จีนอัปเกรดพลัง AI เนรมิตหุ่นยนต์เชื่อมอัจฉริยะ เติมเต็มแรงงานขาดแคลน โรงงานทั่วประเทศก้าวสู่ยุค “AI+” ขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่
(7 พ.ย. 68) จีนเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างจริงจัง ล่าสุดโรงงานอัจฉริยะทางตะวันออกของประเทศผลิต “หุ่นยนต์เชื่อมอัจฉริยะ” ออกสู่ตลาดปีละกว่า 1,000 หน่วย เพื่อทดแทนแรงงานช่างเชื่อมที่ขาดแคลนทั่วประเทศกว่า 3.5 ล้านคน
“หัวใจของเรา คือการผสานความแม่นยำของงานเชื่อมเข้ากับระบบอัตโนมัติในโรงงาน” หวัง เต๋อเจ้าหวี ซีอีโอ 3S Robotics กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีจากปักกิ่งได้พัฒนาโมเดล AI สำหรับงานเชื่อม ที่ช่วยให้หุ่นยนต์ตัดสินใจและทำงานได้อย่างอัตโนมัติทั้งกระบวนการ ลดเวลาพัฒนาได้กว่า 60% “หุ่นยนต์ของเราสามารถคิดและตัดสินใจได้เหมือนช่างเชื่อมมืออาชีพ” หาน เถิงเยว่ จากบริษัท Botsing Technology กล่าว ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “AI+ อุตสาหกรรม” ที่จีนตั้งเป้าสร้างระบบการผลิตยุคใหม่ภายใน 5 ปี
จีนยังคงเป็นประเทศผู้ผลิตอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องมา 15 ปี และมีการใช้หุ่นยนต์ในโรงงานมากที่สุดในโลก โดยมีหุ่นยนต์เฉลี่ย 470 ตัวต่อแรงงาน 10,000 คน ปัจจุบันจีนมีโรงงานอัจฉริยะกว่า 35,000 แห่ง และโรงงานระดับก้าวหน้ากว่า 230 แห่ง ซึ่งช่วยให้การวิจัยและพัฒนาเร็วขึ้น 28% เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกว่า 22% และลดการปล่อยคาร์บอนถึง 20% “โรงงานเหล่านี้กำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของยุค AI+ อย่างแท้จริง” จง ซินหลง นักวิจัยจาก CCID Consulting กล่าว
ในภาคยานยนต์ บริษัทจากเซินเจิ้นได้พัฒนาเครื่องตรวจสอบคุณภาพด้วย AI ที่ใช้ดีปเลิร์นนิงและโมเดลขนาดใหญ่ สามารถตรวจหาข้อบกพร่องได้กว่า 70 ประเภทในครั้งเดียว เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบกว่า 85%
“เราทำงานร่วมกับผู้ผลิตกว่า 300 ราย และตั้งเป้าช่วยเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะอีกกว่า 1,000 แห่ง” เจีย เจียหย่า ผู้ก่อตั้ง SmartMore กล่าว
ส่วนบริษัท Envision Energy ผู้ผลิตกังหันลมรายใหญ่ก็เผยว่า ระบบ AI ของตนช่วยคาดการณ์สภาพอากาศระดับจุดได้แม่นยำในรัศมีไม่ถึง 20 เมตร เพิ่มรายได้กว่า 21% และ “คาดการณ์การขัดข้องล่วงหน้าได้ถึงสองเดือน” หวง หู รองประธานบริษัท ระบุ
รัฐบาลจีนยังเดินหน้าผลักดันนโยบาย “AI Plus” ซึ่งกำหนดแผนบูรณาการ AI กับเศรษฐกิจจริง ตั้งเป้าให้นวัตกรรมอย่างอุปกรณ์อัจฉริยะและระบบผู้ช่วย AI มีการใช้งานมากกว่า 70% ภายในปี 2027 ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ทดสอบ ไปจนถึงบริการและบริหารจัดการ
ด้านจง ซินหลง นักยุทธศาสตร์ด้าน AI วิเคราะห์ว่า สหรัฐเน้น “ทุ่มเทกำลังคอมพิวเตอร์” เพื่อรักษาความเป็นผู้นำเทคโนโลยี ขณะที่จีนเลือกแนวทาง “เน้นการใช้งานจริง” โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากระบบอุตสาหกรรมครบวงจร ตลาดภายในขนาดใหญ่ และยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งพัฒนา “ผลิตภาพคุณภาพใหม่”
“แนวทางของจีนสะท้อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่งคั่งร่วมกันในระยะยาว” จง ซินหลง กล่าวปิดท้าย










