จาก “เมืองกรุงเทพ” กลายเป็น “เมืองกรุงส้ม” กับความรู้สึกน่าอับอาย ในสายตา “คนต่างจังหวัด”
เลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา “พรรคส้มสามกีบ” แม้จะไม่ได้คะแนนรวม “อันดับหนึ่งของประเทศ” เหมือนสมัยเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี ๒๕๖๖ แต่ก็สามารถ “มัดหัวใจคนหลงส้ม” ณ เมืองหลวงไทยไปได้แบบยกจังหวัด เปลี่ยนหลากสีสันของกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของคนไทย กลายสภาพเป็น “เมืองหลวงของคนส้ม” สีเดียว เพียงชั่วข้ามคืน
เปลือยล่อนจ้อนให้เห็นว่า คนกรุงเทพในจำนวนที่กาเลือก “พรรคสามกีบ” ไม่ได้สนใจพฤติกรรมของ “นักการเมืองล้มสถาบัน” ว่าเคยแสดงออกในทางเลว ๆ ต่อสังคมไทยอย่างไร เขาเลือกเพราะยังคงมองพรรคส้มเป็น “ของวิเศษ” ที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยได้
เป็นความเชื่อตามระดับสติปัญญาของคนกรุงเทพที่นิยมชมชอบพรรคส้มแบบไม่ลืมหูลืมตา
หนำซ้ำคนเมืองหลวงที่เลือกส้ม ยังพากันเขียนก่นด่าว่าคนต่างจังหวัดไม่ได้ฉลาด ยังคงโง่ที่พากันไปกาเลือกพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พรรคส้มเหมือนที่ตนเองเลือก หลายโพสต์มีข้อความคล้าย ๆ กันออกมาประมาณว่า “คนกรุงเทพตื่นแล้ว แต่คนต่างจังหวัดยังคงดักดานไม่เลิกรา”
แต่หากมองด้วยสายตาคนต่างจังหวัดที่เหลือในประเทศไทย ก็จะมองคนกรุงเทพในเชิงมีคำถามกลับมาประมาณว่า นี่หรือคนเมืองกรุงที่รายล้อมไปด้วยความเจริญ?, มีไม่น้อยที่จบจากเมืองนอกเมืองนา แต่ทำไมถึงดูพรรคสามกีบไม่ออก?, และที่รู้สึกอับอายที่คนกรุงเทพที่ไม่สามารถจะแยกแยะความดีความเลวของคนได้ก็มีอีกมาก
แต่ไม่ว่า “เมืองกรุงเทพ” จะกลายเป็น “เมืองกรุงส้ม” ทุกอย่างก็ต้องปล่อยให้ดำเนินไปตามบุญกรรมของคนร่วมชาติ เพราะตราบใดที่ “แผ่นดินชาติศักดิ์สิทธิ์” ทุกความเลวทรามก็ไม่สามารถกัดกินให้ประเทศทรุดโทรมลงได้ คนไทยต้องเชื่อในสิ่งนี้
ยังมีที่จริงกว่านั้น ไม่มีใครที่สนับสนุนอุ้มชูกลุ่มคนที่ดูหมิ่น เหยียดหยาม และคอยเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน จะมีชีวิตที่เป็นสุขสบายดีเลยสักคนเดียว จากวันนี้ไปอย่าไปต่อว่า “คนส้ม ณ เมืองกรุงเทพ” เลย แต่ควรสงสารเขาให้มาก ๆ กับชีวิตที่เขาต้องเผชิญนับจากวันนี้ไป
เขาจะพบวิบากกรรมหนักล้วน ๆ ไม่มีความสุขสบายปน
โดย แจ็ค รัสเซล










