‘พรรคเพื่อไทย’ ประกาศยกเครื่อง ‘ประกันสังคม‘ ปรับเปลี่ยนใน 100 วันแรกให้เกิดขึ้นทันที

วันที่ 29 ม.ค.69 พรรคเพื่อไทย จัดแถลงข่าวด่วน การแก้ปัญหากองทุนประกันสังคม โดย  นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช  อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

โดยนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระรวงแรงงาน แม้มีเวลาแค่ 2 เดือน และได้มีการโยกย้ายปลัดแรงงาน เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบ จะทำเรื่องต่อไปคือการผลักดันให้มีการปรับโครงสร้างบอร์ดประกันสังคม เสนอให้มีการแก้ไขโครงสร้างบอร์ด ให้ประธานบอร์ดจากการเลือกตั้งภายในบอร์ด แทนที่จะเป็นปลัดกระทรวง เพื่อให้มืออาชีพมาบริหารกองทุนได้แท้จริง

ขณะที่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช  อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จะผลักดันใน 100 วันแรก ยกเครื่องประกันสังคมให้เกิดขึ้นทันที จุดยืนยกเครื่องประกันสังคม ให้เปลี่ยนเป็นหลักประกันของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน โดยพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนเลือกสูตร 1 เลือก 7 ไม่ให้ผู้ประกันตนเสียสิทธิ์เด็ดขาด

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเสนอแนวทางการปฏิรูปประกันสังคม 7 ประเด็นสำคัญ เพื่อยกระดับการบริหารให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และยึดผู้ประกันตนเป็นศูนย์กลาง

ประเด็นแรก เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ในรัฐบาลที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรี และ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคเพื่อไทย เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะมีคำสั่งโอนย้ายปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบข้อกังขาต่างๆ เป็นไปอย่างอิสระ โปร่งใส และปราศจากแรงกดดัน

ประเด็นที่สอง พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า กรรมการฝ่ายผู้ประกันตนต้องมาจากหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยให้ผู้ประกันตน 1 คน มีสิทธิเลือกตัวแทนได้ 7 คน ตามสัดส่วนเดิม เพื่อให้ผู้แทนแรงงานกว่า 20 ล้านคน มีอำนาจขับเคลื่อนนโยบายและดูแลสิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ประเด็นที่สาม เสนอให้ตำแหน่งประธานคณะกรรมการประกันสังคม มาจากการเลือกตั้งภายในคณะกรรมการ แทนระบบเดิมที่ประธานโดยตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อให้บอร์ดมีความเป็นอิสระจากฝ่ายราชการ

ประเด็นที่สี่ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและลบข้อครหาเรื่องการนำเงินกองทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย พรรคเพื่อไทยเสนอให้ปรับระบบบริหารกองทุน โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพ เช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ปราศจากการแทรกแซงจากการเมืองหรือระบบราชการ และต้องเป็นผู้บริหารที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

ประเด็นที่ห้า ด้านความโปร่งใส เสนอให้เปิดเผยข้อมูลการลงทุน งบประมาณ และผลตอบแทนของกองทุนอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระ หากพบความผิดปกติหรือการทุจริต ต้องสามารถลงโทษและเปลี่ยนผู้บริหารได้ทันที เพื่อปกป้องเงินของผู้ประกันตน

ประเด็นที่หก เน้นการบริหารเงินสมทบทุกบาททุกสตางค์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดตัวชี้วัด (KPI) เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของสำนักงานและกองทุนให้ชัดเจน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ทั้งด้านสิทธิประโยชน์และคุณภาพการบริการ และต้องประกาศต่อสาธารณะ โดยคณะกรรมการในฐานะตัวแทนเจ้าของเงิน จะต้องกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เกิดการบริหารแบบลอยตัวหรือใช้งบประมาณไร้ทิศทาง

ประเด็นที่เจ็ด ในส่วนสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล พรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรแยกภารกิจการดูแลด้านต่างๆ ให้ชัดเจน ทั้งการว่างงาน บำเหน็จบำนาญ และทุพพลภาพ ขณะที่ด้านการรักษาพยาบาล รัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างการบูรณาการกองทุนสุขภาพที่มีอยู่ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับมาตรฐานการรักษาและบริการทัดเทียมกับกองทุนสุขภาพอื่น