Google มีไว้ทำไม? ค้นหาข้อเท็จจริงก่อนเลือกตั้ง แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่จำเป็นต้องฉีกรัฐธรรมนูญ
การเมืองดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับสื่อต่างๆ ที่พยายามสร้างเอนเกจเมนต์ (Engagement) ดึงเรตติ้ง จัดเวทีดีเบต เชิญแคนดิเดตรัฐมนตรี หรือ ตัวแทนพรรคการเมือง มานำเสนอแนวคิด นโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทย หากพรรคตนเองได้เป็นรัฐบาล
ร้อยเรียงมาในแต่ละเวที ในมุมมองเฉพาะด้านพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ขอหยิบบางประเด็นความเห็นจากทั้งผู้นำเสนอนโยบาย และพิธีกร เพื่อสะท้อนอะไรบางอย่าง
พิธีกร “หาน้ำมาให้เยอะๆ ชาวนาจะได้ปลูกข้าว 3 รอบ ปลูกให้เยอะที่สุดในโลก” หากหยิบประเด็นนี้มาพิจารณา นั่นหมายความว่า จะมีปริมาณข้าว (Supply) เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เกษตรกร ต้องขายข้าวเปลือกให้โรงสี ที่เป็นพ่อค้าคนกลาง ข้าวเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ซึ่งมีการซื้อขายในตลาดเสรี ราคากำหนดโดยกลไกตลาด ความต้องการ และคุณภาพ เมื่อ Demand น้อย แต่ Supply เยอะ คิดว่าราคารับซื้อข้าว จะถูกหรือแพง..?
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วิ่งเร่ขายข้าวยังต่างประเทศ เพื่อระบายสต็อกข้าว ในระยะเวลาแค่ 2 เดือน ก็เห็นผลงานว่าราคาซื้อขายข้าวในตลาด เริ่มขยับสูงขึ้น เพราะวิ่งหา Demand
โยงไปอีกเวทีหนึ่ง อดีตแคนดิเดต รมว.คลัง “ไม่ควรมีเงื่อนไขสต็อกข้าว 100 ตัน เพื่อให้รายเล็ก สามารถส่งออกได้” จากเงื่อนไขกำหนดให้บริษัทส่งออก ที่มีทุนจดทะเบียน 5-10 ล้านบาท ต้องมีการสต็อกข้าว 500 ตัน ปรับลดเงื่อนไขการมีสต็อกข้าว เหลือ 100 ตัน ด้าน รมว.พาณิชย์ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ถ้าส่งออกข้าวปริมาณต่ำกว่า 100 ตัน มันไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย (ค่าขนส่ง) หากมีสต็อกข้าวอยู่บ้าง ผู้ประกอบการจะดูจังหวะการขาย และหากมีออเดอร์เข้ามา คนตัวเล็กไม่มีสต็อกเลย ไม่มีอำนาจต่อรอง กว่าจะหาซื้อข้าวได้ อาจเสียโอกาสส่งออก โดยข้าว 100 ตัน เป็นเงินแค่ 1.8 ล้านบาท
ลองขายข้าวสารบรรจุถุง 10 กิโลกรัม วางขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ดูครับ แล้วลองกดสั่ง ดูว่าค่าส่ง มันคุ้มไหม? ถ้าขายแบบเอากำไร รวมค่าส่ง ราคาตั้งขายจะมีคนซื้อไหม? ถุงบรรจุขนาด 1 กิโลกรัม คงไม่ต้องพูดถึง
ถึงแม้จะเบี่ยงประเด็นไปเป็น การส่งออก ‘ข้าวคุณภาพ’ ที่พยายามอ้างถึงโยงกับรายเล็กๆ ไม่ควรกีดกันการส่งออก ซึ่งหากพิจารณารายละเอียดในข้อกำหนดดังกล่าวจะพบว่า กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์ จะส่งออกไม่ต้องสต็อก แต่ต้องเป็นประเภทส่งออกข้าวสารบรรจุกล่องหรือหีบห่อเท่านั้น การทำข้าวคุณภาพ โดยส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มเกษตรกร อยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้มีข้อจำกัดในการต้องสต็อกข้าว
กลับไปเวทีเดิม พิธีกร ให้ความเห็น “บ้านเราเจริญแค่กรุงเทพ ต่างจังหวัดกลายเป็นบ้านนอกหมด ความเจริญกระจุกที่กรุงเทพที่เดียว ความเจริญไม่เคยออกนอกกรุงเทพ ไม่ต้องไปไหนไกล ขับรถแค่ชั่วโมงครึ่งไปลพบุรี 50 ปีที่แล้วเป็นยังไง ทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้น โอกาสไม่เคยออกนอกกรุงเทพเลย”
ถ้าความเจริญ หมายถึง รายได้ ลอง Search Google ดูพบว่า GRP per Capita (Gross Regional Product) ซึ่งคือ รายได้เฉลี่ยของคนในจังหวัดต่างๆที่อยู่ในระบบภาษี จังหวัดระยอง สูงกว่ากรุงเทพฯ เกือบสองเท่า รวมถึง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อยุธยา ฯลฯ ตํ่ากว่ากรุงเทพ แต่ก็ห่างกันเล็กน้อย ความเจริญน่าจะไม่ใช่แค่กรุงเทพ
ถ้าความเจริญ หมายถึง การคมนาคม สนามบินนานาชาติ ประเทศไทยก็มีหลายจังหวัด ทั้ง สุวรรณภูมิ ดอนเมือง สัตหีบ ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย หาดใหญ่ กระบี่ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี ฯลฯ ความเจริญก็น่าจะไม่ใช่แค่กรุงเทพ
ถ้าความเจริญ หมายถึงโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไฟฟ้า ประปา 5G ถนนหนทาง จากข้อมูลที่เคยเห็นโฆษณาผ่านตา ประเทศไทย มีเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ 5G ครอบคลุมทั่วประเทศ ไฟฟ้า ประปา ก็ครอบคลุมการให้บริการแก่ประชากรทั้งประเทศ
ในอาเซียนมีแค่ประเทศไทย และสิงคโปร์เท่านั้น ที่เจริญได้ขนาดนี้
หยิบมาแค่ 2-3 ประเด็น กับดราม่าเศรษฐกิจไทยในเวทีการเมือง ท่ามกลาง สื่อที่เลือกข้าง เพื่อดึงยอดผู้ติดตาม ดึงยอดเอนเก็จเมนต์ สร้างกระแส จึงมีการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน นำรายละเอียดมาลงไม่ครบถ้วน
การเสพข้อมูลข่าวสารในยุคนี้ คงต้องใช้วิจารณญาณมากขึ้น ค้นหาข้อเท็จจริงให้มากขึ้น ก่อนตัดสินใจ เฉกเช่น การเลือกตั้งในครั้งนี้ ที่จะมีการทำประชามติเพื่อขอความเห็นชอบ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยหยิบยกประเด็นว่า จะทำให้เศรษฐกิจไทย ดีขึ้น ... มีใครอ่านรัฐธรรมนูญ ทั้งหมด 16 หมวด 279 มาตรา ครบถ้วนทุกหน้าบ้าง คงมีแค่คนที่ร่าง แต่ไม่ใช่ประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนนทุกคนแน่
เราควรเชื่อใจ นักการเมือง ที่บอกว่าเสียสละเข้ามาเป็นผู้แทนประชาชนเพื่อทำงาน (แต่เข้าประชุมสภาไม่ครบ) ที่ประกาศนโยบายว่า จะทำเพื่อให้เรามีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ใช้นโยบายประชานิยมในทุกสมัยเลือกตั้งจากเงินคนอื่น (ภาษี) แต่..ไม่เคยมีพรรคไหน เสนอแนวทางการหาเงินงบประมาณที่เป็นรูปธรรม
หีบวิเศษ ไม่ได้คัดคนเก่ง หีบวิเศษ ไม่ได้คัดคนดี แต่คัดคนที่ได้แสง ได้กระแส บางคนเคยบริหารบริษัทของตนเองจนขาดทุน บางคนครอบครัวไม่ให้เป็นตัวหลักในการบริหารกิจการครอบครัว บางคนเคยมีคดีติดตัว เป็นคนอาสาที่จะเป็นรัฐมนตรี เป็นตัวแทนประชาชน และยังบอกต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่บอกไม่ได้ว่ามันทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยไม่ดียังไง บอกไม่ได้ว่า มาตราไหนไม่ดี และถ้ามาตรานั้นมีปัญหา บทบัญญัติ ก็สามารถให้แก้รายมาตราได้
ถ้าหีบวิเศษ คัดคนเก่งได้ ทำไมองค์กรธุรกิจ ถึงไม่จัดเลือกตั้งประธานกรรมการ ไม่จัดเลือกตั้งผู้จัดการองค์กร
เสียดายงบประมาณ แทนที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ เสียดายภาษีที่จ่ายจริงๆ










