อ.อุ๋ย ตีแสกหน้า ‘สายอวยทุนพลังงาน’ ใช้อำนาจกฎหมายแก้ราคาน้ำมัน เปลี่ยนสูตรคำนวณใหม่ Singapore Minus ลดค่ากลั่นดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร รัฐยันต้นทุนจริงไม่ถึงขั้นขาดทุน
ตีแสกหน้า! นักวิชาการและข้าราชการอวยทุนพลังงาน! ค่าการกลั่นลดได้จริง!
สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนลดค่าการกลั่นน้ำมันไม่ได้ แต่ปัจจุบันทำได้ภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569) เกิดจากการเปลี่ยนแนวทางจากการ "ขอความร่วมมือ" มาเป็นการใช้ "อำนาจทางกฎหมาย" และการรื้อสูตรคำนวณใหม่
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมีดังนี้:
การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.: รัฐมนตรีเลือกใช้อำนาจตาม พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อบังคับควบคุมราคาหน้าโรงกลั่นโดยตรง แทนการรอการเจรจาเพียงอย่างเดียว
การปรับสูตรอ้างอิงใหม่ (Singapore Minus): เดิมทีไทยอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์แบบ 100% แต่รัฐมนตรีมองว่าในสภาวะวิกฤต กลไกนี้ทำให้โรงกลั่นมีกำไรสูงเกินจริง (Windfall Profit) จึงเปลี่ยนมาใช้ระบบ "Singapore Minus" หรือการนำราคาสิงคโปร์มาหักส่วนลดตามต้นทุนจริง เช่น ค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่ลดลง
การเปิดข้อมูลต้นทุนจริง: มีการเรียกโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งมาชี้แจงต้นทุนที่แท้จริง เพื่อพิสูจน์ว่าค่าการกลั่นที่พุ่งสูงไปถึง 7-14 บาทต่อลิตรนั้นสูงกว่าปกติมาก การลดราคาหน้าโรงกลั่นจึงทำได้โดยที่โรงกลั่นยังไม่ถึงขั้นขาดทุน แต่เป็นการลดกำไรส่วนเกินลง
มาตรการล่าสุด (24 เม.ย. 2569): คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ ลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร (โดยแบ่งเป็นช่วงเวลา) เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งมาลดราคาหน้าปั๊มและอีกส่วนช่วยพยุงฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบอยู่
สรุปคือ ที่ผ่านมามักเป็นการเจรจาขอให้โรงกลั่นบริจาคเงินเข้ากองทุนซึ่งทำได้ยากและไม่ยั่งยืน แต่ครั้งนี้เป็นการ ใช้อำนาจกฎหมายสั่งปรับโครงสร้างราคา โดยอ้างอิงจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติของตลาดโลก
อันนี้ต้องขอบคุณภาคประชาชน และรัฐมนตรีขิง และเป็นการตีแสกหน้าพวกนักวิชาการและข้าราชการอวยทุนพลังงานทั้งหลาย ที่พยามออกมาสร้างความชอบธรรมให้กับโครงสร้างราคานํ้ามันที่บิดเบือนและเอาเปรียบคนไทยมาตลอด
https://www.facebook.com/share/p/1E5capD83F/?mibextid=wwXIfr










