข้าวัดหรือโบราณสถาน เป็นสัญญาณเตือนหรือลางบอกเหตุบางอย่างจากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่
เฝ้าอยู่ เพราะชาวเขมรเชื่อว่าตัวเหี้ยเป็น สัตว์เฝ้าสมบัติ หรือเฝ้าซากเมืองเก่าคล้ายปู่โสมเฝ้าทรัพย์ของไทยนั่นเอง
มาดูในเมียนมากัน ต้องบอกเลยว่า เอย่าเดินทางไปจากใต้สุดอย่างเมืองเกาะสองจนถึงเมียตโส่นเหนือสุดณจุดเริ่มต้นแม่น้ำอิรวดีเป็นเวลานับสิบๆปี ไปเดินออกกำลังกายที่กันดอจีในเมืองต่างๆมาก็มากแต่กลับไปเคยพบเห็นตัวเหี้ยหรือตะกวดเลยแม้สักตัวเดียว แต่จากการที่หาข้อมูลกับผู้เฒ่าพ่อแก่ก็ทำให้พอรู้ว่าตัวเหี้ยมีหลากหลายความเชื่อแบ่งไปตามชาติพันธุ์ แม้ส่วนใหญ่จะกล่าวถึงว่ามันเป็นตัวนำเคราะห์ร้าย หรือเกี่ยวกับเรื่องโชคลาง หรือเป็นการส่งสัญญาณเตือนจากสิ่งลี้ลับก็ตามแต่ก็มีความเชื่อที่ระบุในคัมภีร์พุทธศาสนาเถรวาทและชาดกว่า มีเรื่องราวของพญาสัตว์ประเภทเหี้ยหรือตะกวด เช่น ใน โคธชาดก ที่เป็นตัวแทนของการเสียสละ การบำเพ็ญบารมี และเป็นบทเรียนสอนใจเรื่องการคบมิตรด้วยเช่นกัน
ในมาเลเซียและอินโดนีเซียมีความเชื่อของตัวเหี้ยฝังแน่นในวัฒนธรรมของกลุ่มมลายู โดย 2 ประเทศนี้เรียกตัวเหี้ยว่า บิอาวัค (Biawak) แต่ 2ประเทศนี้มีความแตกต่างในความเชื่อกล่าวคือในมาเลเซียการพบเจอตะกวดหรือตัวเหี้ยถือเป็นลางบอกเหตุร้าย หากฝันเห็นจะตีทำนายว่า อาจกำลังจะมีศัตรู หรือมีคนที่เข้ามาหลอกลวง ทำให้เสียทรัพย์สินหรือผิดใจกับผู้อื่น
ในขณะที่ฝั่งอินโดนีเซียกล่าวถึงบีอาวัคว่าเป็นสัตว์นำโชค ตามความเชื่อพื้นบ้าน หากตะกวดหรือตัวเหี้ยเข้าบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางวัน มักถูกตีความว่าเป็นลางดี คนท้องถิ่นเชื่อว่ามันคือสัญลักษณ์ของการเงินที่จะเข้ามาแบบไม่คาดฝัน และเป็นตัวแทนของความเจริญรุ่งเรือง ในบางชุมชนท้องถิ่น ตะกวดและตัวเหี้ย ได้รับการยกย่องให้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับวิญญาณบรรพบุรุษ พวกเขามีความเชื่อว่ามันมีพลังวิญญาณในการปกป้องผู้คนในพื้นที่จากพลังงานด้านลบหรือสิ่งชั่วร้าย บนเกาะชวา เบียวักถูกนำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น สะเต๊ะ และในทางการแพทย์แผนโบราณของอินโดนีเซีย มีความเชื่อสืบทอดกันมาว่าการบริโภคเนื้อตัวบีอาวักช่วยรักษาโรคผิวหนัง บรรเทาอาการหอบหืด และช่วยเสริมสร้างพละกำลัง โดยฝั่งอินโดนีเซียจะมองว่าสัตว์ในตระกูลนี้เป็นสัตว์มงคล เหตุผลหนึีงน่าจะมาจาก มังกรโคโมโด นั่นเอง
ในฟิลิปปินส์มีสัตว์ในตระกูลเดียวกันกับตะกวดที่ชื่อ Gray's Monitor ซึ่งถือว่าเป็นญาติใกล้ชิดกับตะกวดในบ้านเราโดยฝั่งฟิลิปปินส์มีความเชื่อของสัตว์เหล่านี้ว่า เป็นสัตว์เฝ้าป่าและผู้ส่งสารจากวิญญาณธรรมชาติ
ถ้ามันโผล่มาใกล้บ้าน อาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือคำเตือน
บางเกาะเชื่อว่ามันปกป้องแหล่งน้ำและป่าโบราณ
สุดท้ายในเวียดนาม ต้องยอมรับว่าเวียดนามเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีความเชื่อของตะกวดเลยอาจจะเพราะอิทธิพลจากอารยธรรมจีนที่แผ่ลงมาและการเกิดสงครามหลายครั้งทำให้ความเชื่อนี้ถูกลบเลือนไปในกาลเวลานั่นเอง โดยความเชื่อที่หลงเหลือของตะกวดในเวียดนามมีเพียงกลุ่มเล็กของชุมชนในสุดปลายแม่น้ำโขงที่มองว่ามันคือสัตว์อัปมงคล ส่วนในหมู่บ้านชาวประมงจะมองมันในฐานะราชาแห่งบึงน้ำ ที่เป็นตัวบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ
อย่างไรก็ตามแม้ความเชื่อในอุษาคเณย์ส่วนใหญ่จะเทให้กับสัตว์กลุ่มนี้ไปทางตัวนำโชคร้ายก็ตามแต่ต้องยอมรับว่าสัตว์ในตระกูล Varanus เป็นนสัตว์กินซากที่ปรับตัวเก่งจากป่าสู่เมือง และน่าจะเป็นตัวสอนให้เราไม่ยอมแพ้กับในสถานการณ์ที่ย่ำแย่อย่างทุกวันนี้ที่หลายคนหมดกำลังใจ ให้ลองหันไปดูตัวเหี้ยใกล้คุณสิคะ ดูสิว่ามันเปลี่ยนผ่านจากวันที่ทุกคนรังเกียจมันจนมันได้รับการยอมรับจากสังคมฉันใด หากคุณไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา ก็จะมีวันที่ทุกคนยอมรับในความสำเร็จของคุณเช่นเดียวกัน
ที่มา : AYA










