Sunday, 3 July 2022
SOUTHERN

นราธิวาส - ผบ.ฉก.ทหารพราน 45 ร่วมใจชาวบ้าน "ลงแขกเกี่ยวข้าว" อนุรักษ์และสืบสานประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตพื้นบ้าน สร้างสัมพันธ์มิตรภาพพื้นที่แดนใต้

พันเอกทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานทั้งชายและทหารพรานหญิง นายรพี มามะ ผู้ช่วยกองเลขานุการประสานระดับพื้นที่ คณะที่ 3 ฝ่ายปกครอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำบลสะโลว์ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส  อสม.บ้านสะโลว์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 บ้านนิบง และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมเกี้ยวข้าวสามัคคี ณ.ทุ่งนาชาวบ้าน บ้านนิบง ม.3 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

น.ส.มาริสา อับดุลเลาะห์ รักษาการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านสะโลว์ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ กล่าวว่า วันนี้ได้พา อาสาสมัครตำบล หรือ อสม.ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และทหารพราน มาร่วมช่วยกันเกี่ยวข้าว ซึ่งนับเป็นประเพณีคนพื้นที่ และคนไทยอีกอย่างหนึ่งของชาวนาไทย ซึ่งนับวันจะหาดูได้ยากในสภาพปัจจุบัน มีในแถบภาคใต้ และอีสานส่วนใหญ่ จะเป็นผู้มีน้ำใจไมตรี และในการทำกิจการ งานใดๆ ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเพราะทุกคนต่างมีน้ำใจให้กันและกัน ช่วยงานกันคนละมือละไม้ใช้เวลาไม่นานงานก็สำเร็จลุล่วงไปได้สมปรารถนา

การทำงานแบบนี้ เรียกว่า “ลงแขก” การลงแขก  คือการบอกกล่าว ขอแรงบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย หรือมิตรชาวบ้านในพื้นที่ ให้มาช่วยทำงานนั่นเอง งานที่จะลงแขกกันนั้นอาจจะเป็นงานส่วนรวมหรืองานส่วนตัวก็ได้ สำหรับงานส่วนตัวนั้นส่วนมากมักจะเป็นงานใหญ่สุดกำลังคนในครอบครัวจะทำได้ หรืออาจจะเป็นงานหนักแต่จำเป็นต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียว จึงต้องบอกกล่าวให้ญาติพี่น้องเพื่อนบ้านมาช่วยเหลือเพื่อให้งานเสร็จสิ้นไปงานที่มักลงแขก อาทิ การลงแขกทำนา ซึ่งมีการลงแขกดำนา ลงแขกเกี่ยวข้าว ลงแขกตีข้าว (นวดข้าว)  เป็นประเพณีไทยที่แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ หรือการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งยังเป็นการสร้างความสามัคคีกันภายในหมู่บ้านอีกด้วย เอาไว้เลี้ยงเพื่อนบ้าน ที่เข้ามาช่วยลงแขกดำนา....

‘ผู้ว่าฯ นราธิวาส’ นำจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ร่วมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ที่บริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส หลังเกิดอุทกภัยอย่างหนักในรอบ 23 ปี

(4 มี..65) นราธิวาส - ที่บริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ โดยมีปลัดจังหวัดนราธิวาส นายอำเภอสุไหงโกลก ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และคณะจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อย่างพร้อมเพรียงกัน

โดยคณะจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสได้ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เช่น เก็บกวาดขยะ กวาดล้างถนน บริเวณถนนบริเวณหน้าถนนใหญ่ และโดยรอบบริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส หลังจากเกิดอุทกภัยอย่างหนักในรอบ 23 ปี ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับความเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง ขณะที่ทุกภาคส่วนผนึกกำลังบูรณาการช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่สำหรับจังหวัดนราธิวาสมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 13 อำเภอ 75 ตำบล 541 หมู่บ้าน

‘มท.1’ ลงพื้นที่ ต.คลองแห รับฟังผลการดำเนินงาน “คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห จังหวัดสงขลา” พร้อมร่วมโยน EM Ball บำบัดน้ำเสีย

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ เดินทางมาตรวจราชการ ณ พื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ ในกิจกรรม “คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห จังหวัดสงขลา” โดยนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และส่วนราชการในจังหวัดสงขลา ร่วมให้การต้อนรับคณะฯ

ในการนี้พลตรี สิรภพ ศุภวานิช ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4 ได้ชี้แจ้งผลการปฏิบัติภารกิจและความคืบหน้าของการดำเนินการโครงการ “คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห จังหวัดสงขลา” ณ ศาลาเอนกประสงค์ วัดคลองแห ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

‘พรรคประชาชาติ’ ไม่ทิ้งประชาชนประสบอุทกภัย ลั่น!! ประชาชน คือ ประชาชาติ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

นราธิวาส - พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.3 จังหวัดยะลา นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.4 จังหวัดปัตตานี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.4 จังหวัดนราธิวาส และคณะ เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมหารือแนวทางช่วยเหลือฟื้นฟูทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย โดยคณะได้เยี่ยมชาวประมงที่เรือประมงถูกน้ำหลากซัดออกทะเลที่หาดเสด็จตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ต่อด้วยเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยประมาณ 100 คน ที่บ้านปูโป๊ ะ ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโกลก และเยี่ยมศูนย์ พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีผู้อพยพประมาณ 150 คน ที่ รร.ดารุลฟุรกอน ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทั้งนี้ ในช่วงเย็นได้เดินทางเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีผู้ประสบภัยประมาณ 600 คน ที่ รร.ศึกษาสงเคราะห์ ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง และเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม ที่ ต.สากออ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

นอกจากนี้พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ ยังมีการลงพื้นที่ต่อเนื่องใน วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม 2565 ลงพื้นที่ เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่วัดลำภู อ.เมืองจ.นราธิวาส และในพื้นที่จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานีอีกด้วย

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า คณะประชาชาติได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ และหาแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ประสบ อุทกภัยในสามจังหวัด โดยเริ่มต้นที่จังหวัดนราธิวาสก่อน เป็นจุดที่เกิดการสูญเสียมากที่สุด อย่างเรือประมงที่ออกหาปลาต้องโดนพายุซัดเกิดการเสียชีวิตและเรือจม 2 - 3 ลำ ก็ร่วมทำการกู้โดยต้องขอความช่วยเหลือจากกองทัพเรือให้มาช่วยเหลือเพราะความลำบากต่อการค้นหา สิ่งสำคัญอาชีพประมงเกิดชะตากรรมที่ไม่ใช่ชะตากรรมของความขยัน เป็นชะตากรรมที่รัฐกำหนดให้ ที่รัฐมาจัดระเบียบการประมง ทำให้ชาวประมงใช้ระเบียบที่ไม่เป็นธรรม ใช้กฎหมายที่อยู่เหนือกว่าเป็นธรรม จึงทำให้ประมงพาณิชย์ประมงชายฝั่ง และประมงพื้นบ้านได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง แม้รัฐจะปรับเพดานลงแต่กฎหมายยังอยู่ ซึ่งพรรคการเมืองทุกฝ่ายกำลังนำเสนอแก้อยู่ ในส่วนของพรรคประชาชาติเอาร่างกฎหมายที่แก้แล้วให้ประชาชนดูว่าความสมดุลระหว่างประมงพื้นบ้านที่หาดนราทัศน์ หรือประมงทั้งหมด คือกฎหมายจะต้องให้เกิดความยุติธรรมกับทุกคนและทุกสิ่ง

เลขาพรรคประชาชาติ ยังได้บอกอีกว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เรามีต้นทุนที่ยิ่งใหญ่มากคือเป็นจังหวัดชายแดน เราจะต้องพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านแต่ในช่วงหลังนี้ทางรัฐได้หลงลืมโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และในช่วงประสบอุทกภัยอยากจะวิงวอนรัฐบาลเมื่อเรามาประสบกับโรคระบาดโควิด-19 และอุทกภัยต่างๆ สิ่งที่รัฐบาลจะทำได้คือการเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาหรือเข้ามาฟื้นฟู ให้ประชาชนมีคุณภาพที่ดียืนอยู่ได้ และการส่งเสริมสนับสนุนคุณเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ ถ้าหากเค้าคิดจะทำอะไรอยู่แล้วก็ควรส่งเสริมขยายอำนาจให้เขา ไม่ควรจะขยายอำนาจมาครอบงำจนไม่สามารถจะทำอะไรได้ นายกเคยพูดว่าถ้ามีปัญหา ไม่ต้องไปบอกกับนายกฯแต่ให้บอกกับข้าราชการอันนี้เป็นความคิดที่ผิด ถ้าหากมีปัญหาควรให้ชุมชนท้องถิ่นเค้ายืนได้ด้วยตัวเองช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ยังงั้นรัฐก็เข้าไปอำนาจเอาทรัพยากร เข้าไปเอางบประมาณไว้หมด ไม่ได้กระจายงบประมาณเข้ามาในท้องถิ่น ส่วนข้าราชการที่มาก็เป็นตัวแทนของส่วนกลางและวิธีคิดของรัฐบาลกับวิธีคิดของประชาชนจะต่างกันไป

‘เทศมนตรีหัวหิน’ เจ๋ง!! คว้ารางวัลชนะเลิศดีเด่น ระดับประเทศ ทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ จากนายกตู่

(4 มี..65) ประจวบคีรีขันธ์ - ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร กระทรวงสาธารณสุข, นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน เข้ารับโล่เกียรติคุณ “ชนะเลิศระดับทอง (ดีเด่น)” ทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ” (MERIT MAKER) ระดับประเทศ ประจำปี 2564 จากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดี พร้อมกันนี้ นายพงษ์ดนัย เทพวนิลกร หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างหัวหินธรรมสถาน ได้นำผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศในครั้งนี้มาร่วมจัดแสดงด้วย

นายอนุทิน กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเด็ก 3 เรื่องหลัก คือ ว่ายน้ำเป็น ลอยตัวในน้ำหรือรอให้คนมาช่วยได้ การออกกำลังกายและการเรียน 2 ภาษา โดยเรื่องป้องกันการจมน้ำ สธ.ดำเนินงานตามมติสหประชาชาติร่วมมือกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ ดำเนินงานป้องกันการจมน้ำและสร้างทีม “ผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ” (MERIT MAKER) ซึ่งช่วยลดการจมน้ำเสียชีวิตของเด็กได้ร้อยละ 56 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากเดิมเด็กจมน้ำเสียชีวิตปีละ 1,500 คน เหลือ 658 คนในปี 2564 เรามีเครือข่ายฝึกฝนดูแลอบรมเด็กเล็กทั้งในโรงเรียนหรือตามสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งรูปแบบการช่วยเหลือมีแต่ต้องให้ประชาชนใส่ใจกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะถึงเวลาเราคงอ่านศึกษาไม่ทัน จากการครองสติต่างๆ จึงต้องมีการศึกษาการช่วยเหลือหรือเอาตัวรอดจากเหตุฉุกเฉินก่อน ซึ่งจะให้กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต ทำการสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนว่าการจะไปเที่ยวที่ไหนหรือไปไหนก็ตาม ให้มองเรื่องความปลอดภัย สอดส่องว่าหากมีเหตุฉุกเฉินจะทำอย่างไร ประตูทางออกฉุกเฉิน อุปกรณ์ช่วยชีวิตอยู่ที่ไหน เช่น ชูชีพในเรือ ค้อนทุบกระจกในรถ หลักเดียวกับการออกจากบ้านที่เราพกยาดมยาหม่อง เจลแอลกอฮอล์ หรือเรื่องของภูมิปัญญาการช่วยการจมน้ำ เช่น หากไม่มีชูชีพก็สามารถหาขวดมาเย็บรวมกันเพื่อทำตัวช่วยลอยน้ำก่อนได้ เป็นต้น

‘องคมนตรี’ ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ‘ด้านการผลิตครู - การยกระดับการศึกษา - การพัฒนา Soft Skill’ ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม

พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ พร้อมร่วมรับฟังการสรุปงานด้านการผลิตและพัฒนาครู การยกระดับคุณภาพการศึกษาของทุกคณะ โครงการพัฒนา Soft Skill ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม การพบผู้แทนนักศึกษาร่วมรับฟังเสียงสะท้อนด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อน้อมนำพระราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สู่การลงมือปฏิบัติจริง ตลอดพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินงานพัฒนาท้องถิ่น และให้ความร่วมมือกับจังหวัดอย่างแน่นเฟ้น เพื่อขับเคลื่อนฟื้นฟูผลกระทบด้านต่างๆ กระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างความสามัคคี

โดยได้บูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างให้ประชาชนในท้องถิ่นมีความพร้อมต่อการพัฒนาตนเองและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยมี นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชัย ศรีขวัญ นายกสภามหาวิทยาลัย ผศ.ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคใต้ 4 แห่ง ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับและร่วมประชุม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 ณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

ในโอกาสนี้ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปในหัวข้อยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและการพัฒนาครูของคณะครุศาสตร์ ในประเด็นการจัดการเรียนการสอน การยกระดับคุณภาพการศึกษา การวิเคราะห์ SWOT ของคณะครุศาสตร์ ซึ่งคณะครุศาสตร์ได้มีการพัฒนาหลักสูตรการเน้นผลิตบัณฑิตครูและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเป็นเลิศในวิชาชีพและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากลสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาของสังคมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

"นิพนธ์" ลงพื้นที่ มอบนโยบายเร่งรัดขจัดความยากจนภาคใต้ ชงจังหวัดจับมือ อปท.ปรับแผนดันงบประมาณ กระจายทรัพยากรแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

วันนี้ 3 มีนาคม 2565  ที่โรงแรม บุรีศรีภู คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีเปิดและมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับพื้นที่  โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีทุกกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการในสังกัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ ฯลฯ เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย

โดยกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับพื้นที่  เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดทำฐานข้อมูล การบันทึกข้อมูล และการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในทุกมิติได้อย่างแท้จริง

นายนิพนธ์ กล่าวว่า กับดักความยากจนคือกลไกซ้ำเติมที่ทำให้คนจนลืมตาอ้าปากได้ยาก ภารกิจนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ ทั้งยังต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับเงื่อนเวลา ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผ่านกลไกของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน ซึ่งได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการดำเนินงานตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ จนลงไปสู่ท้องที่ท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน 

ตนมองว่า ในการแก้ไขปัญหาขจัดความยากจน ลดความความเหลื่อมล้ำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้นั้น ท้องถิ่นท้องที่เป็นกลไกสำคัญของกระทรวงมหาดไทยที่ต้อง“บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่พี่น้องประชาชน หากมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน จังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด อำเภอโดยนายอำเภอ สามารถประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ อาจจะใช้โอกาสการประชุมประจำเดือน หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นวาระพิเศษ ในการพูดคุย ปรับแผนพัฒนาท้องถิ่น โดยใช้สัดส่วนงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งสัดส่วนโครงสร้างมาดูแลในส่วนนี้ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายการขจัดปัญหาความยากจน ซึ่งในปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยได้มีการแก้ไขกฎหมายหลายๆ ฉบับ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความคล่องตัวในการดูแลพี่น้องประชาชนมากขึ้น เชื่อว่าจะทำให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น

นายนิพนธ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ตนในฐานะประธานคณะทำงานช่วยอำนวยการพิจารณากลั่นกรองแผนงานโครงการ อ.ก.บ.ภ. ภาคใต้และภาคใต้ชายแดน  ทราบดีว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรรลงมานั้น ได้รับการจัดสรรลงมาอย่างจำกัด ทั้งนี้ ในส่วนของงบพื้นที่หรืองบประมาณบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ งบฟังก์ชันของกระทรวงต่างๆ เชื่อว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถบริหารได้ แต่สิ่งที่อยากเน้นย้ำ คือ การประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วางแผนร่วมกันในการดึงงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกมาใช้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากสามารถนำงบประมาณในส่วนนี้มาปรับใช้ได้อย่างทันท่วงที ก็จะเป็นนิมิตหมายใหม่ในการพัฒนาประเทศต่อไป

นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่ควรให้ความสำคัญและเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา หากแต่ควรเกิดขึ้นในทุกๆ ภูมิภาคของประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้แต่อย่างใด และพร้อมดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เน้นย้ำการลงพื้นที่ไปคลุกคลีกับชาวบ้านเรื่องเรื่องสำคัญ เพราะถือเป็นจุดเชื่อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับพี่น้องประชาชน หากสามารถรับสารจากพื้นที่ขึ้นมาแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ก็จะเกิดเป็นผลรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว นอกจากจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยแล้วนั้น ยังเป็นการช่วยสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย 

นราธิวาส-รมว.ศึกษาเร่งจัดงบฉุกเฉินกว่า47ล้านฟื้นฟูโรงเรียนน้ำท่วม197โรง ส่วนน้ำท่วมตลาดมูโนะใกล้คลี่คลายกรมชลเร่งนำBIG BAGปิดทางน้ำ

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายสุทธิชัย ขรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะ ได้เดินทางมายังโรงเรียนบ้านตือระมิตรภาพที่ 172 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่ครูและบุคลากรทางศึกษา รวมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปความเสียหายแก่โรงเรียนที่อยู่ในเขตตรวจราชการที่ 8 ประกอบด้วย จ.ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วมขังในช่วงวันที่ 25 ถึง 27 ก.พ. 65 ที่ผ่านมา โดยสรุป มีโรงเรียนถูกน้ำท่วมขัง จำนวน 197 โรง มีนักเรียน ครูและบุคคลากรทางการศึกษาได้รับความเดือดร้อน จากสภาวะน้ำท่วมบ้านพักอาศัย โดยแยกเป็นนักเรียน จำนวน 14,645 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 342 คน ในเบื้องต้นจากการสำรวจความเสียหายและได้ประเมินเป็นจำนวนเงิน 47,420,787 บาท โดยทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินการโอนเงินเพื่อเข้าดำเนินการฟื้นฟูในเบื้องต้น จำนวน 260.000 บาท เพื่อให้สถานศึกษาหรือโรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย สามารถเปิดการเรียนการสอนชั่วคราวได้ตามปกติ

ต่อมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบถุงยังชีพ แก่ตัวแทนผู้อำนวยการพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 12 เขตทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งตัวแทนผู้อำนวยการพื้นที่มัธยมศึกษาทั้ง 3 เขตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมจำนวน 500 ชุด เพื่อนำไปมอบช่วยเหลืออีกทอดหนึ่งแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้

นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ยังได้มอบเงิน จำนวน 30,000 บาท แก่นายอับดุลฮาลี มะ ซึ่งเป็นพ่อตาของนายนภดล มะลิลา พนักงานราชการโรงเรียนบ้านนิคมพัฒนา 10 อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ที่เสียชีวิตพร้อมครอบครัวและเครือญาติรวม 7 คน ขณะขับรถยนต์บนคอสะพานบ้านโนนสมบูรณ์ ม.5 ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส และคอสะพานได้ทรุดตัวไปพร้อมกับรถยนต์ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 65 ที่ผ่านมา ซึ่งได้นำ ด.ญ.นูรฟาราเดีย มะลิลา อายุ 5 ปี ติดสอยห้วยตามมาด้วย โดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายและให้กำลังใจแก่ครูและบุคคลากรทางการศึกษา ที่ทุกคนเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง แต่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ให้การอบรมเยาวชนให้เติบโตเป็นคนดี ตนจะเร่งพิจารณาดำเนินการในส่วนชองเงินงบประมาณฉุกเฉิน ในการฟื้นฟูโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมขังโดยเร็วใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้กลับมาเปิดการเรียนการสอนได้เต็มรูปแบบ

นราธิวาส-ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส  เร่งประชาสัมพันธ์โครงการ Smart safety 4.0 เชิงรุก ในเขตเซฟตี้โซน ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล  ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส นำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส  ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการ ร้านอาหาร  ร้านค้า และห้างสรรพสินค้าในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ตั้งแต่ หอนาฬิกา-แยกออมสิน-แยกท่าพระยาสาย-แยกซูซูกิ  ซึ่งอยู่ในเขตเซฟตี้โซน ของโครงการ smart safety 4.0 สภ.เมืองนราธิวาส  พร้อมถือป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ Smart safety 4.0 เชิงรุก เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบถึงการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวอย่างทั่วถึง ในการป้องกันอาชญากรรมของโครงการดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สงขลา - ศอ.บต.ยัน สภาพัฒน์อยู่ระหว่างดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย

ในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้  ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) ซึ่งมีนายประมุข ลมุน เป็นประธาน และมีนายอำนวย ศรีระแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นตัวแทนของ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เข้าร่วมประชุม  ครั้งล่าสุด  ซึ่งคณะกรรมการที่ปรึกษาได้สอบถามความคืบหน้าในการ “ขับเคลื่อน” เมืองต้นแบบที่ 4 หรือ “ เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เนื่องจากเป็น โครงการที่ มีประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีประชาชนสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ซึ่งเจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ โครงการเมืองต้นแบบที่ 4 อ.จะนะ จ.สงขลา ได้เป็นผู้ให้รายละเอียดว่า โครงการเมืองต้นแบบที่ 4 อยู่ระหว่างการดำเนินการ รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นไปแล้วหลายกลุ่ม และจะสิ้นสุดในเดือน มีนาคม นี้ หลังจากนั้นจะมีการดำเนินการ ศึกษาเรื่องของ สิ่งแวดล้อม ที่เป็นขบวนการทางวิชาการ เรื่องของ เมืองต้นแบบที่ 4 ยังไม่ได้หยุดชะงัก แต่ยังเดินหน้าต่อไปด้วยความรอบคอบในทุกด้าน ซึ่งอาจจะมีความล้าช้าไปบ้าง เพราะนอกจากเรื่องของการคัดค้านจากคนบางกลุ่มแล้ว เรื่องการระบาดของ”โควิด 19” ก็ทำให้มีความล่าช้าในขบวนการ

ในขณะที่ คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เสนอแนะว่า  นิคมอุตสาหกรรมจะนะ หรือ เมืองต้นแบบที่ 4 หรือ “เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” เป็นโครงการพัฒนาที่ มีความเหมาะสมกับการแก้ปัญหา การว่างงาน การสร้างรายได้ และการขยายไปสู่อาชีพอื่นๆ โครงการอื่นๆ ในอนาคต  แต่ในการดำเนินการ ต้องตั้งอยู่บนพื้นที่ของการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน และ เอกชน เจ้าของ โครงการต้องมีความโปร่งใส ให้ความจริงกับคนในพื้นที่ และ สาธารณะ ในการรับรู้ข้อมูล รวมทั้งเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง โครงการอาจจะช้าไปบ้าง ก็ไม่เป็นไร แต่รัฐบาลต้อง จริงใจ ในการ ผลักดัน ให้เมืองต้นแบบที่ 4 เกิดขึ้น เพราะจะเป็นการ กระจายรายได้ กระจายการจ้างงาน รวมทั้ง สร้างความเจริญ ในพื้นที่ใกล้เคียง


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top