Sunday, 3 July 2022
WEEKEND NEWS

'รอง ผบ.ทหารสูงสุด' ประธานเปิดการแข่งขันกีฬา ประเพณีโรงเรียนทหาร-ตำรวจ ครั้งที่ 58 ประจำปี 2565

(1 ก.ค.65) พลเรือเอก ทรงวุฒิ บุญอินทร์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาประเพณีโรงเรียนทหาร-ตำรวจ ครั้งที่ 58 ประจำปี 2565 โดยมีพลเรือโท ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งขันฯ ให้การต้อนรับ และกล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ร่วมเร่วมพิธีฯ ณ สนามกีฬาราชนาวี สัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

การแข่งขันกีฬาประเพณีโรงเรียนทหาร - ตำรวจ ครั้งที่ 58 ประจำปี 2565 กำหนดจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ณ สนามกีฬาราชนาวีสัตหีบ และสนามกีฬาโรงเรียนนายเรือ โดยมีโรงเรียนนายเรือเป็นเจ้าภาพ และมีโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เข้าร่วมการแข่งขัน มีพิธีเปิดการแข่งขัน เมื่อวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2565 เวลา 15.30 น. มีการแสดงการกระโดดร่มทางยุทธวิธีของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน การสาธิตการปฏิบัติการทางทหารของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ และการแข่งขันฟุตบอลคู่เปิดสนาม ระหว่างโรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช และพิธีปิดการแข่งขันใน วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2565 เวลา 14.30 น. มีการแสดงดนตรีสนามของกองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ และการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอล คู่ชิงชนะเลิศ ณ สนามกีฬาราชนาวี สัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook กองทัพเรือ Royal Thai Navy และ Facebook โรงเรียนนายเรือ

'ดร.สมเกียรติ' ยก 9 เรื่อง 'ไทย-พม่า' เตือนสติ ไทยบินล้ำน่านฟ้า-เดินข้ามเขตประจำ ไม่ถือสากัน

2 ก.ค. 2565 - ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้

ไทยกับพม่า

หนึ่งไทยใช้แก๊สพม่าเยอะมาก หากพม่าปิดซ่อมไฟดับ โรงงานปิด

สอง แก๊สอ่าวไทยกำลังจะหมด ค่าแก๊สพม่าสูงกว่าแก๊สอ่าวไทย เท่าตัว

สาม ไทยจะได้พึ่งน้ำจากสาละวินเทลงเขื่อนไทย

สี่ เขื่อนศรีนครินทร์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพอยู่ใกล้ชายแดนพม่า รักษาเขื่อนให้ดี น้ำท่วมกรุงเทพในสี่ชั่วโมง ท่วมสูง

ห้า ไทยค้าชายแดนกับพม่าเยอะ

หก พม่าช่วยป้องกันโรฮิงญา หนึ่งล้านคนในค่ายยังอยู่ครบยูเอ็นนับทุกเดือน

เจ็ด มีพม่าในไทยสี่ล้านคน พม่าคุมแบบหนึ่งต่อสิบ

'ทูตนอกแถว' ชี้!! รัฐฯ เมียนมาไม่ใช่ 'เพื่อน' แต่เป็น 'พ่อ' ของรัฐฯ ไทย หลังเหตุรุกล้ำน่านฟ้า

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายรัศม์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจทูตนอกแถว และอดีตเอกอัครราชทูตไทยใน​หลายประเทศ เขียนบทความวิจารณ์ กรณีท่าทีของกองทัพไทยต่อเหตุการณ์ความมั่นคงชายแดน โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ชี้แจงของนายกรัฐมนตรีไทย โดยระบุว่า

แบบนี้ไม่ใช่เพื่อนแล้ว แต่คือพ่อครับ

พอเห็นผู้บริหารรัฐบาลออกมาแถเรื่องเครื่องบินรบพม่าที่รุกล้ำดินแดนไทยอย่างโจ่งแจ้ง ว่าไม่เป็นไร เรื่องเล็ก เขาแค่มาตีวงตั้งหลักเฉยๆ อย่าไปทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดเรื่องนี้ต่ออีก

ก็ไม่รู้ว่าใครแนะนำให้พูดแบบนั้น เพราะคำพูดที่ออกมานั้นมันเท่ากับเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าทางการไทยได้ยินยอม รู้เห็นเป็นใจ ให้ทหารพม่าใช้ดินแดนและอธิปไตยของไทยเพื่อเป็นฐานเข้าโจมตีชนกลุ่มน้อยในพม่านั่นเอง

ก่อนหน้านี้ทางโฆษก ทอ.ก็ได้แถลงเองว่าได้ติดตามตลอดและเห็นในจอเรดาร์แล้วว่าบินวนอยู่ ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าบริเวณดังกล่าวนั้นกำลังมีการสู้รบ ถ้ายังปล่อยให้เครื่องบินรบทหารพม่าเข้ามาในเขตไทยได้อีก และให้เขามีเวลาพอเหลือเฟือที่จะบินอ้อมตีโค้งกลับลำสบายๆ ก่อนที่จะค่อยส่งเครื่องบินของเราขึ้นไป (ซึ่งป่านนั้นเขาก็บินไปลิบแล้ว)

ผอ.โยธาฯ กทม. สั่งรื้อป้าย 'สะพานท่าราบ' ออก พร้อมแจ้งความเอาผิดคนแปะป้ายทับชื่อสะพานเดิม

ผอ.สำนักการโยธา กทม. สั่งเจ้าหน้าที่รื้อป้าย 'สะพานท่าราบ' ทิ้ง หลังพบมือดีนำป้ายอะคริลิกมาติดทับป้ายของเดิม พร้อมสั่งมอบเจ้าหน้าที่แจ้งความมือดีที่ สน. บางโพแล้ว

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพ สะพานพิบูลสงคราม ใกล้แยกเกียกกาย มีการป้ายทับของเดิม โดยเปลี่ยนเป็นชื่อ สะพานท่าราบ ทำให้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ถึงการเปลี่ยนชื่อดังกล่าวนั้น

วันนี้ (2 ก.ค.) เมื่อเวลา 12.30 น. นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ให้สัมภาษณ์ข่าวสดออนไลน์ ว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นป้ายอะคริลิกข้อความ สะพานท่าราบ มาติดทับชื่อสะพานพิบูลสงคราม ซึ่งเป็นชื่อเดิม เชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้ง จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าศูนย์ก่อสร้างและบูรณะ ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางโพ รวมทั้งรื้อป้ายดังกล่าวออกทันที

'ไบเดน' แนะชาวอเมริกันให้ 'ทำใจ' เรื่องราคาน้ำมัน คาดว่าจะแพงขึ้นเรื่อยๆ จนกว่า 'ปูติน' จะแพ้สงคราม

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ออกมาเตือนชาวอเมริกันให้ 'ทำใจ' ว่าอาจจะต้องจ่ายค่าน้ำมันแพง 'ต่อไปเรื่อยๆ' จนกว่าประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน จะพ่ายแพ้สงครามในยูเครน

ระหว่างที่ ไบเดน เปิดแถลงข่าวในการประชุมซัมมิตผู้นำนาโตที่กรุงมาดริดเมื่อวันพฤหัสบดี (30 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งได้ยิงคำถามว่า “ผู้ขับขี่ยวดยานชาวอเมริกันและทั่วโลกจะต้องจ่ายค่าเชื้อเพลิงแพงเพื่อสงครามครั้งนี้ไปอีกนานแค่ไหน”

คำตอบของผู้นำสหรัฐฯ ก็คือ “นานเท่าไหร่ก็เท่านั้น หากมันจะทำให้รัสเซียไม่สามารถเอาชนะยูเครน และรุกรานต่อไปยังที่อื่นๆ”

ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปอยู่ที่ 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอนในเดือนนี้ แม้ว่า ไบเดน จะสั่งปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์เพื่อช่วยควบคุมราคาแล้วก็ตามที

ผู้นำสหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสงดเก็บภาษีน้ำมันชั่วคราวเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อลดภาระให้แก่ผู้บริโภค ทว่าก็เผชิญเสียงคัดค้านจากคนในพรรคเดโมแครตเอง

ผลสำรวจความคิดเห็นโดย Associated Press-NORC Center for Public Affairs Research ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (29) พบว่า คนอเมริกัน 60% รู้สึก 'ไม่พอใจ' ในภาวะผู้นำของ โจ ไบเดน และในแง่ของการบริหารจัดการเศรษฐกิจนั้นมีผู้ที่ตอบว่า 'ไม่พอใจ' เกือบ 70%

กมธ.งบฯ เพื่อไทย ถกงบ 3 กระทรวง : DE ลุยสร้างตึก 2,500 ล้าน ศึกษา 10 จังหวัดกินงบ 1/3 พลังงานหมดมุกแก้น้ำมันแพง

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กล่าวถึงการพิจารณางบสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กมธ.ได้พิจารณางบใน 3 กระทรวงสำคัญ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

1. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 
1.1. สถานการณ์ด้านดิจิทัลไทยย่ำแย่ สัดส่วนการส่งออกบริการทางด้าน ICT ของไทยเกือบรั้งท้ายอยู่อันดับ 60 จาก 64 ประเทศ การศึกษาทางด้านดิจิทัลอยู่อันดับที่ 56 จาก 64 ประเทศ 
1.2. แต่การจัดสรรงบประมาณกลับไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาว 86 ล้านบาทถูกตั้งให้กับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม 2,125 ล้านบาท หรือ 31% ของงบทั้งกระทรวงถูกจัดไปที่กรมอุตุฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ลงทุนกับอุปกรณ์เครื่องมือเยอะ แต่หน้าที่การพยากรณ์อากาศซ้อนทับกับภาคเอกชน ซึ่งทำได้ดีกว่า และต้องลงทุนอีกเยอะในอนาคต จึงตั้งข้อสังเกตว่าในภารกิจนี้ยังจำเป็นหรือไม่ 
1.3. DEPA ได้ของบโครงการสตาร์ทอัพคนละครึ่ง ร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพ สร้างข้อกังขาในการคัดเลือกสตาร์ทอัพที่จะร่วมทุน โอกาสเสียหายจากการลงทุน และแนวทางลดความเสี่ยง โครงการดิจิทัลวัลเล่ย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างอาคาร IOT มีงบตั้งแต่เริ่มผูกพันต่อเนื่องถึงปี 67-68 รวมกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น หัวใจคือการสร้างระบบนิเวศ ไม่ใช่สร้างอาคาร
1.4. กระทรวง DE ใช้งบประมาณไม่น้อยกับการอบรมดิจิทัล และศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งบางส่วนเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเช่าอุปกรณ์ ซึ่งสามารถทดแทนการใช้ Content กระจายผ่าน Platform ที่มีอยู่ และร่วมมือกับกระทรวงศึกษาฯ จะประหยัดงบกว่า DE ทำเอง และต่างคนต่างทำ

2. กระทรวงศึกษาธิการ
2.1. คุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำสุดขีด เด็กวัยเรียนส่วนใหญ่ IQ ต่ำกว่าค่ากลางมาตรฐานสากล EQ ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ O-NET เฉลี่ยต่ำในทุกกลุ่มสาระ PISA ต่ำกว่าประเทศคู่แข่งในระดับเดียวกัน สถานศึกษาจำนวนมากตกเกณฑ์ประเมิน ปัญหาหนี้สินครู การพัฒนาครูถูกละเลย
2.2. ตั้งเป้าหมายเน้นเอาง่าย : อันดับความสามารถในการแข่งขัน (IMD) ย่ำแย่ อยู่อันดับ 53 จาก 64 ประเทศ แต่กระทรวงกับตั้งเป้าอยู่ที่อันดับ 55 ซึ่งแย่กว่าอันดับปัจจุบันเสียอีก ตัวชี้วัดเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตั้งเป้าหมายต่ำลงเกือบครึ่งจากปีที่แล้ว
2.3. ในงบส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) งบก่อสร้างซ่อมแซมอาคารและสิ่งก่อสร้างสูงถึง 4,058 ล้านบาท ยังเป็นแนวคิดแบบเก่า โดยการใช้ “สิ่งก่อสร้างนำ ความรู้ตาม” ในขณะที่โครงการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ กลับได้งบเพียง 5 ล้านกว่าบาท ผ่านโครงการห้องเรียนอาชีพเพียง 6 แห่ง
2.4. ในแง่ของการกระจายงบ จังหวัด TOP 10 ได้งบกว่า 1 ใน 3 ของงบทั้งหมด เป็นจังหวัดเดิมๆ และจังหวัดรั้งท้ายได้งบน้อยกว่าจังหวัดอันดับ 1 กว่า 22 เท่าตัว

ตร. เตือน กลลวงใหม่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้าง DSI หลอกให้โหลดแอปป้องกันโกง 

วันที่ 2ก.ค. 2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พยายามพัฒนารูปแบบการหลอกลวงพร้อมทั้งนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาหลอกลวงประชาชนอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าคนร้ายได้มีรูปแบบในการหลอกลวงรูปแบบใหม่ โดยการแอบอ้างเป็น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งข้อมูลผ่านระบบเสียงอัตโนมัติแนะนำแอปพลิเคชันป้องกันการถูกโกง ซึ่งมีการอ้างว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวสามารถป้องกันการโกงได้ทุกรูปแบบ โดยให้เหยื่อติดตั้งในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อ ติดตั้งแอปพลิเคชันตามที่คนร้ายบอก อาจถูกเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ เช่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ ข้อมูลรหัสผ่าน ข้อมูลบัญชีธนาคาร ทำให้ได้รับความเสียหาย หรือคนร้ายอาจหลอกให้ติดตั้งโปรแกรม Remote Desktop ซึ่งจะทำให้โทรศัพท์ของเหยื่อ ถูกมิจฉาชีพควบคุมได้ และอาจเห็นข้อมูลส่วนตัว รูปถ่าย  หรือไฟล์ข้อมูลสำคัญที่อยู่ในโทรศัพท์ หรืออาจเข้าใช้งานโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน เช่น สั่งให้ถอนเงิน หรือโอนเงินได้อีกด้วย

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า ได้ประสานไปยัง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่า กรณีดังกล่าวเป็นการนำชื่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไปใช้แอบอ้าง

นักร้องนำวง 'Green Day' ประกาศสละสัญชาติ ประท้วงสหรัฐฯ หลังยกเลิก 'สิทธิการทำแท้ง'

นักร้องนำวง Green Day ประกาศสละสัญชาติ หลังสหรัฐฯ ยกเลิกสิทธิการทำแท้งตามกฎหมายที่มีมานานเกือบ 50 ปี ชี้ คำตัดสินดังกล่าวเป็นข้ออ้างไร้สาระสำหรับประเทศหนึ่ง

กลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกโซเชียลไม่น้อย เมื่อศาลสูงสุดของสหรัฐตัดสินยกเลิก “สิทธิทำแท้ง” โดยระบุว่า สิทธิดังกล่าวเป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก จนสร้างความไม่พอใจให้กับหลายคน ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยเริ่มเดินขบวนประท้วงตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่บุคคลที่มีชื่อเสียง

ล่าสุด บิลลี โจ อาร์มสตรอง (Billie Joe Armstrong) นักร้องนำและมือกีตาร์ของวง Green Day ถึงกับของขึ้นฉุดไม่อยู่ ประกาศกลางคอนเสิร์ต Hella Mega ในกรุงลอนดอน เตรียมสละสัญชาติอเมริกา โดยระบุว่า “โลกนี้มันแย่เกินไปที่จะกลับไปใช้ข้ออ้างที่น่าสมเพชสำหรับประเทศหนึ่ง” พร้อมระบุว่า อาจจะย้ายมาอยู่ที่อังกฤษแทน และแน่นอนว่าสิ่งที่เขาพูดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

มหกรรมกีฬา 2 มหาสมุทรสุดยิ่งใหญ่ 'Air Sea Land Southern International Sports Tourism Festival 2022' พร้อมดึงนักกีฬาไทย-ต่างชาติร่วมพลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วย Sports Tourism นำร่อง 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการแถลงข่าวการแข่งขันมหกรรมกีฬา 2 มหาสมุทรสุดยิ่งใหญ่ “Air Sea Land Southern International Sports Tourism Festival 2022” โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ร่วมแถลง ณ โรงแรมแกรนด์โฟร์วิงส์ ศรีนครินทร์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ.2563 ณ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยว และการจัดการแข่งขันกีฬา ซึ่งถือเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย รัฐบาลโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้การส่งเสริม สนับสนุนพื้นที่ในยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยเฉพาะจังหวัดในรอบทะเลอันดามันและอ่าวไทย เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการกีฬา และการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นสถานที่พัก การเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่จัดกิจกรรมกีฬา ร้านค้า ด้วยการจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาและการท่องเที่ยวรวมไว้ด้วยกัน รัฐบาลจึงได้อนุมัติงบประมาณในการจัดมหกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา 2 มหาสมุทร หรือ Air Sea Land Southern International Sports Tourism Festival โดยได้รับงบประมาณ การสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน 125 ล้านบาท และจากสำนักงบประมาณ จำนวน 52 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมการแข่งขัน จำนวน 12 ชนิดกีฬา และกิจกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่นำร่อง 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา สตูล พัทลุง กระบี่ พังงา ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี โดยคาดการณ์ว่าจะทำให้เกิดการหมุนเวียนรายได้หรือเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 เท่าของงบประมาณที่ลงทุน

นอกจากนี้การจัดการแข่งขันมหกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา 2 มหาสมุทร ยังก่อให้เกิดผลลัพธ์ในมิติด้านสังคมที่ต้องการส่งเสริม และกระตุ้นให้เยาวชน ประชาชนได้ชื่นชอบในการเล่น และชมกีฬา จนสามารถพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักกีฬาในอนาคตได้

เปิดใจ 'หนุ่มกู้ภัย' อาสามัดศพติดหลัง พาออกจากป่า เผย!! ไม่กลัว หวังแค่นำส่งให้ญาติอย่างดีที่สุด

เปิดใจหนุ่มอาสากู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เขตเวียงป่าเป้า..บอกคิดเหมือนเป็นญาติ-ไม่กลัวผี รับหน้าที่มัดร่างผู้ตายติดหลังนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ลงดอยออกจากป่า หวังส่งให้ญาติที่รออยู่บ้านอย่างดีและเร็วที่สุด

กรณีโลกออนไลน์แห่แชร์ชื่นชมหนุ่มอาสาสมัครกู้ภัยประจำมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) เขตเวียงป่าเป้า คือ นายจตุพร วิรัตน์เกษม อายุ 25 ปี หรือ "ฟลุ๊ค" นำร่างผู้เสียชีวิตดังกล่าวมัดและซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ออกจากป่าเป็นระยะทางกว่า 7 กม. ทำให้เจ้าหน้าที่และญาติขอบคุณในความเสียสละนั้น

ล่าสุดนายจตุพรเปิดเผยว่า ตนมาเป็นอาสากู้ภัยกับสยามรวมใจฯ มาเกือบ 8 ปี แล้ว ได้ประสบการณ์และความรู้มากมาย ที่เป็นประโยชน์ และสามารถช่วยเหลือผู้คนใกล้ตัวให้รอดพ้นจากอันตรายได้

ส่วนเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 31 พ.ค. 65 ที่ผ่านมา ซึ่งทางกู้ภัยฯ ได้รับแจ้งจาก สภ.แม่เจดีย์ว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ในป่า พื้นที่บ้านจำบอน ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ทางมูลนิธิฯ จึงได้ออกให้การช่วยเหลือ ซึ่งช่วงเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน รถตู้ของมูลนิธิฯ เดินทางไปถึงหมู่บ้านจำบอนและพบกับผู้ใหญ่บ้านในเวลาประมาณ 20.00 น.

จากนั้นได้ใช้รถยนต์ตู้เดินทางเข้าไปตามถนนในป่าแต่เข้าไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องหยุด เพราะรถยนต์เข้าไปต่อไม่ได้ เนื่องจากเส้นทางเป็นลูกรัง แคบ และเป็นโคลน รวมทั้งเป็นทางเนินเขาสูงชัน เสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายได้ ทำให้ต้องเดินทางต่อไปด้วยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านเข้าไปต่ออีก 5-6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top