เมื่อยอมเป็นสุนัขรับใช้อเมริกา ก็ต้องเร่งเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ
ไม่ต้องฉลาดก็รู้ว่าขาใหญ่อย่างอเมริกา ประเทศที่ “อันธพาลเรียกพี่” ถึงวันนี้ก็ยังไม่หยุดระราน และแสวงหาประโยชน์จากประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในแบบที่ประเทศของตนเองนั้นไม่มี สิ่งที่อเมริกาแสดงออกหลายครั้ง ยังสะท้อนชัดเจนว่าเป็นประเทศที่ไม่มีความจริงใจกับใคร
โดยเฉพาะในยามที่ประเทศนั้น ๆ เริ่มจะหมดประโยชน์
ผู้นำ หรือกลุ่มคนที่มีวิสัยทัศน์ในประเทศต่าง ๆ จึงระมัดระวังตัวมาก ไม่ยอมพลาดท่าเสียทีหรือตกเป็นเบี้ยบนกระดาน เพราะเมื่อถลำลึกเดินลงสนามชั่วแล้วก็จะไม่ต่างจาก “สุนัขรับใช้” ที่ต้องคอยขู่ เห่า กระทำในเรื่องเลว ๆ ตามคำสั่งการเพื่อแลกกับ “ผลประโยชน์ลับ” ต่างตอบแทนที่ไม่จีรัง
ภาพของกลุ่มคน องค์กร หรือประเทศที่เต็มใจที่จะยอมเป็น “ขี้ข้าของอเมริกา” จะมีลักษณะที่เหมือนกันคือ ต้องโง่แต่มักใหญ่ใฝ่สูง อยากขึ้นสู่ระดับบน ๆ ขององค์กรหรือประเทศนั้น ๆ อยากร่ำรวยกว่าคนรวยทั่ว ๆ ไป เป็นผู้ไร้ความสามารถแต่อยากมีอำนาจไว้ข่มเหง หรือบงการผู้คนที่ตัวเล็กกว่า หรือโง่กว่า อยากได้ชื่อว่าเป็นนักเปลี่ยนแปลงสังคมแม้จะเปลี่ยนไปในทางเลวก็ตาม คุณสมบัติเหล่านี้ถ้าเปรียบกับ “พรรคการเมืองหนึ่ง” ในประเทศไทย ก็จะเห็นภาพ “ชายหน้าตี๋” ซึ่งเป็นผู้นำทาง “จิตวิญญาณวิปลาส” ของ “บริษัทสามกีบจำกัด” เท่านั้น มองไม่เห็นใครอื่น
“บริษัทสามกีบจำกัด” ใช้ทุกวิธิทีที่จะทำให้ “สถาบันกษัตริย์” ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยอ่อนแอลง ถึงคราวนั้น ประเทศที่ตนเอง “นับถือเป็นพ่อ” ก็จะเข้ามาแทรกแซงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบก ทางน้ำ จนกลืนกินประเทศไทยได้สำเร็จ
หลากหลายวิธีตั้งแต่เริ่มใช้ “เด็กสามนิ้ว” กัดเซาะสถาบัน ประกาศยกเลิก 112 ตามมาด้วยการเดินหน้าด้อยค่าทหารแบบจริงจัง และล้มล้างการปกครอง เมื่อไม่ได้ผลที่ดังที่วาดฝันไว้ ก็กลับไปใช้วิธีโบราณคือการ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” เพราะตราบใดที่รัฐธรรมนูญยังคงแข็งแรง โดยเฉพาะบทที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ บิดาของสามกีบก็ยากจะเข้ามาวุ่นวาย
แต่เหตุผลที่ “บริษัทสามกีบจำกัด” คุยโม้กับคนไทยว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้คนไทยอยู่ดีกินดีมากขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่โกหกทั้งเพ ประเทศไทยไม่ได้เป็นง่อยเพราะ “รัฐธรรมนูญ” แต่ถ้าจะตาย ก็ตายเพราะ “นักการเมืองเลว”
โดย แจ็ค รัสเซล










