ทำไมบางคน ‘ไม่แสดงความคิดเห็น’ ในประชามติ

ในผลประชามติรอบล่าสุด มีคนจำนวนไม่น้อยเลือกกาช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” และตัวเลขนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่ความเฉยชา เพราะมันสะท้อนทั้งความสับสน ความไม่มั่นใจ และบางครั้งคือ “การหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง” อย่างมีเหตุผล

Thai PBS รายงานผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ (นับแล้ว 94%) ว่ามีผู้ ‘ไม่แสดงความคิดเห็น’ 2,879,535 คน ขณะที่นิด้าโพลก่อนวันลงคะแนนก็พบว่ามีผู้ตอบว่าจะ ‘ไม่แสดงความเห็น’ 13.78%—แปลว่าพฤติกรรมนี้มีอยู่จริงทั้งในโพลและในสนามเลือกตั้ง.

1) ‘ไม่เข้าใจโจทย์’ ไม่ได้แปลว่าไม่ฉลาด
ประชามติรัฐธรรมนูญเป็นโจทย์ที่ดูสั้น แต่ความหมายทางกฎหมายและกระบวนการซับซ้อนมาก ยิ่งเมื่อเอกสารอธิบายใช้ถ้อยคำปะปนระหว่าง “จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” กับ “แก้ไขทั้งฉบับ” (ซึ่งเป็นคนละกระบวนการ) ก็ยิ่งเพิ่มความสับสน.
•    บางคนเลือกไม่แสดงความเห็น เพราะไม่มั่นใจว่าเข้าใจคำถามตรงกันกับรัฐหรือไม่
•    บางคนกลัว “กดผิดแล้วเปลี่ยนประเทศ” จึงเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับตนเอง

2) ‘ไม่ไว้ใจทุกฝ่าย’ จึงไม่อยากให้ใครนำคะแนนไปอ้าง
อีกเหตุผลสำคัญคือความไม่ไว้วางใจ—ไม่ว่าจะต่อการเมือง ต่อกระบวนการ หรือแม้แต่ต่อการตีความผลหลังจากนี้ บางคนจึงเลือกไม่แสดงความเห็นเพื่อไม่ให้คะแนนของตนถูกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำไปตีความว่า “ประชาชนหนุนเรา”.

3) ‘หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง’ ในสังคมที่การเมืองเป็นเรื่องเสี่ยง
ในสังคมที่การเมืองถูกพูดกันด้วยอารมณ์สูง การประกาศจุดยืนอาจกระทบความสัมพันธ์ในบ้าน ที่ทำงาน หรือชุมชน คนจำนวนหนึ่งจึงเลือกไม่แสดงความเห็นเพื่อไม่ต้องแบกต้นทุนทางสังคม.

4) ‘รอดูรายละเอียด’ เพราะรอบแรกคือการให้เริ่ม ไม่ใช่การเห็นร่าง
หลายคนสนใจหลักการว่าควรปรับกติกาหรือไม่ แต่ยังไม่พร้อมตอบว่า ‘เอาแบบไหน’ เพราะยังไม่เห็นรายละเอียดเรื่องคนร่าง กรอบเวลา หรือเส้นแดงของแต่ละฝ่าย เมื่อยังไม่มีข้อมูลพอ การไม่แสดงความเห็นจึงเป็นการบอกว่า “ฉันยังไม่พร้อมตัดสินใจ”.

5) แปลง ‘ไม่แสดงความคิดเห็น’ ให้กลายเป็น ‘การมีส่วนร่วม’ ได้อย่างไร
•    ทำคู่มือประชาชนแบบภาษาคน: ขั้นตอนต่อไปคืออะไร ต้องตัดสินใจอะไรบ้าง
•    ใช้คำให้ตรงและคงเส้นคงวา ลดความสับสนเชิงถ้อยคำ
•    จัดดีเบตที่เท่าเทียม: ให้เห็นข้อดี-ข้อเสีย ไม่ใช่เวทีเชียร์ฝ่ายเดียว
•    เปิดช่องรับฟังในพื้นที่จริง: คนทำงาน-ต่างจังหวัด-คนที่ไม่เล่นโซเชียล ต้องเข้าถึงได้

เสียง ‘ไม่แสดงความคิดเห็น’ จึงไม่ใช่เสียงที่หายไป แต่คือสัญญาณเตือนว่า ประเทศยังขาด “ภาษากลาง” และ “ความไว้ใจขั้นต่ำ” ในการเดินหน้ากติกาใหม่ ถ้าไม่แก้ตรงนี้ ต่อให้ผ่านด่านต่อไปได้ ประเทศก็จะยังติดลูปความชอบธรรมอยู่ดี

อ้างอิง
•    Thai PBS: ผลประชามติ (อย่างไม่เป็นทางการ) อัปเดต 9 ก.พ. 2569 — ระบุจำนวนผู้ ‘ไม่แสดงความคิดเห็น’
•    NIDA Poll (PDF): ‘ทำนายผล ประชามติ 69’ — ระบุสัดส่วน ‘ไม่แสดงความเห็น’ 13.78% ก่อนวันลงคะแนน
•    iLaw: ชี้ประเด็นเอกสารอธิบายประชามติใช้ถ้อยคำปะปน เสี่ยงทำให้ประชาชนสับสน