MySnaxx มันฝรั่งทอดกรอบน้องใหม่ ท้าชนยักษ์ใหญ่ ใช้ “ฐานแฟน-สตอรี่-ออนไลน์” แทนทุ่มงบโฆษณา กรณีศึกษา “แบรนด์เล็กกล้าคิดใหญ่” ในตลาดหมื่นล้าน ตอกย้ำ “ฐานลูกค้า” สำคัญไม่แพ้ “งบการตลาด”
ในตลาดมันฝรั่งทอดไทย ถ้าเอ่ยชื่อ Lay’s แทบทุกคนเห็นภาพทันที ทั้งรสชาติ, แคมเปญ, รสลิมิเต็ด, และชั้นวางที่ยาวทั้งแถวในเซเว่น-ซูเปอร์มาร์เก็ต
รายงานด้านการตลาดระบุว่า Lay’s เป็นผู้นำตลาดมันฝรั่งทอดและกลุ่ม salty snack ของไทยมานานกว่าสิบปี และอยู่ในกลุ่มแบรนด์ที่มีคะแนนความผูกพันสูงสุดในหมวดขนมขบเคี้ยวเค็ม ขณะที่ภาพรวมตลาดขนมขบเคี้ยวเค็มของไทยมีมูลค่าราว 21,000-22,000 ล้านบาทต่อปี และเฉพาะกลุ่มมันฝรั่งทอดคิดเป็นประมาณ 30% ของตลาดนี้
มีการประเมินเพิ่มเติมว่า ตลาดมันฝรั่งทอดในไทยปี 2025 มีมูลค่าประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นกว่า 90,000 ล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องราว 6-7% ต่อปี
สนามนี้จึงไม่ใช่ “ตลาดเล่น ๆ” สำหรับผู้เล่นรายเล็กเลยแม้แต่น้อย
ท่ามกลางยักษ์ระดับนี้ อยู่ ๆ ก็มีมันฝรั่งถุงใหม่ชื่อ “MY SNAXX” โดย MyMateNate โผล่ขึ้นมา พร้อมข้อความประมาณว่า “ผมสร้างมันฝรั่งทอดของตัวเอง”
คำถามที่น่าสนใจสำหรับ TST BIZ ไม่ใช่แค่ว่า “อร่อยไหม” แต่คือ “อะไรทำให้แบรนด์เล็กอย่าง MySnaxx กล้าเล่นในสนามเดียวกับ Lay’s?”
MySnaxx คือใครในสงครามมันฝรั่งทอด?
จากหน้าเว็บและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ MySnaxx / MY SNAXX คือมันฝรั่งทอดกรอบแผ่นหยักขนาด 50 กรัม หลายรสชาติ เช่น Sea Salt, Barbeque, Sour Cream Cheese, Nori Seaweed ฯลฯ ผลิตจากมันฝรั่งแท้ ทอดในน้ำมันรำข้าว และใช้ positioning แบบ “snack ดี ๆ กินแล้วไม่รู้สึกผิดมาก”
จุดต่างสำคัญคือ “เจ้าของแบรนด์”
ไม่ใช่บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ แต่คือ MyMateNate YouTuber/Creator ที่มีฐานแฟนมหาศาลในไทย ซึ่งประกาศเองในคลิปเปิดตัวว่าใช้เวลาพัฒนาสูตรเป็นปี ลองแล้วลองอีก กว่าจะออกมาเป็น MySnaxx ที่ขายจริง
วันนี้ MySnaxx ไม่ได้อยู่แค่ในออนไลน์ แต่เริ่มเข้าไปอยู่ใน 7-Eleven บางสาขา รวมถึงร้านสะดวกซื้อและร้านในปั๊มน้ำมันบางเครือแล้วด้วย
แล้วอะไรทำให้ MySnaxx “กล้าท้าชน Lay’s”?
1) เพราะเขาไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ฐานแฟน”
ถ้าบริษัทอาหารทั่วไปออกมันฝรั่งยี่ห้อใหม่ ต้องใช้เงินโฆษณามหาศาลเพื่อให้คนจำชื่อได้
แต่ MySnaxx มีฐานแฟนของ MyMateNate เป็น “ทุนทางแบรนด์” อยู่แล้ว ช่อง YouTube ของเขามีผู้ติดตามมากกว่า 15 ล้านคน และมียอดรับชมรวมกว่า 4.6-4.7 พันล้านวิว จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของอินฟลูเอนเซอร์ไทยทั้งหมวดบันเทิง-ไลฟ์สไตล์
ถ้าเทียบกันแบบ “ต้นทุนต่อการเข้าถึงคน” ฐานผู้ติดตามระดับสิบกว่าล้านนี้คือ Media Asset ที่บริษัทข้ามชาติต้องใช้เงินโฆษณาหลายสิบ-หลักร้อยล้านบาทต่อปีในการซื้อพื้นที่ แต่ MySnaxx “ถือสื่อเอง” ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวแบรนด์
ในมุมธุรกิจ คือการใช้ “Influence” มาเป็น Launch Budget
2) เล่าเรื่อง “ของที่เราทำเองจริง ๆ” ไม่ใช่แค่เอาชื่อไปแปะ
ในคลิปเปิดตัว MySnaxx, MyMateNate เน้นเล่าว่า
- ใช้เวลาพัฒนาสูตรเป็นปี
- ทดลองผลิตหลายรอบ
- สนใจเรื่องรสชาติและคุณภาพเองจริง ๆ
ในขณะที่หลาย “KOL Brand” แค่เอาชื่อไปแปะกับ OEM
MySnaxx เล่า narrative ว่า นี่คือโปรเจกต์ที่เขาลงแรงเองจริง ๆ → ทำให้แฟนรู้สึกว่า “นี่คือขนมของพี่เนท ที่พี่เนทภูมิใจ”
ไม่ใช่ “ขนมของโรงงาน ที่เอาพี่เนทมาเป็นพรีเซนเตอร์”
ความรู้สึก “ของพี่” ตรงนี้แหละ ที่เป็นเกราะบาง ๆ ให้กล้าขึ้นไปวางบนชั้นเดียวกับ Lay’s ได้
3) เล่นเกมที่ Lay’s เล่นไม่ถนัด: Creator-first + Online-first
Lay’s เก่งมากในเกม Mass Distribution + Mass Marketing
- เข้าได้ทุกเซเว่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้าง ร้านโชห่วย
- ทำแคมเปญระดับชาติ, เพลง, รสลิมิเต็ด, โปรโมชันใหญ่ ๆ
แต่ MySnaxx เลือกเล่นเกมอีกฝั่งคือ Creator-first + Online-first
- เปิดขายผ่านเว็บตัวเอง, LINE OA, Shopee, Lazada พร้อมกัน
- ใช้คอนเทนต์สั้น, TikTok, IG Reel, Facebook Shorts ในการสร้างกระแส
- ทำคอนเทนต์เบื้องหลัง “กว่าจะมาเป็นซอง MySnaxx” ให้คนรู้สึกมีส่วนร่วมกับการสร้างแบรนด์
พูดง่าย ๆ คือ MySnaxx เอาจุดแข็ง “แพลตฟอร์ม” ของ Creator มาสู้กับจุดแข็ง “ช่องทางดั้งเดิม” ของ Lay’s
ไม่ใช่ลงสนามเดียวกันทั้งหมด แต่เลือกสนามที่ตัวเองมีแต้มต่อ
4) เลือกจุดยืน “พรีเมียมกำลังดี” ในตลาดที่ Lay’s ครองจิตใจแมส
ข้อมูลออนไลน์ระบุว่า MySnaxx ขนาด 50 กรัม ราคาประมาณ 30–35 บาทต่อซอง ขึ้นกับช่องทางและโปรโมชั่น
จุดขายที่สื่อสาร ได้แก่
- ใช้มันฝรั่งแท้คัดเกรด
- ทอดด้วยน้ำมันรำข้าว
- เน้นรสชาติไม่เค็มจัด กินได้เรื่อย ๆ
มันไม่ได้ตั้งใจมาเป็น “ถูกสุดในชั้นวาง”
แต่มาในโทน “ขนมของ Creator ที่ตั้งใจทำ + คุณภาพโอเค ในราคาที่แฟนเอื้อมถึง”
ส่วน Lay’s เองก็มีทั้งไลน์ราคาปกติ และไลน์พรีเมียมอย่าง Lay’s MAX ฯลฯ ในตลาดที่ตัวเองถือส่วนแบ่งสูงที่สุดอยู่แล้ว
MySnaxx เลยต้องยืนให้ต่างด้วย “เรื่องเล่า + ตัวตนแบรนด์” มากกว่าแข่งจำนวนรสชาติหรือครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์แบบ Lay’s
5) กล้า “ชน” เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้แข่งยอดขายรวม แต่แข่ง “หัวใจแฟนคลับ”
ถ้ามองแบบตัวเลข ทั้งตลาดมันฝรั่งไทยมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท และมี Lay’s ครองส่วนแบ่งแบบทิ้งห่างแบรนด์อื่น
MySnaxx ไม่มีทางไปสู้ Lay’s ด้วยจำนวนจุดขายหรือปริมาณโฆษณาในระยะสั้นแน่นอน
แต่สิ่งที่ MySnaxx ทำได้คือ
- ดึงแฟน MyMateNate ก้อนหนึ่งมาซื้อซ้ำ
- ขยายจากแฟนตัวยง → คนทั่วไปที่คุ้นชื่อจากออนไลน์
- ใช้จุดวางใน 7-Eleven / ร้านน้ำมัน / ร้านสะดวกซื้อบางแห่ง เป็น “เวทีให้คนลองครั้งแรก”
คำว่า “ท้าชน Lay’s” ในเชิงธุรกิจจึงแปลว่า
“กล้าเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ในหมวดที่ Lay’s ครองอยู่”
มากกว่าจะไปวัดด้วยยอดขายรวมทั้งประเทศ
By the Numbers - สนามที่ MySnaxx ลงไปเล่น
- มูลค่าตลาด salty snacks ไทย ≈ 21,000-22,000 ล้านบาท/ปี
- มันฝรั่งทอด ≈ 30% ของตลาดขนมเค็มทั้งหมด
- มูลค่าตลาดมันฝรั่งทอดไทย (ประเมินปี 2025) ≈ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (โตเฉลี่ย ~6-7% ต่อปี)
- ช่อง MyMateNate: ผู้ติดตาม 15M+ ยอดวิวรวม 4.7B+
- หมายเหตุ: ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขยอดขาย MySnaxx อย่างเป็นทางการ แต่จำนวนช่องทางขายและการปรากฏตัวใน 7-Eleven / ออนไลน์ บ่งชี้ว่าแบรนด์กำลังเร่งขยาย footprint อย่างต่อเนื่อง
บทเรียน TST BIZ: ถ้าอยากท้าชนยักษ์แบบ Lay’s ต้องมีอะไรบ้าง?
เคส MySnaxx สะท้อน 4 บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของแบรนด์/SME
1) มีฐาน “คน” ก่อนสร้างฐาน “สินค้า”
ถ้าคุณมีแฟน / community / audience อยู่แล้ว
สินค้าจะกลายเป็น “ของที่กลุ่มนั้นพร้อมลอง” ไม่ใช่ Unknown Brand บนชั้นวาง
2) อย่าแข่งทุกสนาม เลือกสนามที่ตัวเองมีแต้มต่อ
- Lay’s เก่ง Mass Distribution → MySnaxx เลือก Online-first + Creator-first
- เจ้าของแบรนด์เองก็ต้องถามว่า “สนามไหนที่ยักษ์ลงมาช้า แต่เราเร็วกว่าได้”
3) เล่าความตั้งใจจริงให้คนเห็น ไม่ใช่แค่โลโก้บนซอง
- คอนเทนต์เบื้องหลัง, กว่าจะเป็นซอง, การลองรส – ทั้งหมดคือ “หลักฐานของความตั้งใจ”
- ยิ่งคนรู้สึกว่าแบรนด์นี้ “เขาทำเองจริง ๆ” แทนที่จะ “แค่เอาชื่อไปแปะโรงงาน” ความผูกพันจะสูงขึ้น
4) อย่าวัดตัวเองด้วยยอดรวมตลาด แต่ให้วัดด้วย segment ที่เราอยากชนะ
- MySnaxx ไม่จำเป็นต้องแย่งทุกคนจาก Lay’s
- แค่ชนะใจกลุ่ม “แฟน + คนที่ชอบลองอะไรใหม่จาก Creator” ก็สร้างธุรกิจที่ยืนได้แล้ว
สุดท้าย MySnaxx ยังมีเส้นทางอีกไกลกว่าจะเป็น “คู่แข่งเต็มตัว” ของ Lay’s ในเชิงส่วนแบ่งตลาด
แต่แค่การ “กล้าออกมาเล่นในสนามมันฝรั่งทอดที่ Lay’s ครองอยู่” ก็เป็นสัญญาณชัดว่า ยุคนี้ Creator สามารถข้ามจากจอ YouTube มาสร้างแบรนด์ของจริงในชั้นวางขนมได้แล้ว
และนี่แหละ คือเหตุผลว่าทำไม MySnaxx ถึง “กล้าท้าชน Lay’s” ไม่ใช่เพราะตัวเลขใหญ่กว่า แต่เพราะเขาเชื่อในพลังของฐานแฟน + เรื่องเล่า + ช่องทางออนไลน์ ที่ทำให้มันฝรั่งถุงหนึ่ง ไม่ใช่แค่ขนม แต่เป็น “แบรนด์ของคนที่เราติดตามอยู่ทุกวัน” นั่นเอง










