Friday, 5 June 2026
WEEKEND NEWS

'ตำรวจ' เตือนภัย!! ระวังถูกแท็กเฟซบุ๊ก​ พร้อมภาพข่าวอุบัติเหตุหรือภาพลามก อย่ารับแท็กเด็ดขาด อาจถูกแฮกเฟซบุ๊กไม่รู้ตัว

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.ในฐานะ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ช่วงนี้ในเฟซบุ๊กของพี่น้องประชาชน อาจจะมีคนที่เป็นเพื่อนหรือไม่ใช่เพื่อนของเรามาแท็กเฟซบุ๊ก และแท็กพร้อมกับผู้อื่นอีกหลายสิบคน ซึ่งข้อมูลที่ส่งมาประกอบด้วยลิงก์ภาพข่าวอุบัติเหตุ​ หรือภาพข่าวลักษณะลามกอนาจาร จากสำนักข่าวมีชื่อบ้าง ไม่มีชื่อบ้าง หากเรามีความสนใจข่าวที่แท็ก แล้วกดเข้าไปดูจะพบว่ามีหน้าต่างให้เรากรอกอีเมลและ พาสเวิร์ดเข้าเฟซบุ๊กใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก 

เพราะลิงก์ดังกล่าวเป็นลิงก์หลอกลวง ที่แฮกเกอร์สร้างมาเพื่อลวงให้เรากรอกข้อมูล อันได้แก่ อีเมลกับรหัสผ่านเฟซบุ๊ก ทำให้แฮกเกอร์ทราบข้อมูล และเข้าถึงบัญชีเฟซบุ๊กของเราได้ หากใครกรอกข้อมูลไป เฟซบุ๊กอาจถูกแฮก จากนั้นแฮกเกอร์จะเปลี่ยนรหัส​ ทำให้เราไม่สามารถเข้าเฟซบุ๊กของเราได้ สุดท้ายแฮกเกอร์อาจเอาบัญชีเฟซบุ๊กของเราไปกระทำความผิด เช่น หลอกยืมเงินเพื่อนในเฟซบุ๊กของเรา หรือ นำไปหลอกลวงฉ้อโกงผู้อื่น เป็นต้น

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีนโยบายในการสร้างความรับรู้ให้กับประชาชนในการป้องกันตัวเองมิให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในทุกรูปแบบ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่พบว่าบัญชีเฟซบุ๊กตัวเองถูกแท็กในลักษณะดังกล่าว ไม่ควรกดเข้าไปดู หรือ กรอกอีเมลกับรหัสผ่านอย่างเด็ดขาดเพราะท่านอาจตกเป็นเหยื่อของแฮกเกอร์ 

อย่างไรก็ตาม หากท่านถูกแฮกเฟซบุ๊กไปแล้วและไม่สามารถเข้าเฟซบุ๊กตัวเองได้​ ให้ปฏิบัติการ 3 แจ้ง คือ... 

1.​ แจ้ง​ (Report) เฟซบุ๊ก เพื่อให้เฟซบุ๊กกู้คืนบัญชีกลับมาให้เรา
2.​ แจ้งเพื่อนของเราในทุกช่องทางว่าเฟซบุ๊กเราถูกแฮก 
และ​ 3.​ แจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'ภารกิจพิชิตหัวใจ'​ ภารกิจสุดยิ่งใหญ่​ จากประสบการณ์ของ 'ตำรวจโครงการพระราชดำริ'​ ที่อยากบอกต่อ!!

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น./โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2564 ตำรวจโครงการพระราชดำริ รับภารกิจพิชิตหัวใจ โดยมี ร.ต.อ.พิเชษฐ วิเศษโชค รอง สว.กก.6 บก.จร. นำตำรวจโครงการพระราชดำริจำนวน 11 นาย เข้าร่วมภารกิจอำนวยความสะดวกให้ทีมแพทย์ นำหัวใจจากผู้ป่วยที่บริจาคอวัยวะจาก รพ.พิษณุโลก เปลี่ยนถ่ายให้กับผู้ป่วยคนหนึ่งที่ รพ. ศิริราช ด.ต.อารยะ ป้อมค่าย ผบ.หมู่งาน 2 กก.6 บก.จร. เล่าว่าภารกิจพิชิตหัวใจภารกิจครั้งนี้เป็นหัวใจดวงที่ 38

ในอดีตครั้งแรก​ ได้รับการประสานจากสภากาชาดไทย​ ให้ทำภารกิจนำส่งหัวใจ ก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาคิดว่ามีแต่ในหนัง ก็คิดว่านี่คือหัวใจของคน ไม่ใช่อวัยวะ เช่น แขน ขา ที่จะนำไปส่งต่อเพื่อมอบชีวิตใหม่ให้อีกชีวิต ครั้งนั้นปฎิบัติภารกิจ ดำเนินการด้วยเฮลิคอปเตอร์ ที่สนามบุญยะจินดา ซึ่งได้รับแจ้งว่าผู้มอบต้องการส่งต่อชีวิตใหม่เพื่อสร้างบุญกุศลให้ตัวเอง เนื่องจากผู้มอบเกิดภาวะสมองตาย โดยภารกิจแรกในตอนนั้นทราบจากทีมแพทย์ ว่า... 

เมื่อถึงเวลาผู้รับโดยแพทย์จะต้องเปิดช่องอกรอหัวใจที่ผู้มอบส่งให้เพื่อมีชีวิตใหม่ ซึ่งภารกิจพิชิตหัวใจต้องทำให้เสร็จภายใน 4 - 5 ชั่วโมง ตั้งแต่ขั้นตอนแรกคือการตัดเส้นเลือดใหญ่จากผู้มอบ จนถึงการผ่าตัดใส่หัวใจ ทุกครั้งต้องแข่งกับเวลา ห้ามมีความผิดพลาดแม้แต่นาทีเดียว เพราะนั่นหมายถึงชีวิตที่กำลังรอ 

แต่เหนือสิ่งอื่นใด​ ต้องขอบคุณพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 และ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่สร้างโครงการตำรวจจราจรในพระราชดำริขึ้นมา​ โดยทุกครั้งที่ฝนตก ฟ้าร้อง ระหว่างปฎิบัติภารกิจจะนึกถึงและอธิษฐานถึงพระบารมีของพระองค์ท่านเสมอ จนสิ่งที่เป็นอุปสรรคก็มักจะหายไป 

นอกจากนี้ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่คอยหลีกทางทำให้ภารกิจสำเร็จด้วยดีทุกอย่างต้องปลอดภัยทุกครั้ง ซึ่งเราต้องนึกถึงผู้ป่วยที่รอรักษาอยู่ แม้ไม่เคยเจอผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว แต่ทุกครั้งที่มีข่าวออกไป​ มีญาติเข้ามาขอบคุณ​ มีคนมาขอบคุณในเฟซบุ๊กเพจตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร ก็รู้สึกดีแล้ว และต้องขอบคุณพระองค์ท่านที่สร้างโครงการนี้ขึ้นมาทำให้พวกเราได้ช่วยเหลือประชาชน 

"ดีใจที่ได้ทำหน้าที่นี้และภูมิใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาที่ไปช่วยประชาชนแล้วได้ยินว่าตำรวจพ่อหลวงมาแล้ว ตำรวจของพระราชา มาแล้วพวกเราปลอดภัยได้ พวกเรามีความสุขที่สุดที่ได้เห็นเสื้อกั๊กสีน้ำเงินแบบนี้ แค่นี้พวกผมตำรวจโครงการพระราชดำริก็ภูมิใจแล้ว"

‘ตำรวจชวนคิด’ เตือนสติประชาชน คิดให้ดีก่อนจะเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ทั้งผู้จัดให้มีการเล่น ผู้เล่น ผู้ชักชวนให้เล่น เสี่ยงคุก เสี่ยงถูกยึดทรัพย์ เสี่ยงสูญเงิน

วันที่ 19 มิ..2564 ...ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงพัฒนาการของการเล่นพนันออนไลน์ โดยในยุคที่ประชาชนเข้าถึงโทรศัพท์สมาร์ทโฟน/สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงระบบธนาคารออนไลน์มากขึ้น ทำให้ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันพยายามเข้าถึงประชาชนมากขึ้น มีการชักชวนในรูปแบบต่างๆ ทั้งส่งลิ้งก์เว็บไซต์การพนันมาทางข้อความสั้น(SMS) โฆษณาในเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์หลายๆแพลตฟอร์ม รวมถึงการนำนายแบบนางแบบ พริตตี้ ยูทูบเบอร์ มาชักชวนให้เล่นการพนัน โดยอ้างว่าเล่นง่ายๆ สนุก ได้เงินแน่นอน ทำให้มีประชาชนทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เยาวชน หลงเชื่อหลวมตัวเข้าไปเล่นการพนันออนไลน์ จนมีบางรายหมดเนื้อหมดตัว อาจเป็นสาเหตุให้ไปก่ออาชญากรรมอย่างอื่น ทั้งอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ ยาเสพติด หรือถึงขนาดฆ่าตัวตายเพราะติดหนี้การพนันออนไลน์

สำหรับการพนันออนไลน์นั้น จะมีผู้เกี่ยวข้องมีอยู่ 3 กลุ่ม ล้วนแล้วแต่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งมีอัตราโทษแตกต่างกันไป ได้แก่…

1.กลุ่มผู้จัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ทั้งเจ้าของเว็บไซต์ ผู้บริหารจัดการเว็บไซต์ ผู้ดูแลระบบ (แอดมิน) ผู้ทำการตลาดหรือโปรโมทเว็บไซต์ เจ้าของบัญชีธนาคารที่ยินยอมรู้เห็นเป็นใจเปิดบัญชี เป็นต้น จะมีความผิดตาม พ...การพนันฯ มาตรา 12 มีอัตราโทษโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากกระทำความผิดหลายกรรม อาจถูกดำเนินคดีในลักษณะต่างกรรมต่างวาระ นอกจากนี้การจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยังเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตาม พ...ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ..2542

ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้ว่าผู้กระทำผิดโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือปกปิดที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือกระทำการใดๆ เพื่อปกปิดการจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ของทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือได้มาหรือครอบครองทรัพย์สิน โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดี ตามมาตรา 5 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้วย

2. ผู้เล่นการพนัน จะมีความผิดตาม พ...การพนัน มาตรา 12ฯ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังเสี่ยงที่จะถูกเข้าถึงข้อมูล Privacy Data(ข้อมูลส่วนตัว)ที่ให้กับเว็บไซต์การพนันอาจถูกนำไปใช้ และอาจถูกโกงเงินไม่สามารถถอนเงินคืนจากเว็บไซต์พนันได้

3. ผู้ประกาศ โฆษณา ชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน ทั้ง เซเลป นายแบบนางแบบ พริตตี้ ยูทูบเบอร์ จะมีความผิดตาม พ...การพนัน มาตรา 1ฯ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้หากการกระทำความผิด เป็นไปในลักษณะมีการชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทําให้เด็กมี ความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทําผิด ผู้ปกครองหรือผู้กระทำผิดก็อาจถูกดำเนินคดีตาม พ...คุ้มครองเด็ก พ..2546 ในมาตรา 26(3) ประกอบ มาตรา 78 มีอัตราโทษจําคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย

...ศิริวัฒน์ฯ จึงฝากเตือนมายังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 กลุ่ม ให้คิดให้ดี ก่อนที่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ เพราะจะถูกจับกุมดำเนินคดี อาจจะสูญทั้งเงินและติดคุกได้

ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาการชักชวนให้มี การเล่นการพนันออนไลน์ทายผลฟุตบอล จากการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ‘ยูโร 2020’ ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล...สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้กำชับให้กวดขันจับกุมและทำการสืบสวนปราบปรามการพนันออนไลน์ทายผลฟุตบอลอย่างจริงจัง อันจะส่งผลให้เกิดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ต่อประชาชนทั่วไปตามมาอีกจำนวนมาก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน ขอให้ช่วยกันหยุดวงจรการพนันออนไลน์ โดยหากพบเห็นการกระทำความผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ สามารถแจ้งไปยังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

'หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์'​ ทรงประทาน 'ผ้าไตร'​ ในพิธีอุปสมบท ณ วัดดาวดึงษาราม (กทม.)

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 ตามที่เจ้าภาพ กราบทูลขอประทาน 'ผ้าไตร'​ เนื่องในพิธีอุปสมบท 'นายวรกานต์ พรพรหมพิพัฒน์'​ ณ.พัทธสีมาวัดดาวดึงษาราม แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ โดย มี '​พระเทพสุวรรณเมธี'​ รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย 'นายบุญชู พรพรหมพิพัฒน์'​ (บิดา) และ นางสุภาวรรณ์ พรพรหมพิพัฒน์ (มารดา) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  

ในการนี้ 'หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์'​ พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงกรุณาให้ 'นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล'​ นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย เชิญ 'ผ้าไตรประทาน' แก่ 'นายวรกานต์ พรพรหมพิพัฒน์'​ ณ พัทธสีมา วัดดาวดึงษาราม แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัดกรุงเทพฯ ทรงอนุโมทนา และประทานพรขอให้เจริญในธรรม บำเพ็ญตนให้อยู่ในสมณะเพศ ปฏิบัติกรรมฐาน ศึกษาพระธรรมวินัย เพื่อให้เป็นอานิสงส์ เกิดประโยชน์สุขต่อตนเอง และบุพการี สืบไปฯ 

ทั้งนี้ด้วยความตั้งใจในการอุปสมบทครั้งนี้ ผู้บวชขอน้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เนื่องในวันภาณุพันธุ์ ตรงกับวันที่ 13 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเสด็จทิวงคต 

ในพิธีอุปสมบทครั้งนี้ มี 'พระสิริชัยโสภณ'​ เจ้าอาวาสวัดดาวดึงษาราม เจ้าคณะแขวงบางยี่ขัน เป็นพระอุปัชฌาย์ ให้การอุปสมบท 'นายวรกานต์ พรพรหมพิพัฒน์'​ เป็นพระภิกษุสงฆ์ เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สืบไป ได้รับฉายาทางธรรมว่า 'อัตถกันโต'​ ผู้ใคร่ประโยชน์

การอุปสมบทในครั้งนี้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคระบาด เชื้อไวรัสโควิด -19 มีตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยแอลกอฮอร์ สวมหน้ากากอนามัย ลดการสนทนา ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อทำความสะอาด อย่างเคร่งครัด

'เฉลิมชัย'​ เดินหน้า '5ยุทธศาสตร์'​ ฝ่าวิกฤตโควิด จับมือเอกชน เร่งพัฒนา 'แอร์คาร์โก'​ พร้อมตั้งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรอาหาร เพิ่มศักยภาพการส่งออกเริ่มแห่งแรกที่ดอนเมืองก่อนขยายไปสุวรรณภูมิ ตั้งเป้าฮับอาเซียน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงวันนี้ (13​ มิ.ย) ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการพัฒนาระบบการขนส่งทางอากาศ (Agriculture and Food Air Cargo Terminal: AFCT) สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งจะมีการจัดตั้ง 'ศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร-อาหาร'​ โดยเริ่มโครงการนำร่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นลำดับถัดไปก่อนจะขยายโครงการไปยังท่าอากาศยานภูมิภาคที่มีความพร้อมเช่น​ เชียงใหม่, ขอนแก่น, หาดใหญ่, ภูเก็ต เป็นต้น​ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาคเกษตรอาหารซึ่งเป็นโอกาสของประเทศไทยภายใต้วิกฤติโควิด19

นายอลงกรณ์​ กล่าวต่อไปว่า การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารต้องการความสะดวกรวดเร็วส่งถึงลูกค้าปลายทางทั่วโลกด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล​ โดยคงความสดสะอาดอร่อยสามารถเพิ่มเวลาการบริโภคหรือเวลาการขาย (Shelf life) มากขึ้น

สำหรับศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรอาหาร ณ คาร์โกเทอร์มินัล​ ทำหน้าที่ให้บริการตรวจสอบรับรองสินค้าเกษตรอาหารเพื่อส่งออกตามเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้า และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ประกอบด้วย สินค้าพืช ประมง และปศุสัตว์ โดยให้บริการกับผู้ขอรับบริการทั่วไปแบบวันสต็อปเซอร์วิสเพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นฮับการผลิตและขนส่งสินค้าเกษตรและอาหารของอาเซียน

“อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อโรคโควิด19 ที่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกและนำเข้าสินค้าเกษตรในปีที่ผ่านมา การประเมินการส่งออกอาหารของไทยในปี 2564 โดยสถาบันอาหาร คาดการณ์ว่าสินค้าอาหารของไทยจะมีมูลค่า 1.08-1.10 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2-12.2% เทียบกับปีที่ผ่านมาที่หดตัวจากผลกระทบของโควิด19 

"ดังนั้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน จึงเป็นกลไกที่สำคัญในสนับสนุนการส่งออกผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล และความปลอดภัยของสินค้าเกษตรไทย จะเป็นส่วนสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของตลาดต่างประเทศ เพิ่มปริมาณและมูลค่าสูงขึ้น และส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมต่อไป”

นายอลงกรณ์​ กล่าวอีกว่า​ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้ายุทธศาสตร์ 'ตลาดนำการผลิต'​ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่จะขับเคลื่อนการทำงานด้วย 5 ยุทธศาสตร์ และ 15 แนวทางนโยบายหลักโดยเฉพาะยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตเป็นยุทธศาสตร์หลักเพื่อปฏิรูปภาคเกษตรและ การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร เพื่อตอบสนองต่อห่วงโซ่อุปทาน ที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่ออํานวยความสะดวกในการส่งออก และนําเข้าสินค้าเกษตร

ตำรวจเตือน!! ผู้มีรสนิยมชื่นชอบ 'สื่อลามกเด็ก'​ มีไว้ในครอบครอง-ส่งต่อ-ขาย ระวังจะติดคุกรับโทษหนัก

ตำรวจเตือน!! ผู้มีรสนิยมชื่นชอบ 'สื่อลามกเด็ก'​ มีไว้ในครอบครอง-ส่งต่อ-ขาย ระวังจะติดคุกรับโทษหนัก

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ใช้เครื่องมือพิเศษจับครูอัตราจ้างโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย โหลดคลิปลามกเด็กนับร้อย โดยที่เจ้าตัวรับสารภาพอ้างว่าเก็บไว้ดูเล่น  

สำหรับกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)​ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในเรื่อง สื่อลามกเด็ก หรือ ที่เรียกว่า Child Pornography นั้น ต่างประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก​ เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของเด็ก 

ในประเทศไทยก็เช่นกัน มีการบัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษค่อนข้างสูงโดยหากมีในครอบครองโดยมีเจตนาเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น​ ก็ถือเป็นความผิด มีอัตราโทษจำคุกถึง 5 ปี ดังเช่นในกรณีที่มีการจับกุมดังกล่าว  

หากส่งต่อสื่อลามกเด็ก หรือ หากเป็นการประกอบการค้าเกี่ยวกับสื่อลามกเด็ก อัตราโทษก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก 

สำหรับสื่อลามกเด็กคือ ภาพหรือคลิปลามกของบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่มีลักษณะทำให้เกิดความใคร่ทางกามารมณ์ ซึ่งจะมีกลุ่มบุคคลที่มีรสนิยมชื่นชอบสื่อลามกเด็ก พยายามเข้าถึงเว็บไซต์สื่อลามกเด็ก แล้วดาวน์โหลดเก็บไว้ในโทรศัพท์ หรือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บางครั้งอาจมีการส่งต่อให้กับเพื่อนหรือบุคคลในกลุ่มที่มีรสนิยมเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการเพิ่มความเข้มข้นกับการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการกระทำที่ไม่สมควรกับเด็กและเยาวชน 

จึงอยากจะฝากเตือนบรรดาผู้มีรสนิยมชื่นชอบสื่อลามกเด็กให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะอาจถูกจับกุมดำเนินคดี​ ซึ่งมีอัตราโทษค่อนข้างสูง

สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจารเด็ก มีดังนี้...

มาตรา 287/1 ผู้ใดครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และ​ มาตรา 287/2 ผู้ใด​ (1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก

(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือให้เช่าสื่อลามกอนาจารเด็ก

(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กแล้ว โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าสื่อลามกอนาจารเด็กดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดสัมมนา Total Cabling & Networking Solution มุ่ง​ Update Solution สายสัญญาณและอุปกรณ์การเชื่อมต่อยุคใหม่

#INTERLINK

(12 มิ.ย. 2564) คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดสัมมนา Total Cabling & Networking Solution ซึ่งเดินทางมาถึงภูมิภาคสุดท้าย​แล้ว​ ให้กับกลุ่มลูกค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 100 คน

โดยนำทีมวิทยากรชั้นนำมา Update Solution สายสัญญาณและอุปกรณ์การเชื่อมต่อที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดไอเดียให้เกิดธุรกิจใหม่แก่ลูกค้าภาคอีสานโดยเฉพาะ

Live จากเขาใหญ่ (แล้วพบกันใหม่อีกครั้งที่งาน VIP Thank you party เร็วๆ นี้)

'ผบ.ตร.' จัดสอบวัดความรู้ตำรวจจราจรทั่วประเทศ คัดสรรเจ้าหน้าที่ให้ได้ระดับมาตรฐานสากลที่ประชาชนต้องการ

วันนี้ (12 พ.ค.64) เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ฯ ได้มาสังเกตการณ์ดูการทดสอบความรู้ความสามารถ ตำรวจจราจรตั้งแต่ระดับ รอง ผกก. ถึง ผบ.หมู่ ทั่วประเทศ ผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ ศจร.ตร. www.tpot.police.go.th 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ตำรวจให้ "เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่นำสมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา" โดยเฉพาะงานด้านจราจร ซึ่งมีระเบียบ กฎหมาย เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงสถานการณ์หลากหลายรูปแบบที่ต้องเผชิญกับผู้ที่ไม่เคารพกฎจราจร นำมาซึ่งความไม่ปลอดภัยบนท้องถนน และรวมถึงตัวเจ้าหน้าที่เองด้วย ดังนั้น จึงต้องมีการอบรมและทดสอบความรู้ ทั้งในข้อกฎหมาย แนวทางการปฏิบัติ และการใช้ดุลยพินิจในแต่ละเหตุการณ์ ซึ่งต้องทำให้เป็นรูปแบบมาตรฐานเดียวกัน

การทดสอบในครั้งนี้ จะมีทั้งวิชากฎหมาย และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานจราจร ผู้เข้าสอบจะต้องทำข้อสอบให้ได้ 100% เต็ม ในส่วนของวิชากฎหมาย และ 70% ในส่วนของความรู้ทั่วไป​ หากสอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จะให้โอกาสเข้ารับการทดสอบใหม่อีกครั้ง และหากยังไม่ผ่านอีก จะให้งดการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเป็นการชั่วคราว

การทดสอบ จะดำเนินการภายใต้มาตรการทางสาธารสุขอย่างเคร่งครัด เนื่องจากยังอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 โดยในกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดง จะจัดทดสอบ ณ สถานีตำรวจ สำหรับจังหวัดอื่น จะทดสอบ ณ ที่ทำการ ภ.จว. นั้นๆ โดยมีตำรวจจราจรทั่วประเทศเข้ารับการสอบทั้งสิ้น 18,811 นาย จำนวน​ 625  สนามสอบทั่วประเทศ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ ย้ำว่า ผบ.ตร. มุ่งเน้นให้ตำรวจจราจต้องพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ และเพิ่มพูนทักษะในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดในการอำนวยความสะดวกการจราจรแก่ประชาชน และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืน เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมทั้งต้องสามารถอธิบายข้อกฎหมาย ขั้นตอนการปฏิบัติ ตอบปัญหาข้อสงสัย ให้แก่ประชาชนได้อย่างถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน 

‘นักธุรกิจ_ใจบุญ’ มอบหมายให้  ‘ผู้นำคนพิการ’ เป็นสะพานบุญถวายเก้าอี้ แด่พระภิกษุสงฆ์

บุษราวรรณ  นวเลิศพร กรรมการผู้จัดการโรงแรมคูณ สุขุมวิท107 มอบหมายให้ ชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคสภาผู้แทนราษฎร


พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร / นายสิทธิชัย เพ็งพานิช / นายชัชชัย แก้วธรรม (กลุ่มจิตอาสาเพื่อทำดี) เป็นตัวแทนเข้ากราบนมัสการ พระครูวิบูลย์สีลวัฒน์ หรือ ‘หลวงพ่อถวิล’ เจ้าอาวาสวัดบางหัวเสือ ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และ  ‘พระครูสุนทรสุตสาร’ หรือ ‘หลวงพ่อพยุง กตปุญโญ’   เจ้าอาวาสวัดท้องคุ้ง ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ  นำ ‘เก้าอี้’ ถวายให้กับทั้ง 2 วัด วัดละ 50 ตัว รวมเป็นจำนวน 100 ตัว ใช้ในงานกิจกรรมต่างๆของทางวัด และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อ ‘พุทธศาสนา’ และ ‘ฆราวาส’ ต่อไป

โดย ‘พุทธศาสนิกชน’ ต่างมีความเชื่อกันว่าหากใครได้ร่วมทำบุญให้แด่ พระภิกษุ สามเณร จะทำให้ไปเกิดในตระกูลที่มั่งคั่ง มีความมั่งมีศรีสุขมากด้วยสมบัติและข้าทาสบริวาร และผลบุญกุศลที่ได้สะสม ในปัจจุบันก็จะส่งให้อนาคตในภายภาคหน้าจะมากไปด้วยทรัพย์สมบัติบริบูรณ์ มีกิน มีใช้ไม่ขาดมือ  มีคนเคารพหน้าถือตามากมาย  จึงขออนุโมทนาผลบุญนี้ไปยังทุกๆท่านๆโดยถ้วนหน้า เทอญ. สาธุ
 

'มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการ'​ ชวนบริจาค!! ช่วยสานฝัน ปันสุข สร้างอนาคต ให้คนพิการ ได้ท้องอิ่ม มีแรงสู้ต่อไป

'มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการ'​ ชวนบริจาค!! ช่วยสานฝัน ปันสุข สร้างอนาคต ให้คนพิการ ได้ท้องอิ่ม มีแรงสู้ต่อไป

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน 2564 'มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการ'​ องค์กรสาธารณะกุศลด้านคนพิการ ที่ดูแลผู้พิการกว่า 800 คน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ณ เวลานี้เข้าขั้นวิกฤติหนัก ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็นในการเลี้ยงดูคนพิการที่อยู่ในความดูแล ขาดแคลน เดือนร้อนถ้วนหน้า วอนพี่ๆ​ น้องๆ​ และประชาชน ช่วยบริจาคข้าวสาร อาหาร และของใช้จำเป็นต่างๆ เพื่อต่อลมหายใจให้คนพิการ ให้ท้องอิ่ม มีแรงสู่ชีวิตต่อไป เผยหลังโควิด-19 พ่นพิษยอดบริจาคลด กระทบหนัก เป็นช่วงเวลาที่คนไทยต้องช่วยกัน หรือท่านจะใดสะดวกบริจาคเป็นเงินได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 โดยในการบริจาคสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สนใจให้การข่วยเหลือ โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8100, 8102   

'ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์'​ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดเผยถึงการระบาดระลอก 3 ของ โควิด-19 ที่รุนแรงกว่าเดิม ส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจที่ทำท่าจะดีกับตกต่ำอย่างต่อเนื่องลงไปอีก อันเป็นเหตุให้การดำเนินงานของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้รับผลกระทบอย่างหนักถึงขึ้นวิกฤติก็ว่าได้

เนื่องจากขาดแคลนข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็นต่างๆ อย่างหนัก​ โดยทางมูลนิธิฯ​ จำเป็นต้องบริโภคข้าวสาร 7​ หมื่นกิโลกรัมต่อปี สืบเนื่องจากมูลนิธิฯ มีนักเรียนและนักศึกษาทึ่เป็นคนพิการในความดูแลที่อาศัยอยู่ประจำ รวมบุคลากรและครู ซึ่งอยู่ในความดูแลกว่า 800 คน โดยทั้งหมดนี้​ มูลนิธิฯ​ ดูแลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือคนพิการในทุกๆ เรื่องเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้มีวิชาชีพ สามารถนำไปประกอบอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง ครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม  

นอกจากนี้ สถาบันศึกษาในการดูแลของมูลนิธิฯ​ ทั้ง 4 แห่งเป็นการให้บริการแบบประจำที่มูลนิธิฯ​ จะต้องดูแลทั้งในเรื่องที่พัก อาหาร การจัดการศึกษาและกิจกรรมอื่นๆ​ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคนพิการมีฐานะยากจน ดังนั้นมูลนิธิฯ​ จะต้องหางบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการ โดยการรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา รวมไปถึงการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

“สำหรับเรื่องของอาหาร ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ณ เวลานี้ เนื่องจาก สต๊อกข้าวสารอาหารแห้งและของใช้จำเป็นของมูลนิธิลดลงอย่างมาก เรียกว่าเข้าขั้นวิกฤติก็ว่าได้ จึงวอนขอความเมตตาจาดผู้มีจิตศรัทธาที่พอจะมีกำลัง​ ให้ช่วยบริจาคข้าวสาร อาหารและของใช้จำเป็นต่างๆ อาทิ นม ทิชชู่ น้ำมันพืช หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ทั้งแบบเจลและแบบน้ำ เป็นต้น เพื่อต่อลมหายใจให้คนพิการ ให้ท้องอิ่ม มีแรงสู่ชีวิตต่อไป 

หรือท่านใดไม่สะดวก​ สามารถบริจาคเงินช่วยเหลือผู้พิการเหล่านี้ได้ โดยโอนเงินผ่าน ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้หรือสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8100, 8102 มือถือ 099-394-4795, 094-665-2223” เลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวในท้ายสุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top