Friday, 24 September 2021
WEEKLY

วันหยุดเราไม่หยุด!! พันธมิตรจิตอาสา เดินหน้าช่วยกลุ่มเปราะบาง ชุมชนเสนานิคม 2 มอบข้าวปันอิ่มบรรเทาความหิว ฝ่าวิกฤติโควิด-19

(18 ก.ย.​ 64)​ ที่หน้าร้านค้ากลางชุมชนเสนานิคม 2 ฝั่งเหนือ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร กลุ่มพันธมิตรจิตอาสา นำโดย นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางถวิล เพิ่มเพียรสิน อดีตรองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.1) หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 12 (สสสส.) ตัวแทนมูลนิธิสหชาติ ร่วมมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน จากโครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” ของเครือซีพี พร้อมน้ำดื่ม โดยมี นายเมธี คล้ายรัศมี ตัวแทนผู้ประสานงาน และชาวชุมชนเสนานิคม 2 มารับมอบ 

ชุมชนเสนานิคม 2 ฝั่งเหนือ มีประชากรพักอาศัยกว่า 2,000 คน ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ผู้ด้อยโอกาส คนตกงาน ขาดรายได้ มีจำนวนมาก

นายสมชาย จรรยา เปิดเยว่า อาหารถือเป็นปัจจัยแรกในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในยามที่ลำบากจากวิกฤติ ผลกระทบที่ชาวชุมชนแต่ละที่ได้รับ โดยเฉพาะครอบครัวผู้ยากไร้และด้อยโอกาส หรือผู้ว่างงาน คือการรอความช่วยเหลือ “ข้าวกล่องจากครัวปันอิ่ม” เป็นที่พึ่งของชาวชุมชนช่วยแบ่งเบาภาระและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย รวมทั้งยังช่วยให้ร้านอาหารได้มีรายได้พอที่จะประคองธุรกิจให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้

ไทยสมายล์บัส นำขบวน แพลตฟอร์ม รถบัสพลังงานไฟฟ้า เตรียมเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชน รถ-เรือ-ราง ทั่วกรุง ด้วยแอปพลิเคชั่น ทีเอสบี โก (TSB GO)

ไทยสมายล์บัส จำกัด หรือ “TSB” ผู้นำระบบแพลตฟอร์ม การให้บริการรถบัสพลังงานไฟฟ้า หรือ E-Bus ซึ่งเป็นนวัตกรรม ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบขนส่งมวลชนด้วยแอปพลิเคชั่น ทีเอสบี โก (TSB GO) ซึ่งสามารถติดตามพิกัด การเดินทางของรถประจำทาง เพื่อพลิกโฉมรถโดยสารในระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ที่ทันสมัย สะอาด สะดวกสบาย ปลอดภัย และไร้ PM2.5 เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยเป็นรายแรก สนับสนุนภารกิจลดภาวะโลกร้อน เตรียมพร้อมที่จะเชื่อมต่อการเดินทาง “รถ-เรือ-ราง” แบบครบวงจร ช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายเดินทางเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน

บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด หรือ “TSB” ได้จัดพิธีเปิดการให้บริการรถบัสโดยสารพลังงานไฟฟ้า    Thai Smile Bus “The Way for your smiles” เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อมขึ้น โดยมี นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง  ไทยสมายล์บัส (TSB) ให้การต้อนรับ นายธีรพล นพรัมภา อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ท่านสมัคร สุนทรเวช)แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนอย่างอบอุ่น พร้อมกับนำรถบัสพลังงานไฟฟ้า มาแสดงให้แขกผู้มีเกียรติ และผู้สนใจเยี่ยมชม สร้างประสบการณ์ใหม่ที่ประทับใจ สมกับการรอคอย

 นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้ง  ไทยสมายล์บัส (TSB) กล่าวว่า “เราได้ทำการศึกษาแล้วพบว่า ประชาชนในกรุงเทพฯ มีการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะถึง 2.72 ล้านคน จึงได้เตรียมการลงทุนและพัฒนาระบบต่างๆ จนในวันนี้ TSB มีความพร้อมแล้ว ที่จะนำแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ และเทคโนโลยีมาใช้เป็นหัวใจหลักในการบริการแก่ประชาชนด้วยคุณภาพ ความปลอดภัย และราคาประหยัด  

ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของสำนักงานพัฒนาภาค 4

ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของสำนักงานพัฒนาภาค 4

ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า ที่สำนักงานภาค  4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อ.ป่าบอน  จ.พัทลุง พลเอก นเรนทร์ สิริภูบาล ผู้บัญชาการทหารพัฒนา และคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  โดยเข้ารับการฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน รวมทั้งสอบถามปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ณ ห้องประชุม สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมให้โอวาทแก่กำลังพล ให้แนวทางการปฏิบัติงานตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ทั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้ปฏิบัติงานอย่างรอยคอบ มีความปลอดภัย ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโควิด-19

ต่อจากนั้นได้เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่กำลังพลผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ 2564 จำนวน  17 นาย และร่วมรับประทานอาหารกับกำลังพล เพื่อสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชา 

สโมสรโรตารีบางรัก และ มูลนิธิเซนต์โยเซฟ มอบข้าวสารให้​ 'วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย'​

สโมสรโรตารีบางรัก และ มูลนิธิเซนต์โยเซฟ มอบข้าวสารให้​ 'วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย'​ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2564 ณ​ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี "สโมสรโรตารีบางรัก" และ "มูลนิธิเซนต์โยเซฟ" มอบข้าวสารให้ "คนพิการ" และบุคลากร วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในช่วง Covid-19 โดยมี "บาทหลวงพงษ์ศักดิ์ นารินรักษ์ " จิตตาธิการวิทยาลัยฯ และอธิการวัดนักบุญอัลฟอลโซ หนองคาย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีรับมอบ

'คนสิทธิฯ-นักสันติวิธี'​ สถาบันพระปกเกล้า จูงมือ พันธมิตรจิตอาสา เดินเข้าชุมชนช่วยคนธนบุรี ปันความสุขผ่าน 'ข้าวกล่องปันอิ่ม'​

(18 ก.ย.​ 64)​ ที่ชุมชนหลวงพ่อโบสถ์บน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร กลุ่มพันธมิตรจิตอาสา พร้อมตัวแทนมูลนิธิสหชาติ นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.) หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 11-12 (สสสส.) นำโดย นายสมชาย จรรยา อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายธนนนท ตุลาวสันต์ นางสาวพรทิพย์ เตชะสมบูรณากิจ นายสมิษฐิ์ มหาปิยศิลป์ และนายยิ่งยศ จิตเพียรธรรม ตัวแทนหลักสูตร บรอ.รุ่น 4 

ร่วมมอบข้าวกล่องพร้อมทานจากโครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด” ของเครือบริษัท ซีพี พร้อมหน้ากากอนามัย นำเสริมภูมิร่างกายต้านโควิด และเจลแอลกอฮอล์ มอบให้กับชาวชุมชน โดยมี นายพศวัต สุมาสา 
ประธานชุมชน และชาวบ้าน รับมอบเพื่อนำไปรับประทาน ส่วนผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ต้องกักตัวอยู่ภายในบ้าน ทางคณะกรรมการ จะนำไปมอบให้ในภายหลัง


 
สำหรับชุมชนหลวงพ่อโบสถ์บน มีผู้พักอาศัย 143 ครัวเรือน มีประชากรเกือบ 600 คน โดยมีผู้ที่ติดเชื้อโควิด 50 คน และทำการรักษาตามมาตรฐานด้านสาธารณสุขซึ่งหายดีแล้วเกือบหมด ล่าสุดยังเหลือผู้ที่ต้องกักตัวอีก 2 ครัวเรือน ส่วนผู้ป่วยติดเตียงมี 5 คน และผู้สูงอายุมีจำนวนเกือบ 50 คน

เจาะลึก! 'มาตรการชิงหล่าง' เชือด!! 'วงการมายา - ไอดอลจีน' หากซ่าส์เกินเหตุ!! | LOCK LENS GURU EP.46

LOCK LENS GURU รายการที่จะพาทุกคนมาเจาะลึกประเด็นที่น่าสนใจ ไปกับ 'กูรู' ตัวจริง 

🔍 พบกับ กูรู ‘อาจารย์กิตติธัช ชัยประสิทธิ์’ 
นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

🖥 ดำเนินรายการโดย เจ THE STATES TIMES

ติดตามผลงานเพิ่มเติมได้ที่ : https://thestatestimes.com/post/2021082808

.

.

หนังเลียนแบบคน หรือ คนเลียนแบบหนัง ?

เมื่อใดที่จัดรายการกับคุณวารินทร์ สัจเดว เรื่องภาพยนตร์ คุณวารินทร์ จะตั้งคำถามแบบไม่ต้องการคำตอบเสมอว่า “ตกลงหนังเลียนแบบชีวิต หรือชีวิตเลียนแบบหนัง?”

คำถามนี้ เป็นคำถามในรูปแบบของ “ไก่กับไข่ อันไหนเกิดก่อนกัน” ? 

จุดประสงค์ของภาพยนตร์ คือการให้ความบันเทิง ความบันเทิง ไม่ได้หมายถึงความร่าเริง สนุกสนาน ตลกโปกฮา เท่านั้น! ผู้ชมได้รับความบันเทิงจากการร้องไห้จนตาบวม เมื่อได้ชมเรื่องโศกเศร้า หรือตื่นเต้นจนต้องยกขาขึ้นจากเก้าอี้ หรือส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ การได้ปลดปล่อยทางอารมณ์คือความบันเทิง ความบันเทิงของภาพยนตร์ จึงหลากหลาย รวมไปถึงภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์ เรื่องราวที่เปิดโลกทัศน์ให้ชาวโลก เรื่องราวที่ชวนให้ผู้ชมคิดตาม ทั้งในแง่จิตวิทยา สังคม วัฒนธรรม ศรัทธา และความเชื่อ เรื่องราวทั้งเรื่อง หรือเพียงบางช่วง ฝากข้อคิดและกระตุ้นให้ผู้ชมวิเคราะห์ด้วยเหตุผล

การสร้างภาพยนตร์โดยเสนอความคิดรวม (Theme) หรือพล็อต (Plot) ที่ตรงกับอารมณ์สาธารณะในช่วงเวลานั้น เป็นแนวทางของการสร้างภาพยนตร์ ที่สามารถทำเงินได้ในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน เช่น ในยามที่สังคมส่วนใหญ่ รู้สึกคับข้องใจ เก็บกด แค้นเคือง อยากได้พลังวิเศษที่ใช้ปราบทรราช หรือปราบนักการเมืองที่เหมือนปีศาจร้าย ภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่ สามารถทดแทน คลายความเก็บกดได้ ภาพยนตร์แนวเทพนิยาย แอนิเมชัน แฟนตาซี และมิวสิคัล เป็นหนทางหนีจากความวุ่นวายในโลกจริง (Escapism) ภาพยนตร์กลุ่มนี้ จะออกมาในช่วงที่ผู้คนในสังคม หรือทั้งโลกเผชิญอุปสรรคที่ยืดเยื้อ ไม่จบสิ้น และปัญหาที่แก้กันไม่จบ 

ในช่วงของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่ ออกมาถึง 33 เรื่อง ทั้งในแบบแอ็กชันแฟนตาซีจริงจัง และแบบแอ็กชันปนตลก เช่น Batman, Superman, Aquaman, Wonder Woman, Spiderman, Deadpool, Captain America, Dr. Strange, Suicide Squad, Fantastic Four, Guardians of the Galaxy, Justice League, Raknarok, Black Panther, Ant Man, Avengers, Captain Marvel และอีกมากมายรวมทั้งซูเปอร์ฮีโร่ในแบบแอนิเมชัน ซูเปอร์ฮีโร่ในภาพยนตร์ เผชิญหน้ากับอำนาจชั่วร้าย เพื่อปกป้องโลก ปกป้องประชาชนไร้เดียงสาที่ตกเป็นเหยื่อของสิ่งเลวร้าย

เมื่อหนังจบ ฝ่ายชั่วร้ายถูกทำลาย นำความพึงพอใจมาให้ผู้ชม ความรู้สึกหนักอึ้งที่สะสมอยู่ในใจ ได้ถูกปลดปล่อยออกไป แม้ว่าในโลกจริงนั้น สถานการณ์รอบตัวยังไม่เปลี่ยนแปลง

Black Panther เป็นซูเปอร์ฮีโร่ผิวดำ เป็นชนเผ่าที่ผดุงไว้ซึ่งความชอบธรรม และปกป้องโลก Wonder Woman และเผ่าพันธุ์ของเธอ ก็เช่นกัน ตัวละครเหล่านี้เกิดจากความต้องการที่ซ่อนอยู่ในจิตสำนึก อยากให้โลกมีคนเก่งเช่นในหนัง มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ในยามที่สภาพความเป็นอยู่มืดมน

หนังเป็นช่องทางหลีกหนีจากความจริง เพราะหนังชดเชยในสิ่งที่อยากให้มี อยากให้เป็น แต่เป็นไปไม่ได้ในโลกจริง ผู้คนสานต่อจินตนาการของภาพยนตร์ได้เพียง คอสเพลย์ แต่งแฟนซีเป็นซูเปอร์ฮีโร่ไปงานปาร์ตี้ หรือสร้างความสนุกสนานในโอกาสต่าง ๆ

นอกจากซูเปอร์ฮีโร่แล้ว ภาพยนตร์ยังถ่ายทอดเรื่องราวในมุมอื่น ๆ ของชีวิตมนุษย์ เช่นเรื่องการคอร์รัปชันในองค์กรทั้งของรัฐ และเอกชน การเสียสละและต่อสู้เพื่อส่วนรวม การเหยียดชนชั้นและสีผิว ไปจนถึงเรื่องการล่วงเกินทางเพศของนักบวชในศาสนาต่าง ๆ เป็นเรื่องราวของหนังเลียนแบบชีวิต

แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง สังคมเห็นว่าผู้คนเลียนแบบหนัง โดยกล่าวโทษว่าหนังเป็นต้นเหตุของการใช้ยาเสพติด อาชญากรรมประเทศต่าง ๆ ทั้งจี้ ปล้น ข่มขืน เพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน สังคมที่มี LGBTQ เพิ่มขึ้น การฆ่าตัวตาย การหย่าร้าง และพฤติกรรมไม่สร้างสรรค์สารพัดรูปแบบเกิดจาก คนเลียนแบบหนัง

ด้วยเหตุที่เชื่อกันว่า หนังมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเลียนแบบหนัง จึงต้องมีการตรวจตราเนื้อหาที่หนังจะนำเสนอ

เสี่ยงต่อไหม? เมื่อการฝากเงินกับธนาคาร การันตีความคุ้มครองเงินฝาก​แค่ '1​ ล้าน'​ หากแบงก์ปิดตัว​

เมื่อเดือนที่แล้วมีข่าวใหญ่ที่ประชาชนหลายคนให้ความสนใจเรื่องหนึ่งก็คือ ข่าวที่ว่าธนาคารจะลดความคุ้มครองเงินฝากของลูกค้าเหลือเพียงรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท

ข่าวนี้ทำให้หลายคนตกใจ แม้ว่าตัวเองจะไม่มีเงินฝากถึง 1 ล้านบาทในธนาคารก็ตาม (ผมเองก็มีไม่ถึงเช่นกัน) เพราะ มีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจของประเทศที่มีปัญหารุนแรงจากการระบาดของโรคโควิดที่ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น หลายคนกลัวถึงขั้นว่าข่าวนี้ออกมาแล้ว ธนาคารเราจะล้มเหมือนตอนวิกฤตต้มยำกุ้งที่มีสถาบันการเงินหลายแห่งต้องปิดตัวไปหรือไม่

ขอตอบตรงบรรทัดนี้ให้สบายใจก่อนว่า “ไม่ใช่ครับ” ตอนนี้ธนาคารในประเทศเรามีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมาก

แต่การลดความคุ้มครองเงินฝากนั้น เป็นผลจากกฎหมายที่มีการกำหนดเอาไว้ล่วงหน้ามาแล้วหลายปี ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้เพิ่งมากำหนดขึ้นแต่อย่างใด

เราต้องย้อนความเดิมกลับไปถึงวิกฤตต้มยำกุ้งในปี พ.ศ. 2540 ที่ตอนนั้นสถาบันการเงินหลายแห่ง รวมทั้งธนาคารต้องปิดตัวลง ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องเดือดร้อนจากการที่ต้องสูญเสียเงินไปกับสถาบันการเงินที่ต้องปิดกิจการ แม้ว่ารัฐบาลจะเข้ามาช่วยอุ้มก็ตาม แต่ก็มีการตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องเอาเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศมาอุ้มเงินฝากของประชาชนเพียงบางกลุ่ม

ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้มีการเสนอให้จัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝากขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองเงินฝากให้กับผู้ฝากเงินแทนที่จะต้องเป็นภาระของรัฐบาล และต่อมาในปี พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ก็ได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาออกมาเป็นกฎหมาย

โดยกำหนดให้ผู้ฝากเงินได้รับความคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท ตามจำนวนเงินฝากที่ปรากฏในบัญชีของผู้ฝากทุกบัญชีรวมกัน แต่รัฐบาลในขณะนั้นก็เกรงว่าประชาชนจะตื่นตกใจ เพราะช่วงปี 2551 นั้นก็มีวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ หรือ ที่หลายคนรู้จักกันในชื่อของแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส กฎหมายจึงได้กำหนดบทเฉพาะกาลเอาไว้ ดังนี้

ปีที่หนึ่ง คุ้มครองเต็มจำนวนเงินที่ปรากฏในบัญชี 

ปีที่สอง คุ้มครองไม่เกิน 100 ล้านบาท

ปีที่สาม คุ้มครองไม่เกิน 50 ล้านบาท

ปีที่สี่ คุ้มครองไม่เกิน 10 ล้านบาท

และหลังจากนั้นก็จะคุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านบาทตามที่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศต่อจากนั้น ก็ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้น พ.ศ. 2552 และพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2559 เพื่อขยายระยะเวลาการลดจำนวนเงินฝากออกมาเรื่อย ๆ 

วัดกันที่ “Chilbi” (คิลบี้) เทศกาล ‘งานวัด’ สไตล์สวิส

งาน Chilbi (คิลบี้) ในภาษาสวิสหรือ Kirchweih (เคีรยคไวห์) ในภาษาเยอรมัน เป็นอารมณ์คล้าย ๆ งานวัดของไทยเรา เป็นเทศกาลที่น่าจะมีมาตั้งแต่ยุคกลางปี 1330 โอ้โห! 690 ปีแล้วนะ ครั้งแรกเกิดขึ้นที่ Wetzikon จากครอบครัวที่ร่ำรวยมั่งคั่งและมีอำนาจในสมัยนั้น เป็นผู้ที่สืบทอดโบสถ์โดยการนำเอาญาติพี่น้องในตระกูลมาเป็นบาทหลวงเพื่อรักษาอำนาจให้คงอยู่ ได้มีการเฉลิมฉลองการรับบาทหลวงเป็นครั้งแรกสำหรับโบสถ์นี้ และนับแต่นั้นก็มีการเฉลิมฉลองแบบนี้ทุก ๆ ปีจนถึงปัจจุบัน

ส่วนในปี 1334 Bischof von Konstanz เป็นผู้มีตำแหน่งสูงทางศาสนาในภูมิภาค Konstanz ก็ได้ทำการเฉลิมฉลอง Chilbi ขึ้นหลังจากที่มีการสร้างโบสถ์เสร็จสิ้น โดยทำการเฉลิมฉลองในวันอาทิตย์หลังจากวันที่พระแม่มาเรียขึ้นสู่สวรรค์ หรือวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนสิงหาคม ซึ่งเมือง Wädenswil (แวเดนสวิล) เมืองแถวบ้านวี่ก็ยังจัดงานในช่วงเวลานี้อยู่ 

แต่ก่อน Chilbi เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลองธรรมดา ๆ เท่านั้น และ Chilbi Wetzikon เริ่มเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวาง ผู้คนจากหมู่บ้านโดยรอบจะแห่แหนมาเที่ยวงาน ในปี 1877 เป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกว่าในงานมีม้าหมุน และในปี 1947 เริ่มมีรถบั๊มพ์เข้ามา ต้นศตวรรษที่ 20 วิวัฒนาการต่าง ๆ เริ่มเข้ามามีบทบาท งาน Chilbi ก็มีการพัฒนาเช่นกัน มีเครื่องเล่นเครื่องร่อนมากมาย เครื่องเล่นต่าง ๆ ก็เริ่มมีความเร็ว แรง และน่าหวาดเสียวมากขึ้น 

วี่มาสวิตเซอร์แลนด์ครั้งแรกในปี 2001 ตอนที่ได้มางานวัดครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้น นึกไปถึงงานวัดหลวงปู่อี๋ที่บ้านที่สัตหีบ บรรยากาศคล้าย ๆ กัน เพียงแต่ตัวแสดงเปลี่ยนไปเป็นคนสวิส วัยเด็กก็ตื่นเต้นกับม้าหมุน วัยรุ่นก็สนุกสนานกับเครื่องเล่นหวาดเสียวต่าง ๆ กลุ่มเพื่อนสาวที่สนุกสนานเจี๊ยวจ๊าว คู่แฟนที่เดินจับมือเคียงกัน วัยทำงานก็จะมาหาอะไรกิน นั่งดื่มพูดคุยสังสรรค์กันตามประสา

งานที่เมือง Wädenswil จัดงาน Chilbi ติดกับทะเลสาบซูริคและบริเวณสถานีรถไฟ วี่จะไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ทุก ๆ ปีเป็นธรรมเนียมที่ทำตั้งแต่มาสวิสปีแรกจนถึงตอนนี้ เดินวนไปโดยรอบหาของกิน เล่นเกมปาลูกโป่งบ้าง ยิงปืนบ้าง ปีแรก ๆ ได้ตุ๊กตามาเต็มบ้านเลย เมื่อเดินจนเมื่อยขาก็จะมีซุ้มงานอยู่หลายจุด มีที่นั่งให้คนมานั่งกินนั่งดื่มสังสรรค์พูดคุยกันแต่อาจคุยรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างนะเพราะเสียงดนตรีดังสนั่นหวั่นไหวมาก ๆ สมัยก่อนงานอาจมีเพียงแค่วันอาทิตย์ แต่ในปี 1958 ก็เริ่มจัดงานเป็นวันเสาร์-อาทิตย์-จันทร์ ซึ่งในวันเสาร์งานอาจมีถึงตีสองตีสามเลยทีเดียวกว่าคนจะซา ตามเต็นท์นั่งบางทีมีคนนั่งดื่มกันถึงตีสี่ตีห้าเลยทีเดียว 

ส่วนปีที่แล้วเป็นปีที่แปลกใหม่สำหรับพวกเรามาก เพราะไม่มีงาน Chilbi อย่างเช่นปกติ จะมีเพียงชิงช้าสวรรค์เพื่อเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของงานเท่านั้น ปีนี้ก็เช่นกันแต่อาจจะมีร้านขนม ร้านยิงปืน ร้านปาลูกโป่งอยู่สองถึงสามร้านเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้ว เนื่องด้วยสถานการณ์โควิดนั่นแหละ บางงานที่ใหญ่หน่อยเค้าจะจัดงานไว้ 2 โซน คือโซนร้านค้าซึ่งเปิดใครเข้าไปก็ได้ กับโซนเครื่องเล่น ซึ่งโซนเครื่องเล่นนี้ต้องมีใบ certificate ว่าฉีดวัคซีนแล้ว แต่ถ้าไม่มี เขามีจุดบริการตรวจโควิดฟรีหน้างานด้วยนะ 

บางครั้งวี่ก็รู้สึกว่าโลกใบนี้แม้จะกว้างใหญ่แค่ไหน แต่หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง มันช่างคล้ายกันอย่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ เพราะแม้เอเชียและยุโรปจะห่างไกลกันแค่ไหน แต่ก็มีสิ่งที่คล้ายกันอยู่หลาย ๆ อย่าง เช่นอย่างงาน Chilbi ที่เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับโบสถ์และศาสนา ซึ่งก็คล้ายกับไทยเราที่งานวัดก็เกี่ยวข้องกับวัดและศาสนาเช่นเดียวกัน โลกที่ดูเหมือนกว้างใหญ่และมีความแตกต่างในหลาย ๆ ด้าน หรือที่จริงแล้วมันมีความเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่มาตลอด…


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ [email protected] THE SHOPS TIMES คลิก👉 https://lin.ee/vfTXud9

ไขบทบาท “ตำรวจมะกัน” ‘ผู้บังคับใช้กฎหมาย – กระบวนการยุติธรรม’ แห่งสหรัฐอเมริกา

อย่างที่ได้เล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า ผมมีเพจ FB ชื่อว่า “ดร.โญ มีเรื่องเล่า” พยายามโพสต์เล่าเรื่องทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งเรื่องครับ ก็มี เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ติดตามอยู่ เรื่องนี้ อ้าย (พี่ ภาษาเหนือ) ดิษย์ ศาสตราวุธวิทยา รุ่นพี่โรงเรียนมงฟอร์ต request มาว่า “อยากทราบเกี่ยวกับระบบ ข้าราชการตำรวจ Police , Sheriffs, FBI ,CIA ต่าง ๆ ว่าแบ่งชั้นกันแบบไหน หน้าที่การทำงาน หรือ ขอบเขตการทำงานครับ” ความจริงแล้วเพื่อนร่วมรุ่นมงฟอร์ตของท่านพี่เอง น่าจะเล่าได้ดีกว่าผม เพราะเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาก ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เมื่อท่านพี่กรุณาให้เกียรติถามแล้ว รุ่นน้องก็ยินดีจัดให้ จึงขอนำมาเล่าใน THE STATES TIMES ครับ

ด้วยความที่คนไทยเราคุ้นชินแต่ตำรวจหน่วยเดียวของบ้านเราคือ ตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (National police) ซึ่งตำรวจไทยทุกคนเป็นตำรวจแห่งชาติ เพราะบ้านเรามีรูปแบบการปกครองเป็นแบบรัฐเดี่ยว ดังนั้น ตำรวจไทยทุกคนจึงสามารถจับกุมผู้ที่กระทำความผิดซึ่งหน้าหรือมีหมายจับได้ตั้งแต่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายเหนือสุดของประเทศไปจนถึงใต้สุดอำเภอสุไหงโกลกจังหวัดนราธิวาส สำหรับระบบตำรวจสหรัฐฯ แล้ว มีความแตกต่างกันด้วยระบอบการเมืองการปกครอง เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นสหพันธรัฐ ซึ่งประกอบด้วย 50 รัฐ ดังนั้นการปกครองจึงประกอบด้วย 

(1) รัฐบาลกลาง (Federal government) ซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียว

(2) รัฐบาลมลรัฐ (State government) ซึ่งมี 50 มลรัฐ

และ (3) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Local administration) ภายใต้มลรัฐต่าง ๆ ทั้ง 50 รัฐ

รัฐบาลกลางทำหน้าที่กำกับดูแล : 
- การพิมพ์ธนบัตรและผลิตเหรียญกษาปณ์ 
- การจัดตั้งและบัญชาการกองทัพแห่งชาติ
- การประกาศสงคราม
- การทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ
- กำกับดูแลการค้าระหว่างรัฐและต่างประเทศ
- กิจการไปรษณีย์และออกดวงตราไปรษณียากร (แสตมป์)

รัฐบาลมลรัฐทำหน้าที่กำกับดูแล :
- องค์กรปกครองท้องถิ่น
- การออกใบอนุญาตต่าง ๆ ใบขับขี่ ทะเบียนสมรส ใบอนุญาตล่าสัตว์ ฯลฯ
- กฎหมายและธุรกิจการค้าภายในมลรัฐ
- จัดการเลือกตั้ง
- การให้สัตยาบันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- การให้บริการสาธารณสุขและความปลอดภัย
- การใช้อำนาจในส่วนที่ไม่ได้มอบให้กับรัฐบาลกลาง
- การออกกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ เช่น การจำกัดอายุผู้ที่จะซื้อหรือบริโภคสุราและบุหรี่

รัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐทำหน้าที่กำกับดูแลเหมือนกัน :
- การจัดตั้งศาล
- การกำหนดอัตราและการจัดเก็บภาษี
- การเวนคืนทรัพย์สินจากเอกชนอย่างยุติธรรม
- การใช้จ่ายเงินเพื่อทำให้สวัสดิการดีขึ้น
- การออกและบังคับใช้กฎหมาย
- การออกกฎหมายและธุรกิจการเงิน
- การกู้ยืม
- การสร้างถนนหนทาง

การบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบหลักของระบบยุติธรรมทางอาญาของสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยศาลและงานรัฐทัณฑ์ แม้ว่าองค์ประกอบแต่ละส่วนจะทำงานกึ่งอิสระ แต่ทั้งสามส่วนรวมกันเป็นห่วงโซ่ที่นำไปสู่การสอบสวนคดีที่ต้องสงสัยในคดีอาญา เพื่อดำเนินการลงโทษทางอาญา

ระบบยุติธรรมทางอาญาของสหรัฐอเมริกา
1.) ข้อมูลทั่วไป ไม่มีระบบยุติธรรมทางอาญาเดียวในคดีอาญาของสหรัฐฯ ที่อาจได้รับการจัดการที่แตกต่างกันในเขตอำนาจศาลต่าง ๆ แต่การตัดสินของศาลตามกระบวนการรับรองของรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา กำหนดให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนเฉพาะในการบริหารกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อให้บุคคล ได้รับการคุ้มครองจากการแทรกแซงโดยมิชอบจากรัฐ

2.) โครงสร้างและองค์กร ระบบตุลาการของสหรัฐอเมริกาเป็นแบบลำดับชั้นทั้งในระดับสหพันธรัฐและระดับรัฐ ศาลสูงสุดในสหรัฐอเมริกาและเป็นศาลเดียวที่รัฐธรรมนูญกำหนดคือศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกา โดยคำตัดสินของศาลถือเป็นที่สิ้นสุด

3.) การดำเนินคดี ภายหลังการจับกุม หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับคดีและผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการตัดสินว่าจะมีการฟ้องคดีอย่างเป็นทางการต่อศาลหรือไม่ ถ้าไม่มีการฟ้อง จำเลยต้องได้รับการปล่อยตัว อัยการยังสามารถยกฟ้องได้ หลังจากพยายามดำเนินคดีแล้ว

เมื่อมีการตัดสินให้ดำเนินคดีจำเลยมีกำหนดรับคำฟ้อง ในการดำเนินคดี ผู้ต้องหาได้รับแจ้งข้อกล่าวหา ปรึกษาเรื่องสิทธิของจำเลยทางอาญา และขอคำให้การตามข้อกล่าวหา 

การบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านหน่วยงานตำรวจของรัฐ มีหน่วยงานตำรวจถึง 17,985 หน่วยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึงกรมตำรวจของแต่ละนครและเมือง สำนักงานตำรวจภูธรของแต่ละเทศมณฑล ตำรวจ/สายตรวจทางหลวงของแต่ละรัฐ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง วัตถุประสงค์ในการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานเหล่านี้คือ การสอบสวนกิจกรรมที่ต้องสงสัยทางอาญา การส่งต่อผลการสอบสวนไปยังอัยการของรัฐ หรือรัฐบาลกลาง และการกักขังชั่วคราวของผู้ต้องสงสัยอาชญากรที่รอการพิจารณาคดี 

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยังมีส่วนร่วมในการให้การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน และภัยคุกคามอื่น ๆ ต่อความปลอดภัยสาธารณะก่อน การคุ้มครองสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานบางอย่าง การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน การคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการดำเนินการอำนวยความสะดวกในการควบคุมตัว (โดยปกติในระดับท้องถิ่น)

ประเภทของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมีหลายประเภท ตั้งแต่กรมตำรวจเมืองเล็กไปจนถึงหน่วยงานของรัฐบาลกลางขนาดใหญ่ ประเภทของงานที่มีจะขึ้นอยู่กับประเภทของหน่วยงาน ภารกิจ ขนาด และเขตอำนาจศาล 

การบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐอเมริกามีลักษณะการกระจายอำนาจ หน่วยงานของรัฐบาลกลางจัดการกับการละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางที่อยู่ภายในเขตอำนาจศาลเฉพาะของตน มีหน่วยงานตำรวจของรัฐบาลกลางที่แตกต่างกันประมาณ 65 หน่วย ในระดับท้องถิ่น แต่ละรัฐอธิปไตย 50 รัฐมีหน่วยงานของตนเอง สภานิติบัญญัติแห่งรัฐที่ออกกฎหมายอาญาภายใต้รัฐธรรมนูญของรัฐ ส่วนใหญ่ สหรัฐฯ มีตำรวจในทุกระดับตั้งแต่ เมือง เทศบาล เทศมณฑล และระดับรัฐ

สหรัฐอเมริกา มีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายราว 17,985 หน่วย โดยราว 15,000 หน่วยอยู่ภายใต้รัฐบาลมลรัฐและองค์กรปกครองระดับท้องถิ่น มีเจ้าหน้าที่กว่า 500,000 นาย ประมาณ 10-12% ของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้สาบานตนและทำงานเต็มเวลาในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเป็นสตรี

ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง การบรรจุตำรวจนายใหม่แต่ละนายจะต้องผ่านการฝึกอบรมโดยเฉลี่ยประมาณ 1,500 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับ 800 ชั่วโมงสำหรับบุคลากรในหน่วยบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ โดยเฉลี่ย กฎหมายของรัฐกำหนดให้ใช้เวลาฝึกอบรมประมาณสามในสี่ โดยที่เหลือเป็นข้อกำหนดของหน่วยงาน โดยรวมแล้ว มีเพียง 3% ของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่มีสถาบันฝึกอบรม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเกือบทั้งหมดที่ให้บริการประชากร 300,000 คนขึ้นไปทำเช่นนั้น เจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ 45% ได้รับการคัดเลือกเข้าทำงานจากผู้ที่ผ่านการฝึกฝนอบรมที่ดำเนินการโดยสถาบันการฝึกอบรมผู้รักษากฎหมายต่าง ๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัด ภารกิจของเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายส่วนใหญ่ถูกกำหนดเป็นนโยบายในหัวข้อที่ละเอียดอ่อนต่าง ๆ เช่น การใช้กำลัง การจัดการกับเยาวชน และการร้องเรียนของพลเมือง

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ 65 แห่ง และสำนักงานผู้ตรวจการทั่วไป 27 แห่งที่มีบุคลากรเต็มเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ทำการจับกุมและพกพาอาวุธปืน จากข้อมูลของ สำนักงานสถิติยุติธรรม ในปี พ.ศ. 2551 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ใหญ่ที่สุดที่มีเจ้าหน้าที่ในสังกัด ได้แก่ สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนแห่งสหรัฐอเมริกา (US Customs and Border Protection) สำนักงานรัฐทัณฑ์แห่งรัฐบาลกลาง สำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ แต่ละหน่วยมีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเต็มเวลามากกว่า 15,000 นาย หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางรวมถึงการตอบโต้และการลาดตระเวน การสอบสวนและการบังคับใช้ทางอาญา การตรวจสอบ การรักษาความปลอดภัยและการป้องกัน การดำเนินการตามคำสั่งของศาล มีภารกิจและหน่วยงานในสังกัดครอบคลุมทั้งประเทศ ขอยกตัวอย่างพอสังเขปของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรับบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ดังนี้

(1.) สำนักงานสืบสวนกลางแห่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (FBI) ดำเนินงานภายใต้กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา 
มีหน้าที่และภารกิจคือ : การปกป้องสหรัฐอเมริกาจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย การปฏิบัติการข่าวกรองต่างประเทศ และการจารกรรม ตลอดจนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีขั้นสูง ต่อต้านการทุจริตสาธารณะในทุกระดับ ปกป้องสิทธิพลเมือง ต่อสู้กับองค์กรและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ/ระดับชาติ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจรายใหญ่ และอาชญากรรมที่มีความรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ สนับสนุนหน่วยงานของรัฐบาลกลาง รัฐบาลมลรัฐ องค์กรปกครองท้องถิ่น และองค์กรระหว่างประเทศ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานให้ประสบความสำเร็จ

ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2549 FBI มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 30,626 นาย ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่พิเศษ 12,617 นาย และเจ้าหน้าที่สนับสนุน 18,009 นาย เช่น นักวิเคราะห์ข่าวกรอง ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เจ้าหน้าที่พิเศษของ FBI จะต้องสำเร็จการศึกษา 4 ปี (ปริญญาตรี) จากวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจากสมาคมสถาบันการศึกษาระดับภูมิภาคหรือระดับชาติที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา และต้องมีประสบการณ์การทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายมืออาชีพอย่างน้อยสามปี เมื่อผ่านการรับสมัครแล้ว เจ้าหน้าที่พิเศษของ FBI จะได้รับการฝึกอบรมที่ FBI Academy ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Quantico มลรัฐเวอร์จิเนีย

(2.) สำนักงานปราบปรามยาเสพติด (DEA) ดำเนินงานภายใต้กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา 
ภารกิจของ DEA คือ : การบังคับใช้กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการควบคุมของสหรัฐอเมริกาและนำไปสู่ระบบยุติธรรมทางอาญาและทางแพ่งของสหรัฐอเมริกาหรือเขตอำนาจศาลที่มีอำนาจอื่น ๆ องค์กรเหล่านั้นและสมาชิกหลักขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเติบโต การผลิต หรือการจำหน่ายสารควบคุมที่ปรากฏในหรือถูกกำหนดไว้สำหรับการลักลอบขนส่งในสหรัฐอเมริกา และเพื่อแนะนำและสนับสนุนโครงการไม่บังคับใช้ที่มีเป้าหมายเพื่อลดความพร้อมของสารควบคุมที่ผิดกฎหมายในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 4,400 นาย สถาบันฝึกอบรมของ DEA ตั้งอยู่ที่เมือง Quantico มลรัฐเวอร์จิเนีย เช่นเดียวกับ FBI Academy

สมุทรปราการ- กอ.รมน. สร้างความเชื่อมั่น ลุยตรวจศูนย์การค้า “อิมพิเรียลเวิลด์สำโรง” ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

พ.ต.ประกาศิษ จำเนียร รองหัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร ภายในศูนย์การค้าอิมพิเรียลเวิลด์สำโรง เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัดตามมาตรการการป้องกันของทางกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในด้านความปลอดภัย

โดยมี คุณภิญญดา เชาวน์สังเกต ผู้จัดการฝ่ายอาคารพาณิชย์และตลาดกลางค้าส่ง  พร้อมด้วย คุณเมตตา ไพบูลย์วัฒนโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารพื้นที่และพัฒนาธุรกิจร้านค้า, คุณสุพิชญาภัค ศรีพระจันทร์ ผู้จัดการศูนย์อาหารอิมอิ่ม, คุณนงลักษณ์ รัตนพงศ์ ผู้จัดการแผนกบริการพื้นที่และพัฒนาธุรกิจร้านค้า, คุณนิตยา จันทร์ลอย หัวหน้าแผนกบริการพื้นที่และพัฒนาธุรกิจร้านค้า ร่วมลงพื้นที่และร่วมให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่

เนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 กันยายน 64 ซึ่งเป็นวันแรกที่ทางห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารทั่วไป ต่างเปิดให้บริการตามข้อกำหนดในประกาศฉบับดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีประชาชนเดินทางมาใช้บริการ เพื่อจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าเป็นจำนวนมาก  ประกอบกับมีพ่อค้า แม่ค้าส่วนใหญ่แจ้งว่า สินค้าหลายอย่างขายดีและมีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งกับผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และยังพบผู้ป่วยรายใหม่ ผู้ป่วยรายวันลดลง และผู้ที่รักษาจนหายป่วยต่อวันมีจำนวนมากกว่าผู้ป่วยรายใหม่ ทำให้สถานการณ์ด้านเตียงสามารถมีเตียงรองรับผู้ป่วยเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องคุมเข้มให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.กำหนดอย่างเคร่งครัด

เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้ระบาดหรือเเพร่กระจายขยายวงเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนดในประกาศจังหวัดสมุทรปราการ ฉบับที่ 15 เป็นไปโดยเคร่งครัด การปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

อีกทั้ง เพื่อให้ทางห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่และมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้ง การกำกับการใช้มาตรการ DMHTTA อย่างเคร่งครัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง จึงดำเนินการปฎิบัติตามมาตรการพร้อมทั้งนำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบ และให้คำแนะนำกำกับดูแล การปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ภายในห้างสรรพสินค้าหรือสถานบริการที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

พันธมิตรจิตอาสา ตะลุยโซนแดงเข้มเมืองชลบุรี ส่งผ่านข้าวกล่องปันสุขได้ทานอาหารอร่อย ห่วงบุคลากรทางการแพทย์ มอบหน้ากากกันเชื้อโควิด

เกาะติดภารกิจครัวปันอิ่ม วันที่ 12 กันยายน ที่ศาลาเอนกประสงค์ โรงเรียนบ้านห้วยชุมพร หมู่ 9 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นายชูศักดิ์ พรนิมิตรทรัพย์ นายสมชาย เฉลิมโชค ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 พร้อมคณะกรรมการหมู่บ้าน อสม. และชาวบ้าน ร่วมรับมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมรับประทานโครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” และสิ่งของเครื่องใช้ อาทิ ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เครื่องตรวจวัดออกซิเจนปลายนิ้ว สเปรย์ฉีดแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และน้ำดื่ม จากนายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรจิตอาสา นำโดย มูลนิธิสหชาติ กรมคุมครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม บริษัท เคโมดะ ประเทศไทย จำกัด นักศึกษาหลักสูตร สิทธิมนุษยชน (ปสม.)รุ่น 1 และหลักสูตร เสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่นที่ 12 สถาบันพระปกเกล้า เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์โควิด-19

นายชูศักดิ์ พรนิมิตรทรัพย์ เปิดเผยว่า หมู่บ้านห้วยชุมพรมีผู้พักอาศัย 1,300 กว่าครอบครัว มีประชากรแฝงที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ 4,000 คน ติดเชื้อโควิดกว่า 200 คน ได้ทำการรักษาหายแล้ว 90 กว่าเปอร์เซ็น มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และต้องกักตัว 5 ครอบครัว นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยติดเตียง 20 คน  ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ อาหารพร้อมทานและสิ่งของที่มอบให้ครั้งนี้ นอกจากจะมารับด้วยตัวเองแล้ว คณะกรรมการได้แบ่งสายนำสิ่งของส่งมอบให้ถึงบ้านพักกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกภาคส่วนที่แบ่งปันสร้างความสุขให้ชุมชนของเรา  

ด้านนายสมชาย จรรยา เปิดเผยว่า ชลบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด ที่ศูนย์ ศบค. ประกาศเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม และพบว่าในหลายพื้นที่มีผู้เดือดร้อนและได้รับผลกระทบอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงผู้ติดเชื้อที่ทำ Home Isolation อยู่ที่บ้าน แต่ยังมีคนตกงาน ผู้ขาดรายได้ และกลุ่มเปราะบาง      

ด้วยความห่วงใย กลุ่มพันธมิตรจิตอาสา ตระหนักถึงความเดือดร้อน ทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ขอแบ่งเบาบรรเทาปัญหา ได้ผนึกกำลังร่วมกับสมาคมฯ องค์กร มูลนิธิ ขออาสาเป็นสะพานบุญ นำอาหารพร้อมทานจากโลตัส และเครือซีพี พร้อมสิ่งของที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจบุญที่สมทบ นำส่งมอบช่วยเหลือสู่ชุมชนต่างๆให้ถึงมือได้ปันอิ่ม เพื่อเราจะก้าวผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปด้วยกัน 

นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรจิตอาสา ได้นำหน้ากากอนามัย N95 เพื่อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลบ้านบึง และนายอลงกรณ์ พยัคฆ์บูรพา ชมรมพยัคบูรพาเพื่อประชาชน ทำงานด้านจิตอาสารับส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด


 

ตร.ห่วงใยประชาชน ประสบอุทกภัยน้ำท่วม เร่งบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือ

สืบเนื่องจากอิทธิพลพายุโซนร้อน “โกนเซิน” ทำให้เกิดร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกหนัก    ในพื้นที่ 14 จังหวัด 

ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ล่าสุดพายุโซนร้อนได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ต่อไปอย่างใกล้ชิด

วันที่ 12 กันยายน 2564 พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้ผลกระทบและได้รับความเดือดร้อน จึงได้กำชับพร้อมสั่งการไปยังทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยด่วน ทั้งในเรื่องการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินของประชาชน การอำนวยความสะดวกด้านจราจร การจัดเตรียมสถานที่รองรับหากมีการอพยพ และการเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค สำหรับแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น 

ภาพรวมการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม อาทิ เช่น อ.ภูกระดึง อ.ด่านซ้าย จ.เลย,  อ.หล่มเก่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยเร่งช่วยเหลือเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง นำน้ำดื่มและอาหาร พร้อมทั้งบรรจุกระสอบทรายนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใย ข้าราชการตำรวจหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ซึ่งอาจจะได้ผลกระทบจากสถานการณ์ฯเช่นเดียวกัน รวมถึงสถานที่ราชการต่างๆ เช่น สถานีตำรวจ บ้านพักข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับความเสียหาย เป็นต้น จึงกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเฝ้าติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเน้นย้ำในเรื่องของมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้ยึดหลักการปฏิบัติตนตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน  สามารถแจ้งเบาะแส ข้อร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือ มายังสายด่วน 191 และสายด่วน 1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสามารถสอบถามข้อมูลการจราจรได้ที่สายด่วน 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

"บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" เป็นเจ้าภาพงานสวดอภิธรรมกระดูก (คุณอาแสงสุรีย์)

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564  ที่ผ่านมา "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" ได้เดินทางมายัง ณ.วัดยางพรานนก หลังจากเสร็จภารกิจมอบถุงยังชีพให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในชุมชนหัวบ้านบางคลองเลา เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานี้  และพร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่ของ "มูลนิธิร่วมกตัญญู" เพื่อมาช่วยจัดเตรียมสถานที่ในงานสวดอภิธรรมกระดูกของ "นายเฉลียว ไกอ่ำ" อายุ 68 ปี หรือชื่อในวงการเพลงลูกทุ่ง “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ที่เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2564 อาการปอดอักเสบรุนแรง อันเนื่องมาจากโรคประจำตัว และภายหลังได้รับเชื้อโควิด-19 

"อาจารย์ก้อนคํา ลำโขง" จัดพิธีอัญเชิญบารมีหัวใจ และบรรจุหัวใจ "พญานาค" วันที่ 9 เดือน 9 พ.ศ 2564 วันดี วันศรีมงคล

เมื่อ​ 9​ ก.ย.64​ ที่ผ่านมา ณ.วังนาคินทร์ (คำชะโนด) อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี "อาจารย์ก้อนคํา ลำโขง" นักเขียนตำนาน "พญานาค" จัดพิธีบวงสรวงเปิด "คุ้มคำชะโนด" วันพฤหัสบดีที่ 9 เดือน 9 เป็นจุดเชคอินแห่งใหม่ ณ.วังนาคินทร์ คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี 

ในการนี้ได้เชิญ "ดร .พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร" ผู้ช่วยเลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภานุพันธ์ และตำแหน่งที่ปรึกษาสมเด็จพระสังฆราช ราชอานาจักรกัมพูชา เป็นประธานพิธีเปิด "คุ้มคำชะโนด" พร้อมด้วยนักร้องขื่อดัง (เบิ้ล) ปทุมราช / อ.ชิสนุ (โน๊ต) / คุณธิชา Ceo อนันตนา ทั้งคณะอาจารย์และอาร์ต บิลลี่ เบียร์ นายเเบบ/ศิลปินดารานักเเสดงลูกหลานพญานาคทุกคน​ "คุ้มคำชะโนด" เป็นคุ้มเฮือนแฝดไม้เก่าเสาอายุราวๆ 100 กว่าปี ที่อนุรักษ์ความเป็นเฮือนอีสาน สายพญานาคหนึ่งเดียว ที่สืบทอดจิตวิญญาณแห่งคำชะโนดที่หาดูได้ยาก

ดังนั้น จึงอยากขอเชิญชวนและขอแนะนำผู้เดินทางมายังเกาะคำชะโนด เขิญแวะมาเยี่ยมชม และเช็คอินที่นี่ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ห่างกันเพียงแค่ 300 เมตร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top