ลูกมาก...ไม่ยากจน ส่อง...สองมหาเศรษฐีที่มีลูกกว่า 100 คน
บุคคลรายแรกคือ Xu Bo มหาเศรษฐีชาวจีนแม้จะเรียนไม่จบมัธยมปลาย แต่เป็นผู้สร้างเกมยอดฮิต Fantasy Westward Journey เป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของ Guangzhou Duoyi Network เขามีลูกมากกว่า 100 คนจากหญิงที่รับจ้างอุ้มบุญในหลายประเทศ ในส่วนของลูกที่เกิดจากหญิงอเมริกัน Xu ทุ่มเงินให้กับนางแบบและนักศึกษาปริญญาเอกหญิงที่มีผลการทดสอบไอคิวสูงเป็นพิเศษเพื่อแลกกับไข่ของพวกเธอ จากนั้นก็จ้างหญิงอเมริกันที่รับจ้างอุ้มท้องแบบสุ่มเพื่ออุ้มท้องเด็กที่ถูกสร้างขึ้นในห้องแล็บโดยใช้เชื้ออสุจิของเขาและไข่ของ "ผู้หญิงที่ยอดเยี่ยม" เหล่านั้น โดยเขามีเป้าหมาย 3 ประการ
ประการแรก Xu Bo ต้องการลูกสาวและลูกชายที่สูงและสวยงามเป็นพิเศษจากนางแบบเหล่านี้ เพื่อที่จะได้แต่งงานกับครอบครัวชนชั้นสูงทั้งในตะวันตกและตะวันออก และสร้างความมั่งคั่งให้แก่คนรุ่นหลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก
ประการที่สอง เขาต้องการทายาทที่ฉลาด ด้วยเชื่อว่าลูกชายซึ่งเป็นลูกครึ่งของเขากับหญิงชาวอเมริกันจะฉลาดและมีความสามารถในการสืบทอดธุรกิจของเขาเมื่อเขาแก่ชรา
และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เขาต้องการให้ลูก ๆ ของเขาคลอดจากแม่ชาวอเมริกันในอเมริกา เพื่อให้ลูกชายและลูกสาวของเขามีสัญชาติอเมริกันควบคู่ไปกับสัญชาติจีน ซึ่งจะทำให้เขาสามารถเก็บสะสมความมั่งคั่งไว้ในต่างประเทศได้ และเขากำลังวางแผนสำรองไว้ เพราะไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมอำนาจของศตวรรษที่ 21 เขาจะยังสามารถอาศัยอยู่ได้ในทั้งสองประเทศ
แต่ Tang Jing อดีตคนรักของ Xu Bo อ้างว่า เขาเป็นพ่อของลูกราว 300 คน ทั้งสองอยู่ด้วยกันมา 14 ปี แต่ไม่เคยแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เธอยังกล่าวอีกว่าในการพิจารณาคดี ศาลตัดสินให้เธอชนะและปฏิเสธคำเรียกร้องค่าเสียหาย 300 ล้านหยวนของ Xu เธอยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันเธอกำลังเลี้ยงดูลูก 11 คนที่เกิดกับ Xu ด้วยตัวเอง และกำลังต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการดูแลลูกสาวสองคนของพวกเขา ต่อมาเครือข่าย Duoyi ของ Xu ได้ออกแถลงการณ์ว่า “ผู้ใช้รายนี้” ได้เผยแพร่ข้อมูลเท็จทางออนไลน์ และเรียกร้องให้แพลตฟอร์มดำเนินการโดยทันที ต้นเดือนธันวาคม 2025 บริษัทของ Xu Bo ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาเป็นพ่อของลูกมากกว่า 100 คนผ่านการอุ้มบุญในสหรัฐอเมริกา โดยโต้ตอบหนังสือพิมพ์ The Journal กล่าวว่าสำนักข่าวดังกล่าวได้ “จงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างข้อมูลเท็จ” แถลงการณ์ระบุว่า มีเด็กเพียง 12 คนที่เกิดบนแผ่นดินสหรัฐฯจากจำนวนเด็ก ๆ ที่เขามีกว่า 100 คน
สำหรับรายที่สองคือ Pavel Durov มหาเศรษฐีผู้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Telegram ผู้มีลูกมากกว่า 100 คนเช่นเดียวกันกับ Xu Bo เขาเกิดในรัสเซีย ได้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ VKontakte (VK) ในปี 2006 ต่อมาในปี 2014 เขาถูกบีบให้ออกจาก VK หลังจากการพิพาทกับเจ้าของใหม่ของบริษัทและแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งทำให้เขาต้องออกจากประเทศ ในปี 2013 เขาและ Nikolai Durov พี่ชายได้พัฒนา Telegram และในปี 2017 พวกเขาย้ายไปนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Telegram ในปัจจุบัน
ในปี 2024 Durov อ้างว่าเขาเป็นพ่อของเด็กมากกว่า 100 คนผ่านการบริจาคอสุจิใน 12 ประเทศตั้งแต่ปี 2010 ในปี 2025 เขาประกาศว่าเขาต้องการมอบทรัพย์สินของเขา ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ให้แก่ลูก ๆ 106 คนของเขาหลังจากที่เขาเสียชีวิต โดยไม่มีใครจะได้รับมรดกก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งลูก ๆ ของเขาในปัจจุบันทุกคนจะมีอายุครบ 30 ปีในวันที่ 19 มิถุนายน Durov ได้พูดคุยต่อสาธารณะเกี่ยวกับอัตราการเจริญพันธุ์ทั่วโลกและการบริจาคอสุจิ รวมถึงระหว่างการปรากฏตัวของเขาในรายการ Lex Fridman Podcast ในเดือนธันวาคม 2025 Durov ได้โพสต์ในช่อง Telegram ของเขาเกี่ยวกับการสร้างโปรแกรมบริจาคอสุจิ
บ้านเราเคยมีสำนวนฮิต "ลูกมากจะยากจน" ซึ่งเคยเป็นคำขวัญในการรณรงค์ลดประชากรในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน สังคมไทยในอดีตมีลูกมาก เพราะคาดหวังให้ลูก ๆ ได้ช่วยดูแลพ่อ-แม่ในแก่เฒ่า แต่ปัจจุบันความคาดหวังนี้ลดลง ด้วยคนส่วนใหญ่มีทางเลือกมากมายในการดูแลตัวเองยามแก่ชรา การมีลูกน้อยลงไม่ได้หมายความว่าสังคมจะดีขึ้นเสมอไป เพราะปัญหาความยากจนมีความซับซ้อนมาก ทั้งเรื่องการศึกษา โอกาสทางเศรษฐกิจ และการวางแผนชีวิต ทุกวันนี้ คนไทยมีลูกน้อยลงมาก ทำให้เกิดสังคมสูงวัย จากอัตราการเกิดทดแทนต่ำกว่า กอปรกับทัศนคติใหม่ คนไทยมีลูกน้อยลงเพราะมองว่า "มีลูก = มีภาระ" หรือต้องการอิสระในการใช้ชีวิตมากกว่า คงมีเพียงคนที่รวยอย่างมหาศาลเท่านั้นที่สามารถมีลูกมากกว่า 100 คนได้ในพริบตา คนจนอาจมีความฝันอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง แต่ไม่สามารถทำให้ความฝันเหล่านั้นเป็นจริงได้ ทุกคนในโลกนี้สามารถฝันถึงการทำสิ่งที่ไม่ธรรมดาได้… แต่มีเพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ ในโลกใบนี้เท่านั้นที่สามารถทำได้จริง










